<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>กลแสง - นิตยสารหนังออนไลน์ &#187; wim wenders</title>
	<atom:link href="http://atrickofthelight.wordpress.com/tag/wim-wenders/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://atrickofthelight.wordpress.com</link>
	<description>a trick of the light : a place for cinephiles</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Nov 2009 10:10:41 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='atrickofthelight.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/224a1b702dd2de4bb8e54a85530e30f7?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>กลแสง - นิตยสารหนังออนไลน์ &#187; wim wenders</title>
		<link>http://atrickofthelight.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://atrickofthelight.wordpress.com/osd.xml" title="กลแสง &#8211; นิตยสารหนังออนไลน์" />
		<item>
		<title>Paris, Texas ใครจะเชื่อ &#8230; ในอเมริกาก็มี  “ ปารีส ”</title>
		<link>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/23/paris-texas-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/23/paris-texas-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Mar 2008 04:51:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>atrickofthelight</dc:creator>
				<category><![CDATA[เนื้อ-หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[manotham tieptiemrat]]></category>
		<category><![CDATA[paris texas]]></category>
		<category><![CDATA[review]]></category>
		<category><![CDATA[wim wenders]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atrickofthelight.wordpress.com/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[


โดย มโนธรรม  เทียมเทียบรัตน์
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร ดอกเบี้ยรายสัปดาห์ วันที่  12-18  ก.ค. 2535 ปีที่ 2 ฉบับที่ 60 )
เอกลักษณ์เฉพาะทางภาพยนตร์ของเยอรมนี  เป็นสิ่งที่ถูกเฟ้นหาคำตอบพอๆ กับในหนังไทยเลยก็ว่าได้  ตรงที่ความเป็นมาในอดีตช่วงหนึ่ง  ซึ่งกินเวลานานติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 30  ปี  เนื่องจากสหรัฐได้เข้าไปควบคุม  &#8220;ความประพฤติ&#8221;  ของเยอรมนี  ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการวางแผนการจัดการทุกอย่างใหม่หมด  ซึ่งรวมทั้งการสร้างอิทธิพลครอบงำทางศิลปวัฒนธรรมและภาพยนตร์ &#8230; อาจไม่เป็นไปโดยทางตรงโดยผ่านกลไกด้านการแข่งขันทางการตลาดและการจัดเก็บภาษีหนังนำเข้าจากสหรัฐในอัตราที่ต่ำ  มีผลให้การอยู่รอดของหนังเยอรมนีเองอยู่ในฐานะลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1942 ถึง 60  ตอนต้น
               
