Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

โดย FILMSICK

 

ปีที่แล้วเรากร๊ีดแตก กับ Hashi ของ Sherman Ong ขนาดไหน ไปดูได้ ที่นี่

http://filmsick.exteen.com/20081104/wffbkk-2008-roughcut-part-2

เมื่อเดือนที่แล้วเรากร๊ีดแตก กับ In the House of Strae ของ Chris yeo -นาดไหน ไปดูที่นี่

http://filmsick.exteen.com/20091010/in-the-house-of-straw-yeo-siew-hua-2009-singapore

 

แล้วมนเทศกาลนี้ เรามีหนังใหม่ของคนแรก และหนังที่คนที่สองมาเล่นเป็นตัวเอก แถมหนังทั้งหมดที่เราว่าไปสร้างจากบริษัทเดียวกัน!

ฟิลิปปินส์ ยังไม่ไป และสิงคโปร์กำลังมา! ขอบอก!!

อ่านต่อ »

WFFBKK wishlsit 9: ALAIN TANNER retrospective

 

โดย สนธยา ทรัพย์เย็น

Alain Tanner Retrospective ที่เทศกาลหนังเวิล์ดฟิล์มกรุงเทพครั้งที่ 7
http://www.worldfilmbkk.com/news/23/Retrospective:-Alain-Tanner.html

หนังใหม่น่าดูหลายเรื่องเข้าฉายในงาน 7th World Film Festival of Bangkok มีหนังหลายเรื่องมาหลอกล่อ ทั้งหนังของคนเก่าแก่ที่ติดตามกันมานาน และหนังที่วอนขอ อย่าง Philippe Grandrieux (A Lake) http://www.worldfilmbkk.com/films/31/Lake,-A.html, Tsai Ming Liang (Face) http://www.worldfilmbkk.com/films/4/Face.html, Ulrike Ottinger (The Korean Wedding Guest) http://www.worldfilmbkk.com/films/59/Korean-Wedding-Chest,-The.html, João Pedro Rodrigues (To Die Like A Man) http://www.worldfilmbkk.com/films/21/To-Die-Like-a-Man.html, Julio Bressane (The Rat Herb) http://www.worldfilmbkk.com/films/41/Rat-Herb,-The.html กับหนังนักเรียนของสถาบัน Cal arts Shorts http://www.worldfilmbkk.com/films/100/CalArts-Shorts:-Portrait-Documentaries-from-Womens-Perspective..html และก็อีกหลายชื่อที่ไม่คุ้นหู แต่ก็นะ บางทีคนเราก็ชอบย้อนกลับไปหาความทรงจำประทับใจเดิม ๆ ถึงเขาจะไม่ทำหนังใหม่อีกแล้ว อยากดูแล้วดูอีก ดูเท่าไรก็ไม่เบื่อ คราวนี้ก็คงต้องกลับไปดูโรงอีกเพื่อฟื้นความทรงจำ

Alain Tanner หรือ อแลง ตองแนร์ ผู้กำกับชาวสวิสที่เป็นหัวหอกของหนังสวิตเซอร์แลนด์ร่วมกับ Claude Goretta (คล้อด กอเร็ตตา) ในช่วงทศวรรษ 70 อันที่จริงเขาเคยเป็นหนึ่งในกลุ่ม Free Cinema ที่อังกฤษทำเรื่อง Nice Time (1957) กับ Claude Goretta มาก่อนจะแยกดังเดี่ยวในยุคหลังเสียอีก
อ่านต่อ »

WFFBKK wishlist 8 : UN LAC

เลือกโดย สนธยา ทรัพย์เย็น via FILMSICK


ได้รับสิทธิ์จากท่านเจ้าสำนัก ให้มากระจายข่าวเชียร์ UN LAC หนังใหม่ของPhillippe Grandrieux โดยการคัดลอกบางส่วนจากหนังสือ FILMVIRUS เล่ม 2 ที่ท่านเจ้าสำนัก FILMVIRUS เคยเขียนถึง SOMBRE หนังเรื่องแรก ของGrandrieux ไว้ ดังนี้

