Feed on
รายการ
ความคิดเห็น

 

โดย ‘กัลปพฤกษ์’  kalapapruek@hotmail.com

 

 

*** หมายเหตุ: ภาพยนตร์เรื่องนี้มีโปรแกรมฉายที่ HOUSERAMA ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน เป็นต้นไป ***

 

ครั้งแรกที่ได้ข่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์จีนเรื่อง Summer Palace ผลงานการกำกับของ Lou Ye หนึ่งเดียวจากเอเชียที่ได้รับคัดเลือกเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ประจำปี 2006 นั้น ก็มีเหตุการณ์ให้ได้ตื่นเต้นกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน เมื่อแหล่งข่าวรายงานว่าเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้มีการพาดพิงถึงการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมินเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของเหล่านักศึกษา เมื่อปี ค.ศ. 1989 ซึ่งบานปลายไปสู่ความรุนแรง ทำให้ทางรัฐบาลจีนรู้สึกไม่พอใจที่ Lou Ye นำภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งไปยังเทศกาลต่างประเทศโดยไม่ได้ขออนุญาตและยื่นคำขาดให้หนังต้องผ่านการพิจารณาจากทางการจีนเสียก่อนจึงจะสามารถฉายได้ กระทั่งได้เห็นภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อย่างสง่าผ่าเผยในเวลาต่อมา ผู้เขียนก็อนุมานเอาเองว่าหนังเรื่องนี้คงผ่านการพิจารณาจากทางรัฐบาลจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงสามารถออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่งานนี้ได้ แต่เพิ่งจะมาทราบข้อเท็จจริงเอาภายหลังว่าทางรัฐบาลไม่สามารถตรวจพิจารณาภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทันงานเทศกาล โดยอ้างเหตุผลว่าภาพและเสียงของหนังนั้นมีปัญหาทางด้านเทคนิคจนกรรมการไม่สามารถดูหรือฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังอย่างสมบูรณ์ได้ (ทั้งที่จริงแล้วทั้งหมดนั้นเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ!)  Lou Ye จึงตัดสินใจไม่ยอมถอนหนังเรื่องนี้ออกจากโปรแกรมและปล่อยให้ Summer Palace ได้เปิดฉายในงานเทศกาลเมืองคานส์ด้วยอารมณ์ประมาณ ‘เป็นไงเป็นกัน!’ อย่างเด็ดเดี่ยว สุดท้ายรัฐบาลจีนก็สั่งห้ามฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในอาณาจักรพร้อมทั้งลงโทษ Lou Ye กับโปรดิวเซอร์หญิง Nai An มิให้ข้องแวะกับกิจกรรมสร้างภาพยนตร์ไม่ว่ารูปแบบใด ๆ ในประเทศจีนเป็นเวลา 5 ปีเต็ม!

  อ่านต่อ »

 

เนื่องในวันที่ 10 มิถุนายน 2551 จะครบวาระ ครบ 101 ปี มนัส จรรยงค์ ราชาเรื่องสันผู้ตีพิมพ์เรื่องสั้นหลายร้อยเรื่องตลอดชีวิตการทำงาน  เจ้าของเรื่องสั้นอย่าง จับตาย ท่อนแขนนางรำ และ ซาเก๊าะ     

ร้านหนัง(สือ) 2521 ชวนชม ‘คืนวันหนึ่งที่ถนนตะแลงแกง’  ภาพยนตร์สั้นโดย ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ  สร้างจากเรื่องสั้นของ มนัส จรรยงค์ ราชาเรื่องสั้นแห่สยามประเทศ ฉายพร้อมกันทั้งเหนือ - ใต้ (ทีเชียงใหม่ ฉายที่’ร้านเล่า’ )ชมก่อนกรุงเทพ  แบบป่าล้อมเมือง พร้อมร่วมวงเสวนา ‘มนัสรำลึก’ กับนักเขียนภูเก็ต ในวันที่ 10 มิถุนายน 2551  19.00 น.

 

19.00น.  : ชม  คืนวันหนึ่งที่ถนนตะแลงแกง หนังสั้นจากเรื่องสั้นของ มันส จรรยงค์

19.40 น. : เสวนาBOOKCLUB ครั้งที่ 1   ‘ มนัส จรรยงค์ รำลึก ‘  กับ อ.เสน่ห์ วงศ์กำแหง , วันเสาร์ เชิงศรี  ขวัญยืน ลูกจันทร์  และ สมชาย บำรุงวงศ์  นักเขียนชาวภูเก็ต   

พร้อมกันนี้ ร้านหนัง(สือ) 2521 ขอชวนเชิญ นักอ่าน นักดูหนัง และ ผู้สนใจทุกท่าน ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน รวมทั้ง นำหนังสือของมนัส จรรยงค์ ในมือท่าน มาแลกเปลี่ยน เพื่อจัดนิทรรศการ ปกหนังสือมนัส  จรรยงค์ แบบวันเดียวจบ!

               

พบกันที่ ร้านหนัง(สือ)2521 วันอังคารที่ 10 มิถุนายนนี้ หนึ่งทุ่มตรงเป็นต้นไป!