จริงๆ แล้วอิทธิพลจากหนังสหรัฐในหนังเยอรมนีได้ปรากฏว่าเริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่ยุค 1930  ตอนต้นแล้ว หนังเก่าๆ ของเยอรมนีส่วนหนึ่งจึงดูเบาสบาย  ผิดกับตอนปลายของทศวรรษ 1920  ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองขนานแท้ของศิลปะในภาพยนตร์ของเยอรมนีและเป็นความโดดเด่นทางเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดมาก  ก่อนที่นักสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์จะพากันอพยพลี้ภัยฮิตเลอร์ไปยังต่างประเทศกันขนานใหญ่โดยมากมักเลือกไปที่สหรัฐ  แล้วได้นำลักษณะเฉพาะในส่วนนี้ไปเจือปนในผลงานเรื่องต่อๆ มาที่ได้สร้างขึ้นในต่างประเทศ  กลายเป็นการเคลื่อนไหวของศิลปะภาพยนตร์ในอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งได้ปรากฏรูปเป็นหนังในแนวฟิล์มนัวร์  เหลือไว้แต่คนทำหนังส่วนหนึ่งที่ยังตกค้างอยู่ในเยอรมนีตามเดิมซึ่งพากันสวามิภักดิ์ต่อพรรคนาซี  โดยการทำหนังเพื่อเชิดชูและโปรปะกันดา  ฮิตเลอร์ และอุดมการณ์แห่งชาติทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลเพื่อความอยู่รอดเพียงสถานเดียว


อยู่ดีๆ คนทำหนังรุ่นใหม่ในเยอรมนีเกิดความตื่นตัวกันอย่างมโหฬารในตอนปลายทศวรรษ 1960 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=atrickofthelight.wordpress.com&blog=2912615&post=57&subd=atrickofthelight&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><h1>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="297" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris.jpg" hspace="5" height="425" /></div>
</h1>
<h2>โดย มโนธรรม  เทียมเทียบรัตน์</h2>
<p>(ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร ดอกเบี้ยรายสัปดาห์ วันที่  12-18  ก.ค. 2535 ปีที่ 2 ฉบับที่ 60 )</p>
<p>เอกลักษณ์เฉพาะทางภาพยนตร์ของเยอรมนี  เป็นสิ่งที่ถูกเฟ้นหาคำตอบพอๆ กับในหนังไทยเลยก็ว่าได้  ตรงที่ความเป็นมาในอดีตช่วงหนึ่ง  ซึ่งกินเวลานานติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 30  ปี  เนื่องจากสหรัฐได้เข้าไปควบคุม  &#8220;ความประพฤติ&#8221;  ของเยอรมนี  ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการวางแผนการจัดการทุกอย่างใหม่หมด  ซึ่งรวมทั้งการสร้างอิทธิพลครอบงำทางศิลปวัฒนธรรมและภาพยนตร์ &#8230; อาจไม่เป็นไปโดยทางตรงโดยผ่านกลไกด้านการแข่งขันทางการตลาดและการจัดเก็บภาษีหนังนำเข้าจากสหรัฐในอัตราที่ต่ำ  มีผลให้การอยู่รอดของหนังเยอรมนีเองอยู่ในฐานะลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1942 ถึง 60  ตอนต้น</p>
<p>               </p>
<p>จริงๆ แล้วอิทธิพลจากหนังสหรัฐในหนังเยอรมนีได้ปรากฏว่าเริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่ยุค 1930  ตอนต้นแล้ว หนังเก่าๆ ของเยอรมนีส่วนหนึ่งจึงดูเบาสบาย  ผิดกับตอนปลายของทศวรรษ 1920  ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองขนานแท้ของศิลปะในภาพยนตร์ของเยอรมนีและเป็นความโดดเด่นทางเอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดมาก  ก่อนที่นักสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์จะพากันอพยพลี้ภัยฮิตเลอร์ไปยังต่างประเทศกันขนานใหญ่โดยมากมักเลือกไปที่สหรัฐ  แล้วได้นำลักษณะเฉพาะในส่วนนี้ไปเจือปนในผลงานเรื่องต่อๆ มาที่ได้สร้างขึ้นในต่างประเทศ  กลายเป็นการเคลื่อนไหวของศิลปะภาพยนตร์ในอีกรูปแบบหนึ่ง  ซึ่งได้ปรากฏรูปเป็นหนังในแนวฟิล์มนัวร์  เหลือไว้แต่คนทำหนังส่วนหนึ่งที่ยังตกค้างอยู่ในเยอรมนีตามเดิมซึ่งพากันสวามิภักดิ์ต่อพรรคนาซี  โดยการทำหนังเพื่อเชิดชูและโปรปะกันดา  ฮิตเลอร์ และอุดมการณ์แห่งชาติทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลเพื่อความอยู่รอดเพียงสถานเดียว</p>
