โดย FILMSICK http://filmsick.exteen.com
นี้คือภาพอันขุ่นมัว แสงสีขาวสาดส่องเผาไหม้เฟรมภาพเป็นระยะ ประหนึ่งเป็นฟุตเตจเก่าแก่จากกล้องทรงจำ แสงตะวันเลือนรางผ่านช่องประตูอันซีดเศร้า ร่างเปลือยของคนหนุ่มทอดตามองช่องแสงนั้น ครุ่นคำนึงเดียวดาย มันคือภาพบันทึกอันอบอวลด้วยความเศร้าและอึงอลในกรงของความทรงจำ แสงตะวัน บ้านเช่า ชายหาด รางรถไฟ คนหนุ่ม น้ำรัก คือทั้งหมดที่เราจะค้นพบผ่านดวงตาของ OKI HIROYUKI
OKI HIROYUKI จบการศึกษาในสาขา สถาปัตย์ ก่อนที่จะเบนเข็มมาเรียนภาพยนตร์ ที่ IMAGE FORUM INSTITUE OF THE MOVING IMAGE ใน โตเกียว ก่อนจะกลายเป็นคนทำหนังทดลองแบบที่ได้รับคำนิยามว่า – experimental docu -mentarist- (ผู้เขียนขออนุญาตมั่วแปลเองว่า นักทำหนังทดลองเชิงสารคดีทางใจ ) อันหมายความว่าเราอาจจัดกลุ่มงานของเขาเข้าในงานกลุ่มสารคดี เนื่องจากในหนังของเขามักเน้นถ่ายภาพที่ไม่ได้ปรุงแต่งหรือเล่าเรื่อง เป็นเพียงภาพของผู้คนในสถานที่ต่างๆอย่างไม่ปะติดปะต่อ แต่ด้วยวิธีการที่จงใจไม่เล่าเรื่องหากให้ภาพสอรับกันและกัน แล้วเกิดความหมายใหม่ขึ้นมา คล้ายกับวิธีการของหนังทดลอง
ในปี 1991 เขาย้ายจากโตเกียวไปอาศัยอยู่ในจังหวัด KOCHI ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นและเขาใช้เมืองนั้นเป็นฉากหลังในการทำหนังทุกเรื่องของเขา โดยเฉพาะ หนังเรื่อง HEAVEN – 6 – BOX (1995) อันเป็นภาพไร้กาลเวลาซึ่งบรรจุภาพของชาวบ้านร้านตลาดในสถานที่ดาษดื่นสามัญทั่วไปในตัวเมือง เขาอาศัยความไร้โครงสร้างของตัวเรื่องในการติดตามผู้คนเหล่านั้น โดยอาศัย เหตุการณ์ที่บังเอิญเกิดขึ้นเบื้องหน้ากล้อง และเขาเลือกถ่ายจากมุมที่ไม่ใช่เพียงคนดูเหตุการณ์ แต่เป็นจากมุมของคนในชุมชนนั้นด้วย และภาพเหล่านั้นกลายเป็น – จังหวะของชีวิตประจำวัน – ในชุมชนเล็กๆที่คว้าจับโดยความบังเอิญ ภาพสถานการณ์ชีวิตประจำวัน ด้วยความสนใจเชิงสถาปัตย์ด้วยนี้เอง ภาพของเขาจึงเป็นการคว้าจับภาพผู้คน กับพื้นที่รอบๆตัวเขา การปฏิสัมพันธ์ของ ผู้คน อาคารสถานที่และพื้นที่ว่างปรากฏอยู่บนเฟรมภาพ คล้ายกับการเชื่อมระหว่างานสถาปัตยกรรม กับ งานภาพยนตร์เข้าด้วยกัน
และด้วยความที่เขาเป็นเกย์ หนังหลายเรื่องของเขาจึงมักเล่าเรื่องเกย์ และถูกจัดให้เป็นคนทำหนังเกย์ แต่ เขาเรียกหนังของเขาว่า queer ambient movie อันหมายความว่าหากเป็นหนังเกย์ มันก็เป็นหนังที่ตลบอบอวลด้วยบรรยากาศ มากกว่าหนังที่มุ่งเสนอภาพทางใดทางหนึ่งของเกย์ ใน TARCH TRIPสารคดีปี 1993 OKI ใช้ฉากหลังเป็นห้องเช่าเล็กแคบที่มีระเบียงเปิดไปสู่ถนน (ซึ่งน่าจะเป็นห้องของเขา เพราะมันมักปรากฏเป็นฉากหลังในหนังหลายๆเรื่องของเขา ) จับจ้องมองความสัมพันธ์ของชายหนุ่มคู่หนึ่ง ด้วยพลอตที่หลวมโพรก