เทศกาลหนังทดลองกรุงเทพ : สัญจร  ประเดิมที่แรก  ภูเก็ต  ณ  ร้านหนัง ( สือ) ๒๕๒๑

เริ่มวันเสาร์ที่ 7 - วันอาทิตย์ที่ 8  มิถุนายน  2551 

อ่านต่อ »

THIRD CLASS CITIZEN presents

THIRD CLASS CINEMA : PROGRAMME 005
UNDER THE BLANKET
โลกโต้ผ้าห่มของทศพล บุญสินสุข

ทศพล บุญสินสุข อดีตนักศึกษาจากคณะวารสารศาตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีผลงานหนังสั้นและหนังสั้นมาก ร่วมร้อยเรื่องที่ล่องลอยและกระจายอยู่ในชั้นบรรยากาศชนิดที่คุณอาจจะรู้สึกว่าเคยได้ดูผลงานของเขาไปแล้วโดยไม่รู้ตัว งานของทศพลคือเศษเล็กส่วนน้อยในช่วงไม่กี่นาทีของอารมณ์เศร้า เหงา รัก ของหนุ่มสาวที่บางครั้งเราก็จับต้องไม่ทัน แต่กลับรู้สึกได้ตลอดเวลา

แม้ว่าหนังของเขานั้นแทบจะไม่ได้หลุดเข้ารอบไปชิงรางวัลใหญ่ของเวทีประกวดหนังสั้นไทย แต่ความต่อเนื่องของงานนับร้อยชิ้นของเขาคือสิ่งที่บอกให้เราได้รู้ว่า แรงขับเคลื่อนในการทำหนังของเขาคือการบันทึกความรู้สึกต่างๆที่วิ่งเข้าวิ่งออกในชีวิตประจำวันของชายหนุ่มและสาวน้อย ไม่ใช่รางวัลจากเวทีใดๆทั้งสิ้น

THIRD CLASS CITIZEN ขอเชิญชวนคุณลองมามุดเข้าสู่โลกเล็กๆอุ่นๆ ใต้ผ้าห่มของทศพล แล้วมานอนคุดคู้ดูหนังสั้นเรื่องใหม่ของเขาที่ชื่อว่า ‘ผ้าห่ม’ และ ‘ท้องฟ้าจำลอง’ ร่วมด้วยหนังสั้น(มาก)อีกหลายจำนวนพร้อมชมนิทรรศการเล็กๆในห้องฉายที่จัดแสดง วัตถุชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่หลุดลอยออกมาจากหนังของเขา

UNDER THE BLANKET
ฉายวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2551
เวลา 19.00 น. / BIOSCOPE THEATER
และร่วมนั่ง-นอนคุยใต้ผ้าห่มกับ ทศพล บุญสินสุข หลังหนังฉายจบ

ชมฟรี ไม่ต้องจองที่นั่งเจ้า
สนับสนุนโดย นิตยสารไบโอสโคป

ติดตามข้อมูลเพิ่มเิติมที่จะตามมาที่
้http://thirdclasscitizen.exteen.com

แผนที่ทางไป
การเดินทาง: ถ้ามารถไฟใต้ดิน ลงสถานีรัชดาภิเษก ออกประตู 4 เดินมาทางซ้ายมือ (ตามทางรถวิ่ง) หน้าปากซอยจะมี สะพานลอย, ป้ายรถเมล์ เดินเข้าซอยมา ออฟฟิศอยู่ทางขวามือจ้ะ
สิ่งอำนวยความสะดวก : ลาบเป็ดบรบือ , ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นนายฮั่งเพ้ง และ ซูจี บะหมี่เกี๊ยว
ส่วนที่จอดรถหน้าออฟฟิศ มีอยู่จำนวนหนึ่งครับ แต่ทางที่ดีที่สุด คือ จอดที่รถใต้ดินลาดพร้าว แล้วนั่งรถใต้ดินมาลงที่รัชดาภิเษกครับ

HOW TO GET HERE : MRT RATCHADAPISEK / EXIT 4 , TURN LEFT AND WALK ALONG THE ROAD TO SOI RATCHADAPISEK 22

 

โดย FILMSICK http://filmsick.exteen.com

 

ด้านล่างนี้คือ สารคดีชิ้เนเล็ฏๆ จาก PAUL CHAN ศิลปินหนุ่มที่เกิดในฮ่องกง  แต่โตและสร้างงานอยู่ในนิวยอร์ค  สารคดีนี้มีชื่อว่า BAGHDAD IN NO PARTICULAR ORDER  ซึ่งเป็นตอนสองของTIN DRUM TRILOGY  งานสารคกีไตรภาคที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับปฏิบัติการในอิรัก  ประกอบด้วย RE : THE OPERATION งานที่ใช้ภาพสไลด์ประกอบจดหมายปลอมๆที่อุปโลกน์ว่าเป็นนักการเมืองสหรัฐเขียนหาครอบครัว เพื่อตอบโต้ความจริงที่ว่าทางการปลอมจดหมายส่งกลับไปให้ครอบครัวของทหารอิรักที่ไปรบ ส่วนตอนที่2 คือ BAGHDAD IN NO PARTICULARY ORDER นี้  ในขณะทีภาคสุดท้ายคือ NOW PROMISE NOW THREAT ซึ่งเป็นการตัดตอนบทสัมภาษณ์ของคนสามคนมารวมกันซึ่งมีทั้งบาทหลวงที่คัดค้านการใช้โบสถ์ร่วมกัน หญิงที่คัดค้านการทำแท้ง และชายที่อยากไปรบในอิรัก เพื่อรับใช้ชาติ

  อ่านต่อ »

filmvirus program : WORLD CINEMA MATINEE

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เสนอ

OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
WORLD CINEMA MATINEE
โปรแกรมควบหนังคู่ผู้กำกับนานาชาติ
International Filmmakers Double-Bill
OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO
ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทร 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530

ชมฟรีทั้งรายการ (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

ต้องขอบคุณกระแสแห่งโลกโลกาภิวัฒน์ซึ่งนิวัติมาจนถึงยุคสมัยโพสตะมอเดิร์น ที่ทำให้ชื่อของคนทำหนังระดับนานาชาติอย่าง Zhang Yimou, Wong Kar-Wai, Pedro Almodovar, Michael Haneke, Abbas Kiarostami, Aki Kaurismaki, Emir Kusturica หรือแม้แต่ Luc & Jean-Pierre Dardenne มิใช่อะไรที่แปลกใหม่สำหรับคอหนังชาวไทยอีกต่อไปแล้ว หากแต่โลกภาพยนตร์นี้ยังคงกว้างขวางยิ่งนัก และยังมีคนทำหนังตัวจ้อยอีกหลาย ๆ ราย ซึ่งถึงแม้สไตล์เฉพาะตัวอาจจะไม่ได้โดดเด่นจี๊ดจ๊าดเหมือนผู้กำกับระดับแถวหน้ารายอื่น ๆ แต่ด้วยฝีไม้ลายมือในการทำหนังระดับไม่ธรรมดาก็ทำให้ผลงานของพวกเขายังเป็นอะไรที่ ‘น่าจับตา’ และไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ง่าย ๆ