<p><span id="more-57"></span></p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="500" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris3.jpg" hspace="5" height="281" /></div>
<p>อยู่ดีๆ คนทำหนังรุ่นใหม่ในเยอรมนีเกิดความตื่นตัวกันอย่างมโหฬารในตอนปลายทศวรรษ 1960  ต่อ 70  ตอนต้น  กระแสความเคลื่อนไหวในหมู่คนทำหนังเยอรมนีในช่วงนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ  New German Cinema ซึ่งประกอบไปด้วยผู้สรรค์สร้างงานภาพยนตร์หน้าใหม่ๆ และชื่อใหม่ๆ มากมาย อย่างไรน์เนอร์-แวร์เนอร์ ฟาสบินเดอร์,  แวร์เนอร์  แฮร์โซก  และ วิม เวนเดอร์ส  เป็นตัวหลัก</p>
<p>ถ้าพัฒนาการของหนังเยอรมนี  มีลักษณะก้าวกระโดดเช่นนี้  เป็นผลให้เกิดข้อคำถามที่ว่า &#8221; หากหนังอเมริกันส่วนหนึ่งมีลักษณะของหนังแนวศิลปะนิยมของเยอรมนีแอบแฝงอยู่  ขณะเดียวกัน  ในหนังเยอรมนีเองเมื่อยุคอดีตที่ผ่านมาก็เต็มไปด้วยอิทธิพลซ่อนรูปของวัฒนธรรมอเมริกัน  เช่นนี้แล้วคนทำหนังกลุ่ม  New German Cinema กำลังค้นหาอะไรกันแน่ ? &#8221; คนที่เก็บเรื่องนี้มาครุ่นคิดอย่างจริงจัง  น่าจะเป็น วิม  เวนเดอร์ส</p>
<p>ในเมื่อเรื่องของเอกลักษณ์เฉพาะยังไม่เป็นที่ลงเอย  เวนเดอร์สจึงยอมลงทุนโดยการสลัดคราบของความเป็นเยอรมนีทิ้งไปให้มากที่สุด  ในหนังเรื่อง  Paris, Texas นั่นคือทำให้ออกมามีรูปโฉมเป็นหนังต่างด้าวชนิดเต็มอัตรา  คือเป็นเรื่องของคนอเมริกันล้วนๆ นับตั้งแต่ทีมสร้างตัวหลักๆ (โดยเฉพาะคนเขียนบทคือ แซม  เช็พเพิร์ด)  ดารา (แฮร์รี่ ดีน สแตนตัน,  ดีน สต็อคเวลล์ และ แอล.เอ็ม.คิท คาร์สัน)  สถานที่ถ่ายทำลีลาที่ปรากฏในดนตรีประกอบ  ตลอดจนบริษัทจัดจำหน่ายคือทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟ็อกซ์ &#8230; ยังเหลือก็แต่ในส่วนของงานกำกับภาพอย่างเดียวที่เป็นของคนเยอรมันจริงๆ คือ ร็อบบี้ มึลเลอร์</p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="600" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/psrais2.jpg" hspace="5" height="337" style="width:436px;height:234px;" /></div>
<p>ถ้าภาพที่ปรากฏอยู่บนจอเป็นการถ่ายทอดผ่านทางสายตาของคนเยอรมันล้วนๆ  ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือการมองอเมริกา จากคนที่เต็มไปด้วยความฉงนสงสัย  ซึ่งตอบรับกับเจตจำนงสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดที่สื่อสารโดยตัวเอกที่ชื่อ ทราวิส (Travis)  ผู้ซึ่งเคยผ่านระยะเวลาของการสูญเสียความทรงจำไปแล้วชั่วขณะหนึ่ง</p>
<p>Paris, Texas จึงเป็นเรื่องราวของคนที่เคยมีอาการความจำเสื่อมชั่วคราว  หรืออาจจะลืมไปแล้ว  แม้กระทั่งเรื่องที่ว่าตัวเองคือใคร (ที่ถูกแล้วน่าจะ &#8221; เคยเป็นใคร &#8221; มากกว่า)  หนังเปิดเรื่องโดยให้ ทราวิส เดินกระเซอะกระเซิงอยู่กลางทะเลทรายในเท็กซัส  แต่จะเป็นด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกตัวที่ทำให้ทราวิสเลือกเดินกลับไปหาผู้คนอีกครั้ง &#8230; อย่างแรกก็เพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอดต่อไปก่อน  โดยซมซานออกหาน้ำดื่มจากก๊อกน้ำของร้านค้าข้างทาง  แต่แล้วก็หมดสติ  หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของหมอในการเยียวยารักษา และติดตามหาญาติให้มารับตัวไป  และญาติที่ยังเหลือเพียงคนเดียวของทราวิส ก็คือ วอลเตอร์ น้องชาย</p>