‘ มันมีบางสิ่งไม่สะอาด ที่เกือบจะเรียกได้ว่าน่าอายในการคลุกคลีกับหนังอย่าง Sombre บรรยากาศชนิดเอกเทศ ที่อัดแน่นไปด้วยสุญญากาศดิบเถื่อนของสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง มันกดต่ำจนหายใจไม่ออก คุณไม่กล้าย่างเท้าไปข้างหน้าเพราะทางเดินมืดสลัว นี่ไม่ใช่ความกลัวแบบแตะไหล่สะดุ้ง แบบเดียวกับที่คุ้นเคยกันดีในหนังสยองขวัญทั่วๆไปแน่ๆ’

อ่านต่อ »

WFFBKK wishlist 7 : Turistas

เลือกโดย FILMSICK

เปล่าๆ นี่ไม่ใช่ หนังแบคแพกสยอง ถูกหลอกไปฆ่าเรื่องนั้นแต่อย่างใด (อย่างไรก็ตามหนังสยองเรื่องนั้นใช้การได้ทีเดียว) หากมันคือหนังใหม่ของ ALICIA SCHERSON ผู้กำกับหนังชิลีเก๋ๆ อย่างPLAY ซึ่งเก่ไม่แพ้ Me and You and Everyone We Know ของเจ๊ มิแรนด้า จูลายแต่อย่าใด แต่หนักข้อกว่า เพราะมันคือ Me and You ฉบับชนชั้น!

เธอกลับมาแล้วพร้อมกับหนังที่ ว่าด้วยสาวนางหนึ่งไปที่ยววันหยุดง่อยๆกับสามีและเฝ้าฝันว่า มันจะเป็นยังไงถ้าเธอเลือก ไปเที่ยวกับไอ้หนุ่มแบคแพคเกอร์ชาวยุโรปที่บังเอิญเจอกัน

หนังหญิงๆ เก๋ๆ ไม่น่าพลาด

อ่านต่อ »

WFFBKK wishlist 6: Christelle Lehureux

 

ชื่อของChristelle Lehureux อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหู หลายคนรู้จักเธอจากการที่เธอเคยมีชื่อมาช่วยอภิชาติพงศ์ ทำ GHOST OF ASIA แต่ไม่ใช่แค่อภิชาติพงศ์ เธอร่วมงานกับผู้กำกับมาแล้วมากมาย  และเป็นศิลปินวีดีโอชื่อดังมีงานฉายมาแล้วหลายที่ทั่วโลก และในที่สุดก็มาถึงประเทศไทย และไม่ได้มาเรื่องเดียวมาตั้งสองเรื่อง!

อันนี้ประวัติ จาก เวบเทศกาล ครับ

Christelle Lheureux ศิลปินวิชวลอาร์ตหัวก้าวหน้าชาวฝรั่งเศส เธอเป็นทั้งศิลปินวีดีโอจัดวาง และคนทำหนัง งานของเธอมัก จะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุโครงสร้างการเล่าเรื่อง และแสดงถึงความหลงไหลในมนต์ขลังภาพยนตร์  เธอเคยร่วมงานกับศิลปินหัวก้าวหน้าหลายต่อหลายคน อาทิ Albert Serra, Miguel Gomes, Eugene Green, Cyril Neyrat, Philippe Grandrieux รวมถึงอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ผลล่าสุดซึ่งทั้งคู๋ทำร่วมกันคือ Ghost of Asia ซึ่งได้รับทุนจากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและเทศกาลภาพยนตร์โลก แห่งกรุงเทพฯ ได้รับการฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลฯเมื่อปี2006

 

เวบไซต์ของเธอครับ

http://christelle.lheureux.free.fr

อ่านต่อ »