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) จึงขอเชิญชวนคอหนังทุก ๆ ท่านได้ร่วมพิสูจน์ผลงานประกบคู่ของผู้กำกับนานาชาตินามชั้นรองฝีมือชั้นแรงเหล่านี้กันสัก 12 รายจาก 12 ประเทศ ไล่ตามพิกัดเส้นรุ้งจากเอเชียตะวันออกไปจนจบทะเลแคริบเบียน แถมท้ายด้วยหนังคู่สุด SURPRISE ชวนตกกะใจ จัดเป็นโปรแกรมพิเศษแถมไว้ให้ได้คาดเดา . . .

หมายเหตุ: โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า


โปรแกรมภาพยนตร์อาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2551
KIYOSHI KUROSAWA (ญี่ปุ่น)


ผู้กำกับเลือดใหม่จากแดนอาทิตย์อุทัยที่ผันตัวจากคนหนัง Pink Film ใต้ดินกลายมาเป็นผู้กำกับหนังแนวเขย่าขวัญที่น่าจับตามากที่สุดในเกาะญี่ปุ่น ผู้กำกับรายนี้คอหนังชาวไทยคงพอรู้จักเขาดีกับผลงานเด่นในยุคหลัง ๆ อย่าง Charisma (1999), Kairo (2001), Bright Future (2003) และ Retribution (2006) สำหรับโปรแกรมนี้ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ขอเสนอผลงานหนังคู่หาชมยากที่ถ่ายทำในปีเดียวกัน ใช้นักแสดงนำคนเดียวกัน แถมยังเล่าเรื่องราวในประเด็นเดียวกันอีกด้วย

12.30 น. Serpent’s Path (199 8)

งานเขย่าขวัญมาดสุขุมแต่บาดลึก เล่าเรื่องราวความปวดร้าวของผู้เป็นพ่อที่ต้องออกตามล่าหาตัวคนที่ลักพาตัวและสังหารลูกสาวของเขาเพื่อลงมือล้างแค้นอย่างหฤโหด

14.30 น. Eyes of the Spider (199 8)

หนังคู่แฝดคนละฝากับ Serpent’s Path ที่ Kiyoshi Kurosawa ทดลองนำเนื้อหาเดิมมาเล่าเป็นหนังเรื่องใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมนอกจากการใช้ตัวละครนำรายเดียวกัน! แปลกประหลาดแค่ไหนนั้น คงต้องติดตาม

อาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2551

LINO BROCKA (ฟิลิปปินส์)


ก่อนหน้าที่ Brillante Mendoza จะมีผลงานเข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในปีนี้ ฟิลิปปินส์เคยมีหนังเข้าร่วมประกวดในคานส์มาก่อนแล้วถึงสองครั้ง และหนังทั้งสองเรื่องนี้ก็คือผลงานของผู้กำกับ Lino Brocka ผู้ล่วงลับ Lino Brocka เริ่มต้นทำหนังในช่วงต้นยุค 1970’s แต่เริ่มมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติจากผลงานเรื่อง Insiang (1976) ในปี 1980 Lino Brocka ก็ได้รับตำแหน่งเป็นผู้กำกับชาวฟิลิปปินส์รายแรกที่มีผลงานเข้าร่วมชิงรางวัลปาล์มทองคำจากเรื่อง Jaguar และได้กลายเป็นคนทำหนังที่สำคัญมากที่สุดรายหนึ่งในฟิลิปปินส์

12.30 น. Bayan Ko: My Own Country (1985)

หนังสะท้อนสังคมที่ตีแผ่ชีวิตบัดซบของครอบครัวคนงานโรงพิมพ์ผู้ยากจนในกรุงมะนิลา ผลงานเข้าชิงปาล์มทองคำเรื่องนี้ทำให้ Lino Brocka ต้องเผชิญปัญหาจากทางรัฐบาล ถึงขั้นต้องยื่นฟ้องศาลสูงเพื่อให้หนังสามารถฉายในบ้านเกิดได้โดยไม่มีการตัดทอน!

14.30 น. Fight for Us (1989)

หนังการเมืองสุดเข้มข้นเล่าเรื่องราวชีวิตของ Jimmy อดีตพระที่หันมาเป็นนักปฏิวัติ กับการต่อสู้ผจญภัยทั้งจากอริศัตรูและจากผลของการกระทำในอดีตของเขาเอง

อาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2551

ZEKI DEMIRKUBUZ (ตุรกี)


คงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากคอหนังชาวไทยจะมีโอกาสได้ชมหนังตุรกีจากผลงานของผู้กำกับ Nuri Bilge Ceylon เพียงคนเดียว เพราะประวัติศาสตร์หนังของประเทศนี้ยังมีผู้กำกับฝีมือดีที่ควรรู้จักอีกมากมายหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น Yilmaz Guney, Serif Goren, Omer Kavur, Yavuz Turgul, Ferzan Ozpetek, Zulfu Livaneli หรือ Ebru Yapici สำหรับในโปรแกรมนี้ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ ขอทำตัวร่วมสมัยแนะนำผลงานของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงที่เพิ่งจะถูก Nuri Bilge Ceylon แซงหน้าไปเสียไกล ทั้งที่ผลงานของเขาก็มีอะไรน่าสนใจแม้จะไม่ได้ ‘อลัง ฯ’ เท่าก็ตาม

12.30 น. Fate (2001)

ดัดแปลงจากบทประพันธ์ชื่อดัง L’etranger ของ Albert Camus เล่าถึงปฏิกิริยาท้าจารีตของชายหนุ่มหลังจากที่มารดาบังเกิดเกล้าของเขาเสียชีวิตลง