<p> ด้วยความที่ร้างราห่างเหินผู้คนเป็นเวลานาน  และดำรงชีพอยู่กับความเวิ้งว้างว่างเปล่า  อาจส่งผลให้ทราวิสไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติดต่อสื่อสารกับใคร  จนกระทั่งกลายเป็นความเคยชิน  เรียกได้ว่าทราวิสคุ้นแล้วกับการอยู่กับตัวเองคนเดียว  จากเดิมที่ &#8221; ภาษา&#8221; ไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับทราวิสเมื่อมีอันต้องกลับมาปะหน้ากับบุคคลอื่นอย่างคนขายของหรือหมอ อาจชวนให้คิดไปได้ว่าทราวิสเป็นใบ้หรือเสียสติไปแล้ว  เมื่อวอลเตอร์มาพบตัวเขาในคลินิก   ทราวิส ต้องใช้เวลาถึงพักใหญ่กว่าจะเรียกความทรงจำ&#8230; และรวมถึงระบบการสื่อสารด้วยภาษาในมนุษย์ทั่วไปให้กลับคืนมาดังเดิมสิ่งแรก&#8230; และคำพูดคำแรกที่หวนกลับคืนสู่ตัวเขาก็คือ &#8220;ปารีส&#8221;</p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="470" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris_texas_01.jpg" hspace="5" height="263" /></div>
<p>ในความเข้าใจของคนทั่วไป &#8220;ปารีส&#8221; คือเมืองในฝรั่งเศส  แต่สำหรับทราวิสแล้วมันกินความหมายที่มีลักษณะเป็นส่วนตัวมากกว่ากันเยอะ  ตรงที่เป็นจุดเริ่มต้นให้กับทุกสิ่งทุกอย่างให้กับทราวิส  ทั้งการเกิดและการกลับคืนของความทรงจำ และ &#8220;ปารีส&#8221; ในที่นี้ก็คือปารีสที่อยู่ในรัฐเท็กซัส &#8230; เมืองกลางทะเลทรายที่ไม่มีอะไรเลย  นอกจากความว่างเปล่าและความแห้งแล้งจนไม่อยากเชื่อว่า &#8220;ที่ตรงนี้เคยมีชีวิต&#8221;</p>
<p> &#8221;ปารีส &#8211; เท็กซัส&#8221; คือสถานที่ที่ชื่อชีวิตของ ทราวิส เฮนเดอร์สัน ก่อกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก  พ่อกับแม่ของเขาได้พบกันก็ ณ ที่แห่งนี้ ต่อจากนั้นก็เป็นการเริ่มต้นของการปฏิสนธิในครรภ์มารดา  เวนเดอร์ส เล่าเรื่องราวของทราวิส  ด้วยกลวิธีแบบย้อนศร คือหนังให้ภาพถอยหลังของการเกิดพายุร้ายที่ส่งผลกระทบในระยะยาวก่อน  เสร็จแล้วถึงค่อยให้ทราวิสรวบรวมความทรงจำและปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป็นราวทีหลัง จนกระทั่งตอนท้ายเราถึงค่อยรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ทราวิสต้องเป็นไปอย่างที่เห็นเมื่อตอนต้นเรื่อง  แล้วหนังก็จบลงด้วยการจากไปของทราวิสเหมือนกับก่อนหน้าที่หนังจะเปิดฉากขึ้น</p>
<p>ชีวิตของ ทราวิส เริ่มต้นกลางทะเลทราย  เช่นเดียวกันการกลับมาของ ทราวิส ก็มาจากทะเลทรายอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อสานรอยร้าว  อุดรูรั่วให้กับสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ขั้นพื้นฐาน คือพ่อ แม่ ลูก โดยมีลูกเป็นจุดศูนย์กลาง พร้อมกันนั้นก็เพื่อเตือนสำนึกตัวเองให้เข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญที่มีต่อคนๆ อื่น &#8230; นับตั้งแต่ทราวิสในฐานะที่เป็น &#8220;พี่&#8221; ของวอลท์ (วอลเตอร์) &#8220;พ่อ&#8221; ของฮันเตอร์ และคนที่เคยมีชีวิตผ่านวันเวลาร่วมกับ &#8220;เจน&#8221; ภรรยา ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ทราวิส ก็สามารถพบและทำความเข้าใจได้อย่างเข้าถึง  แม้จะด้วยในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างน้อยที่สุด ก็คือการรู้ตัวว่า  การได้เป็นพ่อของคนสักคนหนึ่งนั้น  คือความสุขที่แท้นั้นเป็นอย่างไร</p>
