บทความขนาดสั้นโดย FILMSICK ตีพิมพ์ครั้งแรก ใน นิตยสาร คนมีสี

เราอาจเรียกเขาว่า บิดาแห่งหนังอินดี้อเมริกัน ในฐานะที่เขาเริ่มทำหนังเรื่องแรกโดยไม่ง้อนายทุน อาศัยเงินจากเพื่อนพ้องน้องพี่และชาวบ้านชาวช่องที่เขาประกาศบอกทางวิทยุ เขาทำหนังโดยไม่ใช้ดาราดัง เน้นการแสดงแบบด้นสด สร้างพายุอารมณ์ ถาโถมใส่คนดูลูกแล้วลูกเล่า ด้วยตัวละครที่คาดเดาไม่ได้ เหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ และอารมณ์บีบคั้นอันคาดเดาไม่ได้ ใกล้คียงคล้ายคลึงที่สุดกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ มนุษย์’
JOHN CASSAVETESเกิดใน นิวยอร์ค ในฐานะลูกชายของชาวกรีกอพยพ เขาใช้ชีวิตวัยเด็กในกรีซ และกลับมาอเมริกาตอนเจ็ดขวบ โดยพูดอังกฤษไม่ได้เลย เขาเรียนหนังสือในนิวยอร์ค และจบจาก Acedemy of Dramatic Arts ในปี 1950 และเริ่มงานด้วยการเป็นนักแสดงในบทเล็กๆ เขาพบกับ GENA ROWLANDS และแต่งงานกันในปี 1956 เขาเริ่มงานสองmethod acting ในworkshopในnew york และในการเรียนการสอนครั้งหนึ่งทำให้เขาได้ไอเดียในการทำหนังเรื่อง SHADOWS หนังเรื่องแรก ซึ่งเขาได้ทุนรอนจากพ่อแม่พี่น้อง รวมไปถึงบรรดาคนฟัง ที่ฟังรายการวิทยุ รายการ NIGHT PEOPLE ของ JEAN SHEPARD ตัวหนังนั้นว่าด้วยเรื่องของสามพี่น้องลูกครึ่ง ที่ ผิวขาวเกินกว่าจะเป็นคนดำ และ ดำเกินกว่าจะเป็นคนขาว หนังเล่าเรื่องเรียบเรื่อย อาศัยการถ่ายภาพอันแตกพร่า และงดงาม ยิ่งของนิวยอร์คยามค่ำคืน และวิธีการที่ทำให้นึกถึงลีลาของแจซซ์ ร้อนเร่า และหนักหน่วง หลังทำเสร็จ ไม่มีใครในอเมิรกาจัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้เขาจึงหอบมันไปยุโรป และคว้ารางวัล CRITICS AWARD จากเทศกาลหนังเวนิซ และกลับมาฉายในอเมริกาผ่านผู้จัดจำหน่ายยุโรปในสถานะหนังนำเข้า แม้จะมีคนดูหนังไม่มากนัก แต่นั่นก็เป็นใบเบิกทางให้เขาได้ทำหนังในฮอลลีวู้ด ถึงสองเรื่อง นอกจากนี้เขายังคงรับเล่นหนัง จนได้เข้าชิงออสการ์จาก THE DIRTY DOZEN รวมถึงรับบทนำในหนังสยองขวัญคลาสสิคของROMAN POLANSKI ใน ROSEMARY’ S BABY
ในปี 1968 เขาทำ FACES หนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์อันเปื่อยเน่าของสองสามีภรรยา และชู้รักของเขาและเธอ ชนชั้นกลาง หนังเล่าเรื่องในชั่วคืนเดียวถ่ายทำแทบจะทั้งหมดในห้อง ใช้การเคลื่อนกล้องแบบตามติดชิดใกล้ และอาศัยพลังอันล้นเหลือจากการแสดงระดับเทพ หนังแทบคืบเคลื่อนหน้าในเชิงเรื่องเล่า แต่ในทางอารมณ์ กลับทรงพลังแห่งความเป็นมนุษย์พุ่งถึงขีดสุด และส่งผลให้หนังเข้าชิงออสการ์ถึงสามสาขา