14.30 น. Confession (2002)

Harun วิศวกรหนุ่มแอบทราบมาว่าภรรยาของเขากำลังมีชู้กับชายอื่น เขากุมความลับนี้ไว้แล้วปฏิบัติตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งคืนหนึ่งเมื่อเขาเริ่มอดรนทนไม่ไหว Harun จึงเอ่ยปากซักไซ้ภรรยา เรื่องราวระหองระแหงฉันคู่สามีภรรยาจึงเริ่มขึ้นอย่างน่าสะท้อนใจโดยไม่จำเป็นต้องมี ‘น้องพลอย’

อาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2551

AMOS GITAI (อิสราเอล)

ผู้กำกับระดับโลกที่กลุ่มฟิล์มไวรัสเคยประกบแก้มซ้ายขวาเสนอหน้าถ่ายรูปด้วยกันมาแล้วหลังการให้สัมภาษณ์ Amos Gitai เคยมาเยือนเมืองไทยในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 5 เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 หลังจากที่เคยได้พูดคุยถึงงานของเขากันไปพอสมควร คราวนี้ได้ทีมีโอกาสฉายหนังหาดูยากของเขาสองเรื่อง อ้าว! ก่อนจะดูก็อย่าลืมไปอ่านบทสัมภาษณ์ของเขาในเว็บ OPEN ONLINE กันได้ที่ link นี้ http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/2180

 

12.30 น. Field Diary (1982)

สารคดีหัวเห็ดของ Amos Gitai ที่สร้างปัญหาจนทำให้เขาไม่สามารถทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นอีกต่อไปได้ ผู้กำกับ Amos Gitai และทีมงานได้แบกกล้องฝ่าด่านทหารไปถ่ายสภาพวิถีชีวิตของผู้คนบริเวณฉนวนกาซ่าเมื่อปี ค.ศ. 1982 ก่อนที่อิสราเอลจะรุกรานเลบานอน

14.30 น. Promised Land (2004)

หนังสมจริงนิยมที่จะเราไปติดตามการค้าโสเภณีจากเอสโตเนียข้ามแดนผ่านอียิปต์มายังอิสราเอล กับการเปิดโปงธุรกิจเถื่อนในโลกมืดที่ชวนให้ได้ลุ้นระทึกกันตั้งแต่ต้นจนจบ

อาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2551

PAVEL LOUNGUINE (รัสเซีย)


ผู้กำกับรัสเซียที่ทำหนังออกมาไม่ค่อยจะเป็นรัสเซียสักเท่าไหร่ กับลีลาเอะอะโวยวายพร้อมการเล่นกล้องแบบสวิงสวายต่างขั้วจากความสุขุมเนิบเย็นในแบบฉบับของ Andrei Tarkovsky, Andrei Zvyagintsev หรือ Alexander Sokourov โดยสิ้นเชิง Pavel Lounguine สร้างชื่อเสียงได้ในทันทีจากผลงานเพียงเรื่องแรกคือ Taxi Blues ซึ่งสามารถคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีคานส์เมื่อปี 1990 เอาชนะคู่แข่งหิน ๆ อย่าง Jean-Luc Godard, Ken Loach, Zhang Yimou, Alan Parker และ Bertrand Tavernier ได้สำเร็จ ปัจจุบันเขายังคงทำหนังอยู่แม้ชื่อเสียงอาจจะเริ่มซาลงไปบ้าง

12.30 น. Taxi Blues (1990)

หนังเชิงสัญลักษณ์สุดเฉียบฉลาดที่เล่าถึงวิถีรัสเซียเก่าใหม่ผ่านตัวละครชายสองราย โดยรายหนึ่งเป็นคนขับแท็กซี่ส่วนอีกรายเป็นนักแซกโซโฟน โดยทั้งสองต้องกลายเป็นคู่หูระหองระแหงเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเกิดไปมีชื่อเสียงโด่งดังในอเมริกา

15.00 น. The Wedding (2000)

หนังตลกชวนหัวเล่าเรื่องราววายวุ่นของ Tanya นางแบบสาวบ้านนอกคืนถิ่นที่ตัดสินใจกลับมาแต่งงานกับ Mishka กิ๊กเก่าที่ปัจจุบันได้กลายเป็นคนงานเหมืองผู้ยากจน แต่จะแต่งงานทั้งทีจะไม่มีพิธีใหญ่โตให้ได้ร่วมยินดีได้อย่างไร หนังรัสเซียที่อาบเจือไปด้วยกลิ่นอายของความเป็น Emir Kusturica อยู่ไม่น้อย

อาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2551

OLIVER SCHMITZ (แอฟริกาใต้)

ดูเหมือนช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมากระแสหนังจากแอฟริกาใต้จะได้ความนิยมอยู่พักหนึ่งกับผลงานดังอย่าง The Wooden Camera (2003), Yesterday (2004) Tsotsi (2005) และ U-Carmen e-Khayelitsha (2005) ซึ่งหลายเรื่องก็ได้ลงโรงฉายในบ้านเรา ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือโชคดีที่กลุ่มฟิล์มไวรัสมักจะเป็นคอหนังประเภทขี้เกียจก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลก แถมยังชอบทำตัวตกกระแสและดูแต่หนัง out out ไม่ in-trend อยู่ตลอดเวลา หนังที่หามาฉายเลยอาจจะเป็นผลงานของผู้กำกับที่ไม่ค่อยใครรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อสักเท่าไหร่ อ้าว! ยังไงก็ขอเชิญมาพิสูจน์ด้วยตัวเองกับผลงานของผู้กำกับแอฟริกาใต้เชื้อสายเยอรมันผู้ถนัดทำหนังแนวอาชญากรรมตีแผ่สังคมอันฟอนเฟะในประเทศบ้านเกิดตัวเอง พร้อมการจิกกัดพลังอำนาจของ ‘สื่อ’ ได้ทั้งเจ็บและแรงน้อง ๆ หนังของ Michael Haneke กันเลย!