<p> วิม  เวนเดอร์ส  ชอบนำโลกส่วนตัวไปสัมผัสกับผลพวงจากอิทธิพลของอเมริกาที่มีต่อวิถีชีวิตแบบเยอรมนีดังจะเห็นได้จากงานหนังเรื่องเก่าๆ ของวิม  ที่เคยเข้าไปเป็นประจักษ์พยานต่อหน้าความตายอย่างใกล้ชิดและเป็นความตายที่เกิดกับคนจริงๆ คือ นิโคลัส เรย์  ซึ่งมีฐานะเทียบเท่าปูชนียบุคคลสำหรับวงการหนังอเมริกัน&#8230; (ตามทรรศนะส่วนตัวของวิมล้วนๆ) จากเรื่อง Nick&#8217;s Movie Lightening Over Water (1980) การเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย (ที่เห็นได้จากเรื่องราวของ ทราวิส กับ ฮันเตอร์ ในเรื่องนี้)  ก็เคยได้รับการนำมาพูดถึงไปแล้วใน Alice in the Cities (1973) และการตระเวนไปบนท้องถนน  เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงในแต่ละท้องถิ่น  อย่างเป็นระยะๆ  และมีขั้นตอนที่ชัดเจน  ตามสไตล์ของหนัง  road-movie ที่มีให้ดูกันตลอดครึ่งหลังของ Paris, Texas ก็เป็นสิ่งที่เคยนำมากล่าวถึงเมื่อก่อนหน้านี้ใน Kings of the Road (1975)</p>
<p>ส่วนประกอบที่แทบจะขาดเสียมิได้ในหนังของ วิม เวนเดอร์ส  นอกจากสไตล์ road-movie แล้วก็ยังมี  home-movie ซูเปอร์ 8  ที่ถูกแทรกเข้ามามีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะใน Paris, Texas ที่หนัง 8 มิลล์ซึ่งถ่ายไว้ดูกันเองในบ้าน  ได้ถูกนำมาใช้ในฐานะที่เป็นเครื่องมือ &#8220;กักเก็บ&#8221; ความทรงจำได้เป็นรูปธรรมที่มีประสิทธิภาพ  อย่างน้อยที่สุดคนดูก็จะได้มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของเจนร่วมกับทราวิสไปพร้อมๆ กัน &#8230; อนึ่งการที่วิมได้ใช้ นาตาชา คินสกี้ มาร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้  จนเชื่อว่าน่าจะมีคนดูส่วนหนึ่งต้องการที่จะเห็นหน้านาตาชา คินสกี้ กันไวๆ  ในแง่หนึ่งก็อาจมีผลเป็นคุณให้แก่ตัวหนังเองไม่น้อยอีกด้วย  ตรงที่เวลา ทราวิสนั่งจ้องภาพหนัง 8 มิลล์บนผนังห้อง  ในยามนั้นภาพของเจนได้เลือนหายไปจากความจำของทราวิสเรียบร้อยแล้ว  การที่ได้เห็นหน้าเธออีกครั้ง  อาจหมายถึงการกลับคืนมาของช่วงเวลาแห่งความสุขที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวได้ไปพักผ่อนที่ชายทะเลโดยพร้อมหน้า  และภาพในหนัง 8 มิลล์ ก็เป็นความรื่นรมย์เพียงช่วงเดียวของหนังซึ่งสิ้นสุดลงด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาที</p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="440" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paristexas.jpg" hspace="5" height="248" /></div>
<p> ถ้า &#8220;ปารีส&#8221; ในฝรั่งเศสคือความปกติ แต่ &#8220;ปารีส&#8221; ในเท็กซัสคือความไม่ปกติ &#8230; ชีวิตของทราวิสที่เริ่มต้นในปารีส เท็กซัส ก็เท่ากับว่าชีวิตของเขามาจากสถานที่ที่ซึ่งตายสนิท  และแล้วทราวิสก็กลับมาอีกครั้ง  แถมมาจากที่ที่เดียวกับ &#8220;สถานที่&#8221;  เกิดของเขาอีกด้วย  แต่การกลับมาใหม่หนนี้ของเขากลับเป็นการมาเพื่อสร้างความสมบูรณ์พูนพร้อมให้กับชีวิตที่น่าจะดำเนินไปตามครรลองของความปกติ  อย่างน้อยก็เพื่อเจนและฮันเตอร์ผู้เป็นลูกที่อยู่กับน้าและอา  จนนับเป็นพ่อเป็นแม่จริงๆ ไปแล้ว  ถ้า ทราวิส ไม่กลับมาอย่างที่เห็น  ฮันเตอร์ ก็คงรู้สึกเฉยๆ ไปกับความธรรมดาของชีวิตในครอบครัวที่มีวอลเตอร์กับ อานน์ (ภรรยา)ได้บ้าง  อย่างน้อยที่สุดเมื่อดูจากตัววอลเตอร์ที่มีอาชีพเป็นนักออกแบบป้ายโฆษณา  ที่มีการนำชิ้นส่วนหลายๆ ชิ้นมาต่อกันเป็นภาพโดยสมบูรณ์  มันก็คล้ายกับการที่เขาพาตัว ทราวิส ออกมาจากทะเลทรายเพื่อให้พ่อกับลูกได้พบกันก่อนในเบื้องแรก  ส่วน อานน์ ผู้เป็นภรรยาของวอลเตอร์ก็มิได้มีความสำคัญยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  ตรงที่เธอเป็นคนฝรั่งเศสจริงๆ (แสดงโดย ออโรเร่ เคลมองด์) สำหรับ อานน์ เธอคือ &#8220;ปารีส&#8221; ที่เป็นปารีสตามความหมายโดยทั่วไป</p>
<p>โจ๊กมุขเด็ดที่พ่อของทราวิส ชอบเอามาอำคนทั่วไปว่า ได้เจอกับเมียเป็นครั้งแรกในปารีส&#8230;  พอเล่าเสร็จก็ขยักไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้คนนึกไปก่อนล่วงหน้าว่า  ได้พบกันถึงยุโรป  แล้วถึงค่อยต่อท้ายว่า &#8220;เท็กซัส&#8221;  หลังจากนั้นก็หัวร่อร่วนด้วยความสำราญ  จริงอยู่ปารีสที่อยู่กลางทะเลทรายในเท็กซัส  อาจไม่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่มีสีสันเหมือนกับปารีสในฝรั่งเศสจริงๆ &#8220;ปารีส-เท็กซัส&#8221; จึงไม่ต่างอะไรกับสถานที่กึ่งจริงกึ่งจินตนาการ  ถ้าเมืองๆ นี้มีอยู่จริงในโลกตามที่ทราวิสอ้างถึง  ก็คงแห้งแล้งกันดารเกินกว่าจะมีใครไปอาศัยอยู่ได้และเป็นสถานที่ซึ่งไม่เคยมีใครจะ (หรือแม้แต่คิดที่จะ&#8230;) ไปเยือนเป็นแน่  ความเป็นปารีสเท็กซัส  ในหนังจึงเปรียบเสมือนชีวิตของคนๆ หนึ่งที่ไม่มีความสลักสำคัญอะไรกับผู้คนทั่วไปอย่างทราวิส  ผู้ซึ่งมีชีวิตที่ว่าธรรมดาก็ธรรมดา  จะว่าขมขื่นก็ขมขื่นคล้ายกับความแห้งแล้งกลางทะเลทราย</p>
<p>Paris, Texas ถ่ายทอดมุมมองของความเป็นสหรัฐ  ด้วยสายตาของชาวยุโรป (ตัวหนังคือผลผลิตร่วมกันระหว่างเยอรมนีและฝรั่งเศส)  คงเป็นไปได้ว่า  คนอเมริกันบางส่วนอาจจะไม่รับหรือพลอยปลาบปลื้มไปกับหนังเรื่องนี้ก็เป็นได้  เหมือนกับตัวทราวิสที่เขามา  เขารู้  เขาเห็น  แล้วก็จากไป  และการไปของทราวิสนี่เองที่อาจมองได้ว่า  เป็นการทำไปเพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับลูก จนตัวเองต้องละทิ้ง  &#8220;ความสมบูรณ์&#8221;  ที่เป็นของตัวเอง  ถ้าเป็นเช่นนี้จริง  ทราวิสก็แทบไม่ต้องออกไปแสวงหาเอาจากที่อื่นภายนอกแล้ว  ในเมื่อทราวิสมาจากปารีส-เท็กซัส&#8230; ท้ายที่สุดเขาก็น่าที่จะกลับไปสู่ที่ที่เขาจากมาคือความว่างเปล่า  ความไม่มีอะไรเลย  บางทีที่ตรงนั้นอาจมอบความ &#8220;สมบูรณ์&#8221;  ให้กับชีวิต  แทนที่จะเป็นชีวิตในแบบสังคมเมืองก็เป็นได้</p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="375" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris-1.jpg" hspace="5" height="302" /></div>
<p> โอกาสสุดท้ายที่เหลืออีกเพียงรอบเดียวสำหรับ Paris, Texas  ในวันเสาร์ที่ 11 ที่จะถึงนี้  เวลาบ่าย 2 ที่สมาคมฝรั่งเศส สาธรใต้  ติดกับ YMCA  โดยฉายกันเป็นฟิล์ม 35 มาตรฐาน  ที่พิเศษคือไม่มีการเก็บค่าตั๋วเหมือนดูหนังตามโรง  คือเข้าไปดูฟรีๆ ได้เลย&#8230;  ถ้าพ้นจากวันนี้แล้ว  ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเวียนกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่</p>
<p>(หมายเหตุฟิล์มไวรัส: ขอขอบคุณ คุณ มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ที่เอื้อเฟื้องานวิจารณ์ชิ้นนี้ให้ได้อ่านกันอีกครั้ง  แฟนงานเขียนของคุณ มโนธรรมสามารถติดตามอ่านได้เป็นประจำจากนิตยสาร Flicks รายปักษ์)</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/atrickofthelight.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/atrickofthelight.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/atrickofthelight.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/atrickofthelight.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/atrickofthelight.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/atrickofthelight.wordpress.com/57/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=atrickofthelight.wordpress.com&blog=2912615&post=57&subd=atrickofthelight&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/23/paris-texas-%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/57aeb893fa2deb2ae431de09e4a3a44c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">filmsick</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/psrais2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris_texas_01.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paristexas.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/paris-1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>หนังสามัญประจำบ้าน : ร่องรอยล่าสุดของ MILLION DOLLAR HOTEL</title>
		<link>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/11/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/11/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Mar 2008 06:04:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>atrickofthelight</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสามัญประจำบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[the million dollar hotel]]></category>
		<category><![CDATA[vcd]]></category>
		<category><![CDATA[wim wenders]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://atrickofthelight.wordpress.com/?p=47</guid>
		<description><![CDATA[
นี่น่าจะเป้นหนังเรื่องเดียวของ WIM WENDERS ที่ได้เข้าฉายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา  (แม้จะมีหนังสี่เรื่องของเขาที่หาดูได้แบบลิขสิทธิ์ เช่น  UNTIL THE END OF THE WORLD เคยออกวีด๊โอลิขสิทธิ์ โดย ไรท์พิคเจอร์ส ส่วน LAND OF PLENTY และ DON&#8217;T COME KNOCKING ออกวีซีดีลิขสิทธิ์ คุณภาพต่ำออกมา)

ก่อนหน้านี้ หนังเตคยออกวีซีลิขสิทธิ์ในชื่อไทย  ปมฆ่าปริศนาพันล้าน 

หากในปัจจุบัน หนังกลับมาใหม่ในชื่อใหม่ ที่ไม่ได้เกี่ยวแรกับชื่อหนังอีกต่อไป!