CASSAVETES ถูกจดจำมากที่สุดจากงานมาสเตอร์พีซในช่วงยุค 70 อันประกอบด้วย THE WOMAN UNDER THE INFLUENCE (1970) หนังที่เล่าเรื่องของหญิงนางหนึ่งที่การเป็นเมียและแม่ทำให้เธอค่อยๆกลายเป็นบ้า หนังถ่ายทอดภาพชนชั้นแรงงาน ที่ถูกกดันจากความบีบคั้นของชีวิต และความไม่มั่นคงภายใน หนังได้การแสดงอันเจิดจรัสของ GENA ROWLANDS และว่ากันว่านี่คือบทที่ดีที่สุดบทหนึ่งของบรรดานักแสดงหญิงทั้งหมดในโลกนี้ ตามด้วย THE KILLING OF CHINESE BOOGIE ( 1976) BEN GAZZARA มารับบทเจ้าของคลับที่เล่นพนันจนเป็นหนี้และต้องชดใช้ และ OPENING NIGHT( 1977) หนังเล่าเรื่องของนักแสดงหญิงวัยกลางคนที่ต้องมารับบทอันคล้ายคลึงกับชีวิตจริงของตัวเอง ในละครเวทีเรื่องใหม่ ท่ามกลางความกดดันของงาน ทีมงาน และการเข้าถึงความโรยราของตัวละคร ทำให้เธอค่อยสติหลุดไปช้าๆ แน่นอ GENA ROWLANDS ยังคงส่องประกายอีกครั้งในหนังของเขา ช่วงสามสิบนาทีสุดท้าย หนังเป็นการแสดงละครเวที ที่ทั้งเวที มีแต่ เธอ และเขาซึ่งนอกจากจะกำกับยังโดลงมารับบทนำด้วย เป็นการแสดงที่ตราตรึงอย่างยิ่ง หนังที่ใช้เวลาถ่ายทำนานนับปีและฉบับตัดต่อครั้งแรกของหนัง ยาวถึง ห้าชั่วโมง

ในยุค 80 เขาทำหนังไว้อีกสามเรื่องคือ GLORIA (1980) , LOVE STREAMS (1984) และ BIG TROUBLE ( 1986) ก่อนจะเสียชีวิต จากโรคตับแข็งในปี 1989
หนังของJOHN CASSAVETES ไม่ใช่หนังอเมริกันแบบที่ใครต่อใครคุ้นชิน หนังของเขาเต็มไปด้วยพลังทางการแสดงที่อัดแน่น การถ่ายภาพแบบตามติดชิดใกล้ ทีมนักแสดงขาประจำ ที่นำโดย GENA ROWLANDS ภรรยาของเขาเอง ซึ่งนับเป็นนักแสดงหญิงคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลก (น่าเสียดายที่นอกจากสามีของเธอ ก็ไม่มีใครสามารถดึงพลังของเธอออกมาได้อีกเลย) และยังมี BEN GAZZARA , SEYMOUR CASSEL รวมทั้งPETER FALK เพื่อนคนสำคัญ และนักแสดงที่ช่วยออกทุนสร้าง THE WOMAN UNDER THE INFLUENCE รวมทั้งร่วมแสดงนำด้วย
เราอาจจดจำเขาในฐานะผู้กำกับที่เชี่ยวชาญในการสร้างความเป็นมนุษย์ขึ้นมาจากตัวละคร ด้วยวิธีการที่สมจริงและบ้าคลั่ง แต่ในอีกทางหนึ่งเราก็จดจำเขาในฐานะคนที่ต่อสู้กับระบบสตูดิโอ มาตลอดชีวิต เขาอาจทำหนังในระบบอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์ของมันออกมาไม่ดีนัก และดูเหมือนเขาเองก็ไม่พอใจกับมัน แต่เมื่อใด ที่เขาควบคุมทั้งหมดด้วยตัวเองได้ ก็ไม่มีครั้งไหนเลยที่หนังจะไม่เข้าใกล้การเป็นมาสเตอร์พีซ
กำลังจะดูเรื่อง FACES ครับ และก็เพิ่งรู้ว่าเขาก็เล่นเป็นกาย วู้ดเฮาส์ใน Rosemary’s Baby ด้วย OO