12.30 น. Mapantsula (198 8)

เรื่องราวการต่อสู้กับความรุนแรงจากรัฐบาลที่กระทำต่อกลุ่ม ‘คนชายขอบ’ (ขออนุญาตแอบใช้คำกิ๊บเก๋ ยูเรก้า แลดูมีการศึกษา) ในประเทศสุดขอบซีกโลกใต้ของทวีปแอฟริกา ด้วยมาตรการเซ็นเซอร์ที่เข้มงวด ผู้กำกับ Oliver Schmitz จึงต้องเขียนบทหนังเรื่องนี้ให้เป็นหนัง gangster และเขาจะถ่ายแต่ฉากยิงปืนทุกครั้งที่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจกองถ่าย และเมื่อพวกเขากลับไป Oliver Schmitz ก็จะเปลี่ยนมาถ่ายเนื้อหาส่วนที่ด่ารัฐบาลแทน ไม่น่าแปลกใจที่หนังเรื่องนี้โดน ‘แบน’ ในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง

14.30 น. Hijack Stories (2000)

หนังอาชญากรรมที่จิกกัดวงการหนังด้วยกันเองได้อย่างสร้างสรรค์จนไม่น่าเชื่อ เมื่อนักแสดงหนุ่มรายหนึ่งอยากจะรับบทอาชญากรชื่อดังในหนังโทรทัศน์เรื่องหนึ่งมาก เขาจึงต้องหันไปคบค้าศึกษาวิถีชีวิตในจากเหล่าอาชญากรจริง ๆ ด้วยการเข้าร่วมแก๊งค์ไปเสียเลย เพื่อให้ผู้กำกับเชื่อว่าเขาสามารถเข้าถึงตัวละครนี้ได้ดีกว่าคนอื่น ๆ หนังที่จิกกัดขนบการแสดงแบบ method ได้อย่างแสนเจ็บปวด

อาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2551

KAROLY MAKK (ฮังการี)

ผู้กำกับรุ่นเก๋าจากฮังการีที่ทำหนังระดับคุณภาพมาแล้ว 30 กว่าเรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้โด่งดังเปรี้ยงปร้างเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างเลยสักที Karoly Makk นับเป็นคนทำหนังคนสำคัญของฮังการี ที่แม้ความจัดจ้านในการทำหนังของเขาจะยังไม่สามารถเทียบชั้นกับผู้กำกับระดับครูร่วมชาติอย่าง Miklos Jancso ได้ แต่ความลึกซึ้ง คมคาย เอาใจใส่มิติภายในของตัวละครของ Karoly Makk นั้น กลับมีเสน่ห์เสียยิ่งกว่าความน่าตื่นตาตื่นใจในการกำกับภาพอันสวิงสวายของ Miklos Jancso เป็นไหน ๆ

12.30 น. Love

เมื่อแม่ผัวไม่สบายต้องนอนซังกะตายอยู่บนเตียง Luca จึงไม่อาจบอกให้เธอทราบได้ว่าลูกชายของเธอถูกจับในข้อหาทางการเมือง Luca จึงต้องแอบเขียนจดหมายปลอมเป็นสามีเพื่ออุปโลกน์เรื่องราวหลอกมารดาว่าเขากำลังเป็นผู้กำกับหนังชื่อดังอยู่ในอเมริกา หนัง plot คุ้นที่อาจเป็นต้นแบบของ Since Otar Left (2003) และ Dear Frankie (2004)
14.30 น. Another Way

เรื่องราวความรักแบบ ‘หญิงรักหญิง’ ระหว่างสองนักข่าวสาวที่เป็นเพื่อนร่วมงานกันในสำนักหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง เมื่อฝ่ายหญิงมั่นอย่าง Eva พยายามทำให้ Livia ผู้เลอโฉมเข้าใจว่า ความรักแบบนี้นั้นมันเป็นเพียงอีก ‘ทางเลือกหนึ่ง’ ของความสุข!

อาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2551

IDRISSA OUEDRAOGO (บูร์กินาฟาโซ)


ผู้กำกับจากทวีปแอฟริกาที่จบการศึกษาทางด้านภาพยนตร์โดยตรงจาก African Institute for Cinema Studies เขานับเป็นผู้กำกับชาวแอฟริกันเพียงไม่กี่คนที่สามารถนำเสนอวิถีแห่งความเป็นแอฟริกันผ่านแผ่นฟิล์มได้อย่างลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ แม้ว่าหนังของ Idrissa Ouedraogo จะวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นต่าง ๆ ในสังคมแอฟริกันอยู่ตลอดวเลา แต่ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนมาตุภูมิของเขาก็ยังคงปรากฏได้อย่างเด่นชัดจนไม่อาจปฏิเสธได้

12.30 น. Yaaba (1989)

เด็กชายวัยสิบขวบสนิทสนมกับหญิงชราที่ชาวบ้านต่างเรียกขานว่า ‘นางแม่มด!’ แต่ด้วยความไม่รู้ประสาอะไรใด ๆ เจ้าเด็กชายจึงเรียกขานหญิงแก่คนนั้นอย่างพาซื่อว่า ‘คุณยาย’!