หนังจึงเป็นเสมือนภาพร่างของความสัมพันธ์ที่ดูเลื่อนไหลราวกับภาพเคลื่อนไหวจากอัลบั้มรูปของความทรงจำ ภาพของเด็กชายวัยรุ่นบนรางรถไฟ ภาพการไปเที่ยวชายหาด ภาพการจ้องมองสายฝนจากหน้าต่างที่ปิด ภาพชายเปลือย ที่นอนออยู่กับพื้นขณะช่วยตัวเอง ภาพของคนที่เดินไปมาบนท้องถนน ทั้งหมดถูกตัดสับ ภายใต้จังหวะของแสงสีขาวที่เสมือนสาดใส่ฟิล์มเปล่า เขาทำให้ภาพที่เขาจ้องมองนั้นจุ่มมัว เหมือนรูปเก่าที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน แสงและภาพ จึงกลายเป็นส่วนสำคัญในการผลิตสร้างความทรงจำขึ้นมา และทำให้หนังเป็นเหมือน การฉายภาพจำอันร้าวรานมากกว่า หนังเล่าเรื่อง หากภาพจำอันไม่ปะติดปะต่อนี้เองที่เข้าใกล้กับความเป็นมนุษย์อันเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด
ใน INSIDE MINDS หนังปี 1999ของเขา เล่าเรื่องของคู่เกย์คู่หนึ่งที่ชายหาด เขาแสดงตัวตนด้วยการสัมภาษณ์คู่รักที่ตัดสินใจจะให้เขาถ่ายทำภาพ การตายของตัวเอง พวกเขานอนลงบนชายหาดจับมือกันและรอให้น้ำทะเลท่วมซัด นับจากนั้น ตลอดเวลาชั่วโมงเศษของหนัง มันไร้บทสนทนาใดๆอีกต่อไป ภาพของคู่รักที่ริมหาดถูกถ่ายทำแบบไม่คัดเลยตลอดเวลาของหนัง แต่ซ้อนเอาภาพต่างๆ ขึ้นมาบนจออีกสองชั้น ราวกับขณะพวกเขาจับมือกัน ความทรงจำเก่าแก่ (ด้วยแสงสีขาวและภาพขุ่นมัว) วาบปรากฏ ต่อเนื่อง ภาพทรงจำของชายสองคน ซ้อนทับเข้ากับภาพต่อเนื่องของการตายของพวกเขา ซ้อนบนจอเดียว เหมือนความทรงจำที่หลากไหล แม้หนังจะจบลงด้วยการที่น้ำทะเลซัดทั้งสองแยกจากกัน และไม่ได้ตายตามปรารถนาก็ตาม ความทรงจำเหล่านั้นก็ทอประกายหม่นเสร้าของความเจ็บปวดอย่างแช่มช้า
นอกจากสารคดีเชิงกวี OKIเคยทำหนังเล่าเรื่องชื่อ I LIKE YOU ,I LIKE YOU VERY MUCH โดยทำออกมาเป็นหนังพิงค์ฟิล์ม (หนังโป๊ซอฟท์คอร์) ที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์คุ้มดีคุ้มร้ายของชายหนุ่มสองคนที่คนหนึ่งดันไปตกหลุมรักคนแปลกหน้าที่สถานีรถไฟ แม้จะเป็นหนังเล่าเรื่องและเป็นหนังโป๊ แต่OKI ยังคงใช้ภาพและวิธีการเล่าแบบของเขาอยู่ ทำให้มันกลายเป็นหนังโป๊ที่กรุ่นด้วยอารมณ์ศิลปะเกินกว่าจะจัดจำแนกเป็นแบบใดแบบหนึ่งได้
จนถึงตอนนี้OKI ยังคงมุ่งมั่นทำหนังอยู่ในเมืองเล็กๆของญี่ปุ่น แม้เขาจะทำหนังไปกว่า 60เรื่อง และหนังได้ไปฉายในที่ต่างๆ แต่เขาก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในระดับสากล หากนั่นไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ เขายังคงมุ่งมั่น เล่าเรื่อง ในแบบของเขาต่อไป ฉายภาพความทรงจำเจ็บปวดในแสงสีขาวนั้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรองใดๆ
ขอบคุณ ธัญสก พันสิทธิวรกุล ที่แนะนำให้ผู้เขียนรู้จักหนังของOKI HIROYUKI และเป็นธุระจัดหาหนังของเขาให้

interesting!