WFFBKK wishlist 5 : BILAL

เลือกโดย ภาณุ อารี


ไม่มีหนังเรื่องไหนที่ผู้ชมในเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติยามากาตะ จะพูดถึงกันอย่างอึงคนึงหลังจากได้ดูจบเท่ากับหนังสารคดี เรื่อง Bilal ที่ว่าด้วยชีวิตของเด็กน้อยในชื่อหนังเดียวกันที่มีพ่อแม่เป็นคนตาบอด สิ่งที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวการถ่ายทอดสภาพของเมืองกัลกัตตาผ่านสายตาของเด็กน้อยบิลลาลได้อย่างน่าเศร้าและสวยงามในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญผู้กำกับวงตัวเป็นกลางมาก จนหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ผู้กำกับตั้งใจให้หนังเป็นกลาง หรือ พยายามหาผลประโยชน์จากซับเจ็กต์อย่างแนบเนียนกันแน่ แต่ไม่ว่า อย่างไร ต้องถือว่า Bilal คือสารคดีที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เงื่อนไขการผลิตจะเอื้ออำนวย (ผู้กำกับทำเองทุกอย่าง ทั้งกำกับ , ถ่ายภาพ,เขียนบท ไปจนถึงตัดต่อ)

รอบฉาย รายละเอียดของ BILAL  จากเวบเทศกาล

http://www.worldfilmbkk.com/films/55/Bilal.html

อ่านเพิิ่มเติมเกี่ยวกับ BILAL ที่นี่ครับ

http://www.millenniumfilm.fi/tbr_bilal.html

WFFBKK WISHLIST 4 : FATHER OF MY CHILDREN

THE FATHER OF MY CHILDREN @ WORLDFILMBKK 2009

ร่วมรำลึกถึง HUMBERT BALSAN บุรุษผู้อยู่เบื้องหลังพลังสร้างสรรค์แห่งวงการหนังศิลปะ

โดย . . . ‘กัลปพฤกษ์’ kalapapruek@hotmail.com

                10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005 เป็นวันที่วงการหนังนานาชาติต้องช็อคไปกับข่าวเศร้าเมื่อ Humbert Balsan โปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่วัย 50 ปีชาวฝรั่งเศสตัดสินใจดับชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอตายภายในห้องทำงานของเขาเองเพื่อหนีแรงกดดันรุมเร้าทางการเงินเมื่อหนี้สินบริษัทผลิตหนังของเขาพอกพูนจนจวนเจียนจะถึงจุดล้มละลาย เหตุที่ข่าวร้ายอันนี้นับเป็นสิ่งที่น่าตกใจก็เพราะทุกคนที่รู้จักและเคยได้ร่วมงานกับเขานั้นต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า Humbert Balsan เป็นโปรดิวเซอร์หนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์และพลังแห่งความเชื่อมั่นในตัวเอง ถึงพร้อมด้วยทักษะในการเจรจาต่อรองกับบรรดาผู้ร่วมลงทุนทั้งหลายให้มั่นใจในผลงานที่เขาเล็งเห็นแล้วว่าน่าจะมีส่วนสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ให้กับวงการ บุคลิกที่ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและอ่อนโยนรวมถึงอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อวงการศิลปะด้วยความบริสุทธิ์ใจทำให้แทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงเช่นนี้

 Humbert Balsan

 

Humbert Balsan โปรดิวเซอร์ในฝันของนักทำหนังหลาย ๆ คน

อ่านต่อ »

WFFBKK WISHLIST 3: ALL OF KEREN CYTTER’s

เลือกโดย  FILMSICK

บทความข้างล่างนี้เขียนขึ้นเพื่อแนะนำตัว KEREN CYTTER ทีี่มี หนังNEW AGE ของเธอมาฉายในเทศกาลเดียวกันนี้เมื่อปีที่ผ่านมา แียี้เธอกลับมาอีกครั้งพร้อมหนังใหม่และหนังสั้นมากมาย เราจึงขอยกบทความนี้มาแนะนำเธออีกครั้ง!