14.30 น. The Law (1990)

เมื่อชายหนุ่มได้เดินทางกลับมายังหมู่บ้านหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน เขาก็พบว่าพ่อของเขาได้ช่วงชิงคู่หมั้นไปเป็นภรรยาของตัวเองเสียแล้ว เมื่อหญิงที่ตั้งใจจะเป็นได้เป็น ‘เมีย’ กลับกลายมาเป็น ‘แม่’ เรื่องราวรวดร้าวใจภายในครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัล Grand Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

อาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2551

MANOEL DE OLIVEIRA (โปรตุเกส)


ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ขอร่วมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของผู้กำกับรุ่นคุณทวด Manoel de Oliveira เป็นการล่วงหน้า ผู้จะมีอายุครบรอบศตวรรษในวันที่ 12 เดือนธันวาคมปีนี้แล้ว ตลอดระยะเวลา 76 ปีที่ผ่านมา Manoel de Oliveira ได้ทำหนังชั้นดีออกมาให้คอหนังได้ติดตามชมกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย แถมเขายังรักษาระดับฝีมือที่ยังเข้าฝักอยู่ได้แม้อายุอานามจะล่วงเลยวัยเกษียณไปเป็นทศวรรษ

ในโอกาสนี้ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์จึงขอถือโอกาสฉายหนังในวัยหลังเกษียณของเขาจำนวนสองเรื่อง และขอให้คุณทวด Manoel de Oliveira จงมีสุขภาพกายและใจที่ดีและมีหนังเฉียบ ๆ คม ๆ ออกมาให้พวกเราได้ดูกันไปอีกนาน ๆ

12.30 น. Voyage to the Beginning of the World (1997)

ผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายของ Marcello Mastroianni ในหนังสุดพิลาศพิไลที่จะพาเราไปล่องเส้นทางสายอดีตคืนสู่รากเหง้าของนักแสดงชาวฝรั่งเศสที่มีโอกาสได้ไปเยือนโปรตุเกสอันเป็นแผ่นดินแม่ของบุพการีของเขาอีกครั้ง กับหนังที่พิสูจน์แล้วว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องบางเรื่องก็สามารถเล่าเป็นหนังอย่างมีเสน่ห์ได้หากคนทำละเอียดอ่อนพอ

14.30 น. Valley of Abraham (1993)

สร้างจากบทประพันธ์ของ Agustina Bessa-Luis เล่าเรื่องราวการถูกจับคลุมถุงชนของ Ema สาวน้อยพราวเสน่ห์กับหมอหนุ่มผู้มั่งคั่งทั้งที่เธอไม่ได้รักเขาเลย Ema จะยึดยื้อดื้อดึงไปได้ถึงเพียงไหนเมื่อเธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมตกเป็น ‘ภรรยา’ ของหมอหนุ่มรายนั้น

อาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2551

FERNANDO EZEQUIEL SOLANAS (อาร์เจนตินา)


ผู้กำกับเจ้าของผลงานหนังสารคดีการเมืองเลื่องชื่ออย่าง The Hours of the Furnaces (196 8) ผู้ประกาศแถลงการณ์ “Towards the Third Cinema” ร่วมกับ Octavio Genito เพื่อด่าหนังจาก Hollywood และหนัง auteur เอาแต่ใจตัวเองไม่รับผิดชอบสังคมจากฝั่งยุโรป นอกจากจะทำหนังเชิงสัญลักษณ์แดกดันการเมืองทั้งในอาร์เจนตินาและอเมริกาใต้แล้ว Fernando Ezequiel Solanas ยังมีส่วนร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อต่อต้านประธานาธิบดี Carlos Menem กระทั่งเคยถูกลอบยิงมาแล้ว สุดท้ายเขาก็หันมาเล่นการเมืองในอาร์เจนตินาแบบเต็มตัว

12.30 น. The Cloud (199 8)

หนังหลายชีวิตที่เล่าถึงปัญหาต่าง ๆ ที่นักแสดงละครกลุ่มหนึ่งต้องเผชิญเพื่อรักษาโรงละครของพวกเขาไว้มิให้ถูกรื้อทำลายจนกลายเป็นห้างสรรพสินค้า!

14.30 น. The Voyage (1992)

ชายหนุ่มจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของทวีป ตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาพ่อแท้ ๆ ของเขาด้วยการโบกรถ ในหนังมหากาพย์แห่งการสำรวจจิตวิญญาณอเมริกาใต้ด้วยสัญลักษณ์เหนือจริงแบบท่วมท้นคมคาย ผลงานที่จะทำให้ The Motorcycle Diaries ของ Walter Salles กลายเป็นตำนาน เช กูวาร่า ฉบับแอ๊บแบ๊ว! (อ่านใน 151 Cinema)

อาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2551

VICTOR GAVIRIA (โคลัมเบีย)


ผู้กำกับจากโคลัมเบียผู้ยึดคติว่า ‘ความจริงเท่านั้นที่หนังควรจะนำเสนอ’ ผลงานหนังของ Victor Gaviria จึงเป็นงานที่ตีแผ่ชีวิตผู้คนโดยเฉพาะเยาวชนในสังคมอันสุดฟอนเฟะย่านถนน Medellin ถิ่นเกิดของเขา ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นนครแห่งยาเสพติดและอาชญากรรมเกือบทุกประเภท ด้วยลีลาหนังแบบ Cinema Verite ที่ปฏิเสธการปรุงแต่งใด ๆ กลายเป็นงานที่สะท้อนมุมมืดของสังคมในโคลัมเบียได้อย่างจริงจังจนน่าใจหาย!

12.30 น. Rodrigo D: No Future (1989)

Rodrigo เด็กหนุ่มที่หัวใจกำลังอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกดิบกร้าว เขาจึงต้องหาทางออกเพื่อหลีกหนีจากสังคมรอบตัวสุดเส็งเคร็งด้วยการฟอร์มวงดนตรี Punk เพื่อระบายอารมณ์อัดอั้นผ่านการแผดตะโกนออกมาเป็นตัวโน้ต หนังที่ต้องปิดฉากลงด้วยความรู้สึกสุดแสนสะเทือนใจ

14.30 น. The Rose Seller (199 8)

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ Victor Gaviria นำเอานิทานเรื่องเด็กหญิงกับไม้ขีดไฟของ Hans Christian Andersen มาดัดแปลงเป็นชีวิตของเด็กหญิงขายดอกกุหลาบในเมือง Madellin! เมื่อความฝันและความหวังของหญิงวัยแรกสาวต่อเผชิญหน้ากับความระยำเกินจะทำใจในสังคมอันเสื่อมทราม
อาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2551

TOMAS GUTIERREZ ALEA (คิวบา)


ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนแนวหันมาทำหนังเอาใจตลาดอย่าง Strawberry and Chocolate (1994) และ Guantanamera (1995) Tomas Gutierrez Alea ก็เคยทำหนังในแนวหนักแน่นจริงจังและแหลมคมมาก่อน ผลงานเด่นที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของเขาจะเป็นผลงานยุคกลาง ๆ ช่วงปี 1960-1980 โดยเฉพาะ Memories of Underdevelopment (196 8) ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นเอกตลอดชีวิตการทำงานของเขาเลยทีเดียว เมื่อยังหาหนังเรื่องนี้มาดูไม่ได้ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ก็ขอนำเสนอผลงานเด่นเรื่องอื่น ๆ ของเขามาจัดฉายพอขัดดอกไปก่อน Tomas Gutierrez Alea เสียชีวิตลงแล้วเมื่อเดือนเมษายน ปี1996

12.30 น.: Death of a Bureaucrat (1966)

หนังตลกเสียดสีเรื่องเยี่ยมแดกดันการทำงานของหน่วยราชการ เมื่อคนงานรายหนึ่งเกิดประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ร่างของเขาดันถูกฝังไปพร้อม ๆ กับบัตรประจำตัวแรงงาน ทำให้ภรรยาของเขาไม่มีเอกสารไปร้องขอสวัสดิการใด ๆ ได้ หลานชายของคนงานผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นจึงต้องเดินทางไปยังสำนักราชการเพื่อขออนุญาตขุดศพคุณลุงของเขาขึ้นมาใหม่!

14.30 น. The Last Supper (1976)

หนังตลกเสียดเย้ยคริสต์ศาสนา เมื่อเจ้าของไร่อ้อยผู้มั่งคั่งนึกสนุกอยากจัดงานเลี้ยง 13 ที่แบบเดียวกับตำนาน The Last Supper ของพระเยซู โดยมีตัวเขาสวมบทบาทเป็นองค์ศาสดาแล้วให้บรรดาทาสจำนวน 12 รายมารับบทเป็นเหล่าสาวก มหกรรมล้อเลียนเบื้องสูงนี้จะจบลงเช่นไรติดตามได้จากภาพยนตร์เสียดแสบเสียดคันเรื่องนี้

อาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2551

SURPRISE FILM DOUBLE-BILL!! (แนะนำชมเป็นพิเศษ)

12.30 น. SURPRISE # 1

ใบ้ด้วยเรื่องย่อเรื่องราวความรักที่ไม่น่าเป็นไปได้ของนักเปียโนหนุ่มใหญ่กับสาวเสิร์ฟวัยกลางคน กับผลงานชวนฝันที่ทำออกมาได้โรแมนติกอย่างเหลือเชื่อ!

15.00 น. SURPRISE # 2

ใบ้ให้ด้วยภาพปกหนัง

 

โดยไพสิฐ  พันธุ์พฤกษชาติ

 

เราทุกคนเป็นคนหนึ่งผู้สร้างผลงาน

เป็นคนหนึ่งในหลายๆคนที่เก็บเกี่ยวรายละเอียดต่างๆ ในยุคสมัย ในที่ๆตนเองใช้ชีวิตอยู่

ที่ซึ่งใครจะคิดทำอะไรแตกต่างกันแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกผู้มีอำนาจวุฒิภาวะเด็กโข่ง เจ้ายศเจ้าอย่างแถมแยกแยะสิ่งต่างๆ ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาบนโลกไม่เป็น มัวแต่จ้องจัดการคนอื่นให้หลาบจำ

อยู่ร่ำไป คนพวกนี้ไม่รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ที่แท้จริงของสังคม

จะเอาคนพวกนี้เอามาสร้างบ้านแปงเมืองและดูแลงานทางวัฒนธรรมไม่ได้  

   อ่านต่อ »

รัตน์ เปสตันยี ถือเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติคนแรกของไทย และเป็นแรงบันดาลใจของผู้กำกับรุ่นใหม่ อย่าง วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง และเป็นเอก รัตนเรือง ในวาระสุดท้าย ท่านได้ต่อสู้เรียกร้องให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นับว่ารัตน์ เปสตันยีมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อวงการภาพยนตร์ไทยมาโดยตลอด

ดังนั้น ในโอกาสที่ ปี พ.ศ.2551 เป็นวาระครบ 100 ปี เกิดของ รัตน เปสตันยี (22 พฤษภาคม 2451) หอภาพยนตร์แห่งชาติ และมูลนิธิหนังไทยฯ จึงขอร่วมจัดโครงการ 100 ปี รัตน์ เปสตันยี ด้วยการจัดกิจกรรมรำลึกต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของท่านสู่สาธารณชน

ทางคณะผู้จัดงานจึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านร่วมเป็นเกียรติในงาน 100 ปี รัตน์ เปสตันยี ในวันพฤหัสบดี 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เวลา 16.00 - 20.00 น. ณ หอภาพยนตร์แห่งชาติ ศาลายา โดยมีกำหนดการงานดังนี้

16.00 น. ลงทะเบียน และร่วมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยในส่วนที่เกี่ยวกับ รัตน์ เปสตันยี
17.00 น. ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน ในการพิมพ์มือและพิมพ์เท้าของดาราในภาพยนตร์ของรัตน์ เปสตันยี
18.00 น. แถลงข่าวรายละเอียด โครงการ 100 ปี รัตน์ เปสตันยี และร่วมชมภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติรัตน์ เปสตันยี
19.30 น. รับของชำร่วย และเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ภายในงานท่านจะพบกับ ศิลปินแห่งชาติ อย่าง คุณแท้ ประกาศวุฒิสาร, คุณชาลี อินทรวิจิตร และคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเป็นนักแสดงนำในเรื่องสวรรค์มืด ด้วย, รวมทั้งนักแสดงท่านอื่นอย่าง คุณอรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่อย่าง วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง (ฟ้าทะลายโจร และ เป็นชู้กับผี) และครอบครัวของคุณรัตน์ เปสตันยี

