‘asia 4’ – FOUR YEARS LATER ย้อนวิจารณ์ผลงานตัวเองพร้อมรายงานความเป็นไปของทั้งสี่ผู้กำกับ
โดย . . . ‘กัลปพฤกษ์’ kalapapruek@hotmail.com
ล่วงเข้าสู่ปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ก็นับเป็นเวลาครบรอบ ๔ ปีพอดีที่ผลงานหนังสือ asia 4: สี่ยอดผู้กำกับแห่งเอเชียตะวันออก ของผู้เขียนได้ออกวางตลาดตามแผงหนังสือเป็นครั้งแรก เมื่อระยะเวลาเกือบกึ่งทศวรรษผ่านไป อะไรอะไรก็ดูจะเปลี่ยนแปลงตาม รวมถึงมุมมองความคิดอ่านและประสบการณ์ในสายงานการวิจารณ์ภาพยนตร์ของผู้เขียนเอง ที่มีส่วนทำให้ ‘กัลปพฤกษ์’ ในวันนี้เป็นอะไรที่ต่างไปจาก ‘กัลปพฤกษ์’ ในวันนั้นอย่างมากมายพอสมควร ซึ่งก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่คงไม่อาจสรุปอะไรได้เองว่าเป็นไปในทางดีขึ้นหรือแย่ลง ความแตกต่างที่ว่านี้คงพอเป็นข้อกล่าวอ้างอันดีที่ผู้เขียนจะลุกขึ้นมาเขียนวิจารณ์ผลงานในอดีตของตนเอง เพราะในเมื่อวันเวลามันทำให้อะไร ๆ เปลี่ยนแปลงไป การหวนกลับไปมองย้อนผลงานของตัวเองในมุมมองใหม่มันก็คงช่วยให้เห็นอะไร ๆ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ได้ ทั้งต่อตัวผู้เขียนเองรวมถึงคุณผู้อ่านทั้งหลายด้วย
แรกทีเดียวผู้เขียนก็บังเกิดความรู้สึกกริ่งเกรงไม่น้อยอยู่เหมือนกันว่าหากจะใช้พื้นที่สาธารณะมาเขียนถึงผลงานของตนเองในวาระครบรอบ ๔ ปีลักษณะนี้มันจะเป็นการเข้าทีจริงไหม เพราะมันอาจแลดูไม่เข้าข่ายหมกมุ่นกับตัวเองเกินไป ก็จะพาลกลายเป็นการมารยาสาไถถือโอกาสแก้ไขแก้ตัวผลงานในอดีต แต่ในยุคสมัยที่ใคร ๆ ต่างก็สามารถมี เฟซบุ๊ค เฟซบล็อก ไว้โปรโมทผลงานของตัวเองได้อย่างเอิกเกริกเบิกบานโดยไม่เห็นต้องตะขิดตะขวงใจ ประกอบกับความตั้งใจที่จะหวนกลับไปมองผลงานของตัวเองด้วยสายตาเป็นกลางรวมทั้งติดตามความเป็นไปของผู้กำกับทั้งหลายที่เคยเอ่ยถึงไว้ว่ามีผลงานอะไรออกมาให้ได้ดูชมกันอีกบ้าง มันก็คงเป็นสิ่ง ‘ใช่เรื่อง’ อีกต่อไปหากจะต้องมานั่งเกรงอกเกรงใจ ‘มิเอามิกล้า’ โฆษณาสินค้าของตัวเองในยุคที่ ‘มรรยาท’ และ ‘การให้เกียรติ’ ทั้งหลายอาจกลายเป็นสิ่งโบราณพ้นสมัยไปเสียแล้วใน พ.ศ. นี้ เมื่อหาเหตุมาถูไถปลอบใจตัวเองได้บ้างแล้ว ผู้เขียนก็เกิดแรงหาญกล้าที่จะ ‘เอาวะลองดู’ กันอีกสักตั้ง พร้อมทั้งท่องบ่นกับตัวเองในใจว่า ‘อยากทำอะไรก็ทำไป แล้วจงจำใส่กะโหลกเอาไว้เลยว่า ในเมื่อทู่ซี้มาได้ถึง พ.ศ. นี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียหายอีก!’ ความซวยจึงต้องหล่นตุ๊บลงเป็นภาระของคุณผู้อ่านทั้งหลายที่จะต้องติดตามกันต่อไป และหากจะมีเสียงสะท้อนใด ๆ กลับมาไม่ว่าจะในแง่ดีหรือร้าย ก็ขอความกรุณาส่งเป็นข้อความมาให้ได้ยินได้ฟังกันบ้าง จักเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง . . .