a trick of the light : a place for cinephiles

It’a wonderful life

บทความโดย ธเนศน์ นุ่นมัน

สมัยที่ยังอยู่ในรั้วสถาบันการศึกษา ผมจำได้ว่าปีแรกๆ ตัวเองยังมองโลกในแง่ดี ไม่ถึงกับเห็นโลกเป็นสีลูกกวาด แต่ก็ไม่ขมุกขมัวเหมือนปัจจุบัน ตอนนั้นผมยังเชื่อสนิทใจตามหนังสือที่อ่านว่า มนุษย์ทุกผู้คนเกี่ยวข้องโยงใยกันด้วยกลไกแควนตั้ม  ก่อนจะเลือนๆ เหลือแต่ ความคิดที่ว่าโลกที่กำลังเหยียบ หามีอะไรมากไปกว่าโลกแห่งทุนนิยมเสรี  ตัวเรามันก็แค่มนุษย์ตัวเล็กๆ ปากกัดพออิ่ม ตีนถีบพื้นไปทำงานตรงเวลา  พลางคิดว่า มนุษย์มิได้ข้องเกี่ยวกันสักเท่าไรหรอก จิตร่วมสากล เป็นแค่นิยายหลอกเด็ก ไม่ให้รู้สึกสิ้นหวังหดหู่ไปกับชีวิตปัจจุบันเกินงาม อา…ยังดีที่ไม่ได้คิดอย่างนี้ทุกวัน วันไหนไม่แย่เกินไป ยังพอคิดได้ว่า บางทีสายสัมพันธ์ของมนุษย์ยังอยู่ อยู่ที่นั่น ที่ไหนสักแห่ง การเลือกเชื่อหรือไม่เชื่อของผม หามีความหมายอะไรไม่

ที่ผมกลับมาคิดอย่างนี้ได้เป็นบางครั้งคราวก็เพราะการได้ดูหนังดี ๆ สักเรื่อง…วันนี้ ตอนนี้  ผมได้คิดอย่างมนุษย์ที่หลงอยู่ในโลกอุดมคติอันไกลโพ้นอีกครั้งเพราะได้ดู It’s A Wonderful Life ของ แฟรงค์ คาปรา

It’s A Wonderful Life เล่าเรื่องของนาย จอร์จ เบลี่ย์ (รับบท โดย เจมส์ สจ๊วร์ต) นายคนนี้กำลังตกที่นั่งลำบาก ยังไม่มีใครรู้ว่าวิบากกรรมที่เขากำลังเผชิญ คืออะไร รู้แต่ว่าเขาหายตัวไปจากบ้าน ทุกคนเป็นห่วง ต่างช่วยกันสวดภาวนาให้เขาปลอดภัย แรงสวดภาวนาได้ยินไกลไปถึงสรวงสวรรค์ เทวดาเบื้องบน คิดปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกันดี ก่อนจะเรียก คลาเรนซ์ (รับบทโดย เฮนรี่ เทรเวอร์ส) เทวดาไร้ปีกมารับงานนี้เพื่อพิสูจน์ความสามารถ ก่อนพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง ติดปีกให้  แล้วเทวดาเบื้องบน ก็ร่ายประวัติของ นายจอร์จ ให้เราฟัง

เด็กชายจอร์จ เป็นเด็กดี มีน้ำใจ ช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่คิดถึงตัวเอง เขาช่วยน้องชายที่พลาดตกลงไปในน้ำ จนตัวเองหูอักเสบ หูสูญเสียการได้ยินไปข้างหนึ่ง ช่วยเจ้าของร้านที่ตัวเองทำงานพิเศษ ที่หยิบยาผิดให้ลูกค้าจนตัวเองถูกลงโทษ

เมื่อโตขึ้น จอร์จเสียสละการไล่ตามความฝันที่จะเดินทางรอบโลกมาทำงานสืบทอดต่อจากพ่อในบริษัทเงินกู้สร้างบ้านที่ยุติธรรมกับลูกค้ารายเล็กๆ ในเมืองเบดฟอร์ด ฟอลส์  ที่เขาเติบโต เขาแต่งงานกับ แมรี่ แฮ็ตช์ หญิงสาวที่หลงเสน่ห์ในความเป็นคนดีของชุมชน

จอร์จปฏิเสธที่จะร่วมหุ้นกับ พ๊อตเตอร์ นายทุนหน้าเลือดเพื่อความก้าวหน้าของบริษัท ด้วยเห็นว่า หากเขาทำอย่างนั้น ลูกค้าของเขาจะเดือดร้อนภายหลังเพราะคนอย่างพ๊อตเตอร์ ไม่มีวันปล่อยเงินให้ใครกู้ง่ายๆ เขายอมให้บริษัทของเขาอยู่อย่างชักหน้าไม่ค่อยจะถึงหลัง ดีกว่าต้องตกอยู่ในมือพวกบ้าเงิน

เคราะห์กรรมเกิดขึ้นก่อนวันคริสต์มาส เมื่ออาบิลลี่ (รับบทโดย โทมัส มิตเชลล์) เผลอทำเงินก้อนโตที่กำลังจะเอาฝากธนาคารหาย ไปอยู่ในมือพ๊อตเตอร์โดยบังเอิญ แน่นอน นี่คือโอกาสอันดีสำหรับพ๊อตเตอร์ผู้ที่จะต้องการจะฮุบบริษัทเขาอยู่แล้ว ประจวบเหมาะ วันเดียวกันนี้สรรพากรกำลังจะขอตรวจบัญชีบริษัทเขา ความเป็นเมืองเล็กๆ ทำให้ข่าวเรื่อง บริษัทกำลังถังแตกแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกค้าแห่กันมาถอนเงินเพราะกลัวว่าสูญเงินที่ลงทุนไปกับบริษัทจอร์จ

จอร์จกลับมาบ้านด้วยความวิตก ไม่ยอมเล่าทุกข์ที่รุมเร้าให้เมียกับลูกๆ ฟัง

จอร์จรู้สึก ตีบตัน มืดแปดด้าน สิ้นหนทาง จนวางแผนที่จะฆ่าตัวตายเพื่อหวังเอาเงินประกัน ด้วยไม่อยากให้ลูกเมียพลอยลำบากไปกับความล้มเหลวของตัวเอง  เขาไปที่สะพาน หวังจะปลิดชีพตัวเอง

ตอนนี้เองที่คราเลนซ์ เทวดาวัยชรา ปรากฏตัวขึ้น คราเรนซ์  ชิงกระโดดน้ำตัดหน้าจอร์จ ด้วยรู้ว่าเขาจะได้รับความช่วยเหลือ ตามนิสัยของจอร์จ เมื่อขึ้นมาได้ คราเรนซ์บอกจอร์จไปตรงๆ ว่าตนมาทำอะไรบนโลก แน่นอน…จอร์จไม่เชื่อ เขาก็เลยยื่นข้อเสนอให้จอร์จ ขอสิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นที่สุด แล้วเขาจะบันดาลให้  จอร์จ ของ่าย ๆ ด้วยโทสะว่า ขอให้ตัวเขาหายไป ไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไป

คราเรนซ์ บอกว่า คำขอเป็นจริงแล้ว จอร์จจะได้เห็นว่า ชีวิตเขาที่ไม่มี ตัวเขา นั้นเป็นเช่นไร

เมืองเบดฟอร์ด ฟอลส์  ที่ไม่มีจอร์จ เปลี่ยนโฉมไปมากกว่าที่ตัวจอร์จจะจินตนาการออก จอร์จได้รู้แล้วว่า ทุกข์แห่งการไม่มีมีตัวตนของเขาอยู่ในโลกนั้น เลวร้ายกว่าการมีตัวตนซึ่งแม้จะล้มเหลวพังพาบหลายเท่านัก

It’s A Wonderful Life เล่าเรื่องของความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่แยกออกจากกันไม่ได้ ได้อย่างสนุกงดงาม น่าคิดทีเดียวว่าหากไม่มีตัวตนของเราอยู่ในโลกที่เคยวิ่งเล่นมาก่อน เหตุการณ์ในโลกจะเปลี่ยนผันไปเพียงไร

It’s A Wonderful Life ให้อิทธิพลกับหนังอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะหนังอย่าง Back to The Future แม้โดยชั้นเชิงในการเล่าเรื่องระหว่างหนังสองเรื่องนี้ หรือเรื่องอื่นๆ ที่มีเนื้อเรื่องคล้ายคลึงกัน จะต่างกันอยู่หลายขุม เพราะคาปราเล่าเรื่องง่ายๆ ของชีวิตมนุษย์ตัวเล็กๆ แสนธรรมดาได้อยู่หมัด โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคนิคละลานตาอะไรเลย

อาจจะจริง ที่ชีวิตมนุษย์เรียงร้อยกันโดยไม่ต้องอาศัยข้อพิสูจน์ หลักคิด หรือความเชื่อใดๆ จะคิดอย่างไร ดีๆ หรือว่าร้ายๆ มืดสนิทแทรกไปในระหว่างวันไหนๆ การเรียงร้อยก็คงไม่สั่นคลอน หนังเรื่องนี้พอจะทำให้อุ่นใจว่า พรุ่งนี้ ออกไปเบียดกันอยู่ในรถเมล์ไปทำงาน ก็ใช่จะไร้ความหมายเสียทีเดียว อา…ในโลกจริงๆ ลองไม่ไปหลายๆ วันดูสิ มีความหมายมากกว่าแน่นอน

It’s A Wonderful Life

1946, 129 นาที

กำกับภาพยนตร์โดย Frank Capra
นำแสดงโดย: James Stewart

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s