หากท่านสนใจเข้าร่วมในงานดังกล่าว กรุณาแจ้งความจำนงหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ มูลนิธิหนังไทยฯ โทร 02-800-2716 หรือ thaishortfilmfestival@gmail.com

โดย . . . กัลปพฤกษ์’ kalapapruek@hotmail.com

ข่าวด่วน! ข่าวดี! สำหรับคอหนังผู้ไม่นิยมการประนีประนอมทั้งหลาย วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม นี้ เวลา 20:24 น. เพื่อนพ้องน้องพี่จะมีโอกาสได้ชมผลงานอื้อฉาวที่หาชมได้ยากมากที่สุดของยอดผู้กำกับ Maurice Pialat ผู้ล่วงลับ หนังระดับปาล์มทองคำอย่าง Under the Satan’s Sun [Sous le soleil de satan] ซึ่งถูกโห่อย่างอึงคะนึงทันทีที่ได้รับการประกาศชื่อให้กลายเป็นผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 1987 แบบเอกฉันท์ ซึ่ง Maurice Pialat ก็แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบผู้คนที่โห่ด่าหนังของเขาขณะรับรางวัลด้วยการชูกำปั้นแล้วกล่าวว่า “กูก็ไม่ชอบพวกมึงเหมือนกัน!” Under the Satan’s Sun จะฉายให้ดูกันทางจอแก้ว ในโปรแกรมภาพยนตร์ของสถานีโทรทัศน์ TV5 ของฝรั่งเศส (คาดว่าน่าจะมีคำบรรยายภาษาอังกฤษ เพราะปัจจุบันหนังฝรั่งเศสที่ฉายทางสถานีนี้จะมีคำบรรยายภาษาอังกฤษให้เสมอ) ใครที่รับชมช่องนี้ได้ หรือมี True Visions UBC ติดไว้ อย่าลืมตั้งหน้าตั้งตารอชม!

Under the Satan’s Sun สร้างจากนิยายของ Georges Bernanos เล่าเรื่องราวของพระหนุ่ม Donissan (นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาล Gérard Depardieu) ผู้เริ่มหวั่นไหวต่อความเชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้า หลังได้พบกับ Mouchette (รับบทโดย Sandrine Bonnaire) สาววัยรุ่นท้องป่องใจแตก (ที่ไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องปราศจากรอยหมองร้าวแบบน้อง Juno หรอกนะ!) ผู้ลงมือสังหารชู้รักของเธออย่างโหดเหี้ยมอำมหิต! หนังเล่าเรื่องแบบเรียบเรื่อยแต่รุนแรง (เอ๊ะ! ยังไง?) แถมยังมีการสำแดงอภินิหารสุด surprise ที่ . . . เอาไว้ดูกันเองดีกว่านะ! เท่าที่ทราบ หนังเรื่องนี้ยังไม่เคยมีการผลิตออกมาเป็น DVD พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษในประเทศใด ๆ เพราะฉะนั้น อย่าได้พลาดกันทีเดียวเชียว!

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Under the Satan’s Sun หาอ่านได้จากหนังสือ “BOOKVIRUS 01: A-Z หนังวรรณกรรม” ใน entry ของ B = Bernanos ใครยังไม่มีก็ได้โปรดกรุณาไปหาซื้อมาเก็บไว้เป็นมรดกของชาติด้วย หนังสือแบบนี้ไม่มีใครทำให้อ่านได้อีกแล้วในประเทศนี้นอกจากคนเขียน . . .

ปัจฉิมลิขิต: หนังชื่อ Un héros très discret ซึ่งกำลังวนฉายอยู่ในสถานีโทรทัศน์ TV5 ในช่วงนี้ ก็เป็นอีกเรื่องที่ ใช่จี๊ดถูกใจ ‘กัลปพฤกษ์’ ผลงานของผู้กำกับ Jacques Audiard (และนำแสดงโดยพ่อหนุ่ม Mathieu Kassovitz ) ที่ทั้งแปร่งและประหลาดชนิดไม่อาจหาชิมได้จากหนังเรื่องไหน ๆ ขอยกนิ้วรับประกันความเก๋ไก๋และไฉไลที่แจ่มเสียยิ่งกว่าผลงานเรื่องต่อมาอย่าง Reads My Lips หรือ The Beat That My Heart Skipped ของเขาเสียด้วยซ้ำ!

“ต้นฉบับในอนาคต”

17 พ.ค. ‘51 - 6 มิ.ย.‘51

นิทรรศการเริ่ม 17 พฤษภาคม 19.00 น.

สถานที่
แกลเลอรี่ CONFERENCE OF BIRDS
131/18 ถนนปั้น (ซ.วัดแขก) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

www.conferenceofbirds.com

ติดต่อ
อีเมล์ alittle@post.harvard.edu หรือ conference@conferenceofbirds.com
โทรศัพท์ 0849281152

วันเวลาทำการแกลเลอรี่
จันทร์ - อาทิตย์ 12.00น. - 20.00น.
หรือ ทำการนัดหมายเป็นการพิเศษ

จูเลีย เมลท์เซอร์ และ เดวิด ธอร์น เป็นศิลปินมาจาก ลอสแองเจอลิส พวกเขาจัด สร้างวิดีโอ ถ่ายรูปภาพ อินสทอลเลชั่น และตีพิมพ์หนังสือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542-2546 เป้าหมายงานของ จูเลียและเดวิดเอง สื่อถึงความลับของรัฐบาล และเรื่องที่ รัฐบาลจัดข้อมูลไม่ตรงตามความเป็นจริง งานหลายชิ้นของทั้งสองคนในปัจจุบันยัง คงเน้นและแน่นไปด้วยวิธีการที่แยบยลหลากหลายทาง ที่มีต่อความคิด ทรรศนะของ
กาลในอนาคตที่ซึ่งจะคาดการณ์ได้ และจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังมีส่วนเกี่ยว ข้องต่อความเชื่อความศรัทธา ต่อการเมืองทั่วโลก อีกด้วย

อ่านต่อ »

« Newer Posts - Older Posts »