เอาล่ะเริ่มที่บรรดาหนังของเธอใน WFFBKK ปีนี้กันก่อน

The Tale of the Devil’s Hill and Endless Search for Freedom

The movie describes the story of Georg Hobmeier and Julia Münstermann – two friends who share the same apartment. Julia is participating in Georg’s ongoing film project. One day Georg Hears about the Devil’s Hill – The highest hill in Berlin. The hill used the CIA in the cold war to observe the city. Georg feels that this place can serve a great part in his film project, but in that time exactly Julia decides she don’t want to co-operate anymore with him. The film is build from repetitive fragments made of different styles.

more from GUT SHORTS NO.2

Four Seasons

Four Seasons opens with a neo-noir celebration of late-Hitchcock-meets-1980s-kitsch: a record plays dramatic music by Ferrante & Teicher; thick fake blood drips onto white tiles; snow whirls through the apartment and a lone woman climbs a dark, smoky staircase. Artist Lucy Stein plays the female lead as a wayward Hollywood beauty, clothed in a leopard print dress, teamed with a pink jumper, red lips pouting nonchalantly. ‘Excuse me, my name is Lucy, I’m living next door, second floor. I wanted to complain about the music, its stopped now but …’. Lucy is confronted by a tall naked man, rising out of the bath as bubbles float across his upper thighs. Softcore porn enthusiasts might feel momentarily at home as this scene unfolds, but rather than a fast-track to the act of love, confused, the man starts calling for a woman named Stella.
As the film unravels, conflicting narratives are revealed, switching between the stories of Stella, a tragic tale of heart-break and domestic murder, echoing Tennessee Williams’ A Streetcar Named Desire (1947), and Lucy. A voice-over describes the building using its architectural elements as metaphors for human behaviour. Climaxing with a series of spontaneously combusting objects – birthday cake, Christmas tree, record player – Four Seasons is a homage to all that is fake, showcasing visual clichés, lo-fi special effects and deadpan delivery.
The Devil’s Streams
Germany / 2008 / 10min / miniDV / Colour
Director: Keren Cytter

The Devil’s Streams is based on a story by Julio Cortazar. A man takes a photo in a park and finds out why the image intrigues him so much: the photo is more intense than his own life. After this, a refined philosophical story develops about a man and a woman in a house, a kitchen and the park we saw previously on the photograph, in which fiction and fact repeatedly swap positi

………………………………………………………………..

อ่านต่อ »

WFFBKK WISHLIST 2 : FATHER OF MY CHILDREN

เลือกโดย MdS   http://celinejulie.blogspot.com

http://www.worldfilmbkk.com/films/34/Father-of-My-Children.html

หนึ่งในหนังที่อยากดูในเทศกาล WORLD FILM FESTIVAL OF BANGKOK 2009 ก็คือหนังเรื่องTHE FATHER OF MY CHILDREN (2009, Mia Hansen-Love, France) หรือที่เราเรียกเป็นภาษาไทยว่า “ผัวกู” สาเหตุที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้เป็นเพราะว่า

 

1.เราเคยดูหนังเรื่อง ALL IS FORGIVEN (2007) ที่กำกับโดย Mia Hansen-Love เหมือนกัน และก็ชอบหนังเรื่องนั้นมากในระดับ A+++++ โดย ALL IS FORGIVEN นั้นเป็นหนังแนวชีวิตครอบครัว ผัวเมียละเหี่ยใจ ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกว่าผู้กำกับสามารถใช้สื่อภาพยนตร์ในการถ่ายทอดแก่นสารบางอย่างของชีวิตมนุษย์ออกมาได้อย่างทรงพลัง, ซาบซึ้ง และยากต่อการบรรยายเป็นคำพูดได้ ALL IS FORGIVEN ทรงพลังมากพอๆกับหนังบางเรื่องของ Philippe Garrel, Claude Sautet, Maurice Pialat, Benoit Jacquot และ Rudolf Thome ดังนั้นเราก็เลยมีความหวังว่า หนังเรื่อง THE FATHER OF MY CHILDREN จะมีความยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

อ่านต่อ »

โดย FILMSICK

HARUN FAROCKI เป็นผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน อินเดีย ที่ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960 หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ และอื่นๆ เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า essay film

บาง คนเรียกเขาว่า the best known-unknown director เพราะแม้เขาจะดังมากในทั่วโลก (CAHIER du CINEMA เคยเขียนบทความถึงเขาโดยใช้ชื่อว่า who is farocki ? ) อต่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักนักในเยอรมัน

นอกจากการเป็นผู้กำกับเขายังทำหนังสือ filmtrik หนังสือหนังในเยอรมันอีกดัวย

อ่านต่อ »

Older Posts »