Posted in กลแสงสนทนา, แท็ก กลแสงสนทนา, movie, rain on พฤษภาคม 1, 2008 | 4 Comments »
คุยกับทีมงานกลแสง ส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ของคุณมาที่ filmsick@gamail.com ครับ
วาว : ช่วงนี้แถวบ้านฝนตกตลอดเลยอะคัฟเพ่ เมื่อคืนนี้ก้อตก เช้านี้ก้อตก ตอนกินข้าวกลางวันก้อตก …สั้นๆ ง่ายๆ นะคัฟเพ่ หนังอันควรค่าแก่การรับชมท่ามกลางบรรยากาศฝนปรอยแบบนี้ ได้แก่หนังเรื่องไรบ้างคัฟ
(เออ………ถามสั้นๆ รบกวนช่วยตอบยาวๆ ได้ป่ะคัฟ……. เหวอ?)
ขอบคุณคร๊าฟฟฟฟฟฟฟ
Read Full Post »
Posted in เนื้อ-หนัง, แท็ก movie, review, sholay on เมษายน 11, 2008 | 1 ความคิดเห็น »
โดย : Jesse James
ในประวัติศาสตร์หนังคาวบอย เราอาจแบ่งกลุ่มหนังคาวบอยออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ตามถิ่นฐานและองค์ประกอบหลัก ๆ ในแต่ละประเภท ได้แก่ ภาพยนตร์คาวบอยอเมริกัน และภาพยนตร์คาวบอยอิตาเลียน
ภาพยนตร์คาวบอยอเมริกัน ยึดมั่นที่คุณธรรมน้ำมิตรระหว่างลูกผู้ชาย , การเผชิญโชคและเหล่าวายร้ายด้วยความกล้าหาญตามแบบฉบับวีรบุรุษ ตัวละครหลักมักเป็นนายอำเภอผู้ยึดมั่นในคุณธรรม (My Darling Clementine) , คนเลี้ยงม้าผู้ถูกกดขี่ข่มเหง (The Man from Laramie) หรือกระทั่งชายหนุ่มพเนจร ผู้เปรียบประดุจเทวทูตที่ลงมายังดินแดนมนุษย์เพื่อกวาดล้างเหล่าร้ายด้วยกระสุนปืน (Shane) ภาพยนตร์คาวบอยอเมริกัน จึงมักมีสูตรสำเร็จให้ดำเนินไปตามครรลองอยู่ไม่กี่แบบ พระเอกเผชิญปัญหา – ประสบความสิ้นหวัง – ได้รับแรงกระตุ้นจากคนรอบข้างหรือการกระทำอันเลวร้ายของวายร้าย – ลุกขึ้นสู้กับปัญหา – ประสบชัยชนะในท้ายที่สุด
ทว่าก็มีภาพยนตร์คาวบอยอเมริกันแท้ ๆ ที่เลือกจะแหกกรอบการเล่าเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน ในกลุ่มนี้ได้แก่ High Noon (นายอำเภอผู้แสดงความหวาดกลัว) กระทั่ง The Man Who shot Liberty Valance (เจมส์ [...]
Read Full Post »
นี่น่าจะเป้นหนังเรื่องเดียวของ WIM WENDERS ที่ได้เข้าฉายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา (แม้จะมีหนังสี่เรื่องของเขาที่หาดูได้แบบลิขสิทธิ์ เช่น UNTIL THE END OF THE WORLD เคยออกวีด๊โอลิขสิทธิ์ โดย ไรท์พิคเจอร์ส ส่วน LAND OF PLENTY และ DON’T COME KNOCKING ออกวีซีดีลิขสิทธิ์ คุณภาพต่ำออกมา)
Read Full Post »
เราอาจรู้จัก อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในฐานะการเป็นผู้กำกับไทยคนเดียวที่ได้รางวัลใหญ่ๆจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ หรือในฐานะเจ้าของหนังน่าเบื่อยืดยาวที่ดูเหมือนไร้จุดหมาย หรือกระทั่งในฐานะผู้กำกับหัวแข็ง ที่คัดง้างกับคณะกรรมการเซนเซอร์ด้วยการ ยอมไม่ฉายไม่ยอมตัด แสงศตวรรษ หนังเรื่องล่าสุดของเขา แต่ไม่ว่าจะในฐานะใดปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาคือผู้กำกับคนสำคัญที่โลกต้องจับตามอง
ย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะกลายเป็นเจ้าของรางวัล Jury Prize จากเทศกาลหนังเมืองคานส์อภิชาตพงศ์ เริ่มต้นจากการทำหนังสั้น โดยเริ่มจาก 0116643225059 หนังสั้นที่ใช้ภาพของแม่ ซ้อนเข้ากับภาพชองชายผมยาวที่ถูกปรับแต่งจนดูเหมือนอยู่ในเงามืด และใช้เสียงการโทรศัพท์กลับบ้าน ของตัวผู้กำกับเองในการเล่าเรื่อง ตัวเลขที่เป็นชื่อเรื่องนั้นก็เอามาจากเบอร์โทรศัพท์จริงๆ ที่ตัวผู้กำกับโทรจากเมืองนอกมาหาพ่อแม่ที่บ้าน ตัวหนังนั้นมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ( ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็น ตัวตนของอภิชาติพงศ์ ที่ใช้เรื่องส่วนตัวเป็นพื้น และค่อยๆเลือนไปสู่การเป็นเรื่องเล่า ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนจาก แสงศตวรรษ ) และนี่เป็นครั้งแรกที่ ภาพและเสียงในหนังของเขากลายเป็นพรมแดนของการทดลองความไม่พ้องต้องกัน แต่ในขณะเดียวกันไม่ย้อนแย้งกันและกัน ซ้ำยังเป็นการเล่นแร่แปรธาตุกับ ภาพยนตร์และกระบวนการของมัน เขาตัดรูปภาพของแม่เข้ามาใส่เป็นภาพหลักในหนังขณะที่ในบทสนทนา จะมีช่วงหนึ่งที่เขาเอ่ยถามว่าแม่ส่งรูปมาหรือยัง หากรูปที่ปรากฏคือรูปแม่ (ที่ส่งมา)ก็เท่ากับว่า เขาไม่ได้ทำหนังเรื่องนี้ในฐานะของความเป็นหนัง (ว่าด้วยภาวะ homesick แต่เล่าแบบทดลองโดยการตัดภาพแม่ และเสียงสนทนามาประกอบกันแทน) แต่การมีอยู่ของบทสนทนาเรื่องรูปกลับสร้างความหมายใหม่ นั่นคือ การที่เขาได้ ใส่กระบวนการสร้างภาพยนตร์ ลงไปในตัวภาพยนตร์ (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ) ซึ่งนั่นเท่ากับเป็นการใส่มิติ [...]
Read Full Post »