มีทั้งรถถัง ปืนยาว แลเราอาจเข้าใจว่านี่คือหนัง เรื่อง RESIDENT EVIL 3 ปะทะ PAYBACK ปะทะ RESCUE DAWN
อนึ่ง ภาพบนปก จะไม่เกิดขึ้นจริงในหนังแต่อย่างใด!!!!!!!
อีกอย่าง  JEREMY DAVIES มันคนละคนกะ CHRISTAIN BELL เฟ่ย!!!!!!!!
อนึ่งเห็นกันชัดๆว่า บารมีของ  มิลล่า โจโววิช นั้น ชนะ เมล กิบสันแล้วในท้ายที่สุด!
 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=atrickofthelight.wordpress.com&blog=2912615&post=47&subd=atrickofthelight&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="287" src="http://www.preisvergleich.org/pimages/The-Million-Dollar-Hotel_92__10015367_40.jpg" hspace="5" height="450" /></div>
<p>นี่น่าจะเป้นหนังเรื่องเดียวของ WIM WENDERS ที่ได้เข้าฉายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา  (แม้จะมีหนังสี่เรื่องของเขาที่หาดูได้แบบลิขสิทธิ์ เช่น  UNTIL THE END OF THE WORLD เคยออกวีด๊โอลิขสิทธิ์ โดย ไรท์พิคเจอร์ส ส่วน LAND OF PLENTY และ DON&#8217;T COME KNOCKING ออกวีซีดีลิขสิทธิ์ คุณภาพต่ำออกมา)</p>
<p><span id="more-47"></span></p>
<p>ก่อนหน้านี้ หนังเตคยออกวีซีลิขสิทธิ์ในชื่อไทย  ปมฆ่าปริศนาพันล้าน </p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="1024" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/100_5913.jpg" hspace="5" height="682" style="width:410px;height:279px;" /></div>
<p>หากในปัจจุบัน หนังกลับมาใหม่ในชื่อใหม่ ที่ไม่ได้เกี่ยวแรกับชื่อหนังอีกต่อไป!</p>
<div style="text-align:center;"><img border="0" vspace="5" width="682" src="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/100_5917.jpg" hspace="5" height="1024" style="width:385px;height:604px;" /></div>
<p>มีทั้งรถถัง ปืนยาว แลเราอาจเข้าใจว่านี่คือหนัง เรื่อง RESIDENT EVIL 3 ปะทะ PAYBACK ปะทะ RESCUE DAWN</p>
<p>อนึ่ง ภาพบนปก จะไม่เกิดขึ้นจริงในหนังแต่อย่างใด!!!!!!!</p>
<p>อีกอย่าง  JEREMY DAVIES มันคนละคนกะ CHRISTAIN BELL เฟ่ย!!!!!!!!</p>
<p>อนึ่งเห็นกันชัดๆว่า บารมีของ  มิลล่า โจโววิช นั้น ชนะ เมล กิบสันแล้วในท้ายที่สุด!</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/atrickofthelight.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/atrickofthelight.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/atrickofthelight.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/atrickofthelight.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/atrickofthelight.wordpress.com/47/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/atrickofthelight.wordpress.com/47/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=atrickofthelight.wordpress.com&blog=2912615&post=47&subd=atrickofthelight&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://atrickofthelight.wordpress.com/2008/03/11/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/57aeb893fa2deb2ae431de09e4a3a44c?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">filmsick</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.preisvergleich.org/pimages/The-Million-Dollar-Hotel_92__10015367_40.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/100_5913.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i241.photobucket.com/albums/ff297/film-sick/100_5917.jpg" medium="image" />
	</item>
	</channel>
</rss>