a trick of the light : a place for cinephiles

รำลึกถึง JULES DASSIN (1911-2008) ผู้กำกับต้นตำรับหนังจารกรรมเพชรพันล้าน

โดย . . . ‘กัลปพฤกษ์’  kalapapruek@hotmail.com

แม้จะไม่ได้เป็นแฟนประจำชนิดที่ต้องติดตามผลงานกันอย่างใกล้ชิด แถมยังมีโอกาสได้ชมผลงานของเขาไปเพียงสามเรื่องเท่านั้น แต่ผู้เขียนก็ยังอดรู้สึกใจหายไม่ได้เมื่อทราบข่าวการจากไปโดยไม่มีวันหวนกลับของ Jules Dassin ผู้กำกับฝีมือดีที่ผู้เขียนคงไม่สามารถหาเหตุผลใดมาคัดค้านได้หากจะมีใครยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในคนทำหนังระดับแถวหน้าของโลก เขาคนนี้แหละที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของต้นตำรับหนังแนวจารกรรมตีนแมวด้วยผลงานเด่นอย่าง Rififi (1955) และ Topkapi (1964) ซึ่งส่งทอดอิทธิพลต่อหนังอาชญากรรมระทึกขวัญตระกูลย่องเบาเข้าขโมยของมีค่าในยุคต่อ ๆ มาอย่าง Mission: Impossible (1966, 1996) และ Entrapment (1999) นอกจากนี้เขายังเคยทำหนังเบาสมองชั้นดี อย่าง Never on Sunday (1960) ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์มาแล้วด้วย

ด้วยชื่อเสียงเรียงนามของเขาอาจจะทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าเขาเป็นชาวฝรั่งเศส แต่จริง ๆ แล้ว Jules Dassin เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย-ยิวซึ่งเกิดและเติบโตที่เมือง Middletown มลรัฐ Connecticut ณ สหรัฐอเมริกา โดยเขาได้เริ่มต้นทำหนังใน Hollywood มาตั้งแต่ปี 1942 แนวทางถนัดของ Jules Dassin ในยุคแรก ๆ นั้นคือหนังแนวอาชญกรรมประเภทต่าง ๆ ซึ่งเขาก็ทำออกมาได้สำเร็จพอตัวด้วยผลงานเด่น อาทิ Brute Force (1947) และ The Naked City (1948)  กระทั่งปี ค.ศ. 1952  Jules Dassin ก็ถูกเพื่อนผู้กำกับ Edward Dmytryk ใส่ไคล้ว่าเขาเป็นพวกคอมมิวนิสต์หัวเอียงซ้าย เป็นเหตุให้ Jules Dassin ต้องกลายเป็นผู้กำกับที่ถูกขึ้นบัญชีดำด้วยโทษฐานแปรพักตร์เข้าหาศัตรูรายสำคัญของอเมริกา Jules Dassin จึงต้องอพยพย้ายไปตั้งหลักแหล่งทำงานที่ประเทศฝรั่งเศสแทน และที่ประเทศนี้เองที่ Jules Dassin มีโอกาสได้สร้างผลงานแนวจารกรรมระดับ masterpiece เรื่อง Rififi ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 1955 แถมยังคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครองได้อีกด้วย หลังจากนั้น Jules Dassin ก็มีโอกาสได้ไปทำหนังทั้งในประเทศกรีซ ตุรกี รวมทั้งที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง จนได้กลายเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับพเนจรที่ร่อนเร่ไปทำหนังยังประเทศต่าง ๆ จนเป็นเหตุให้คนดูหลาย ๆ รายอาจสับสนกันได้ง่าย ๆ ว่าตกลงเขาเป็นคนทำหนังสัญชาติใดกันแน่

และเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้กำกับที่เพิ่งจะล่วงลับท่านนี้ ผู้เขียนจึงใคร่ขอย้อนทวนบอกเล่าความประทับใจจากการได้ชมผลงานเด่นทั้งสามเรื่องของเขาไล่เรียงกันตามลำดับเวลาดังนี้

Rififi (1955) หรือที่รู้จักกันในชื่อเต็ม ๆ ว่า Du rififi chez les hommes ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “การวิวาทกันระหว่างสุภาพบุรุษหนุ่ม” หนังเรื่องนี้ผู้เขียนจำได้ว่าได้ดูจากสถานีโทรทัศน์ TV5 ในยุคแรก ๆ ที่สถานีนี้เริ่มออกอากาศหนังฝรั่งเศสพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ เนื้อเรื่องของ Rififi นั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการสมคบกันวางแผนปล้นร้านอัญมณีของอาชญากรหนุ่มกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเขาจะต้องช่วยกันเจาะเพดานแล้วค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปปลดรหัสตู้เซฟเพื่อลักขโมยเพชรพลอยมูลค่ามากมายมหาศาล เนื้อหาทั้งหมดของ Rififi อาจจะไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าสูตรของหนังแนวจารกรรมหักหลังกันเองซึ่งจะมีสร้างตามกันออกมาอีกหลายเรื่อง แต่ความวิเศษของ Rififi กลับอยู่ที่ฝีไม้ลายมือในการกำกับของ Jules Dassin ที่สามารถตรึงคนดูให้หยุดหายใจลุ้นระทึกไปกับแผนการประกอบอาชญากรรมของตัวละครได้อย่างชะงัดนัก ฉากเด็ดของหนังคงจะอยู่ที่การบุกเข้าไปในร้านอัญมณีที่มีการควบคุมความปลอดภัยกันอย่างแน่นหนาท่ามกลางความเงียบกริบไร้สิ้นซึ่งเสียงดนตรีหรือการพูดคุยอะไรใด ๆ ระหว่างตัวละครทั้งหลายเป็นเวลายาวนานกว่า 32 นาที! ความพิถีพิถันด้านรายละเอียดของประกอบจารกรรมในฉากนี้เองที่ทำให้เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบของเหล่าอาชญากรในชีวิตจริงด้วยการใช้วิธีการเดียวกันย่องเข้าขโมยของชาวบ้านชาวช่องทั้งในประเทศฝรั่งเศสและเม็กซิโก ถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกมาร้องขอให้ยุติการฉายหนังเรื่องนี้ลงเสียเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน!

Never on Sunday (1960) สำหรับหนังเรื่องนี้ผู้เขียนได้ดูจากแผ่น DVD ผีที่เคยไปเหมาซื้อมาจากประเทศเวียดนาม หลังจากที่ได้ตื่นเต้นไปกับการกำกับฉากจารกรรมอันลือลั่นใน Rififi แล้ว Never on Sunday นับเป็นผลงานที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า Jules Dassin ก็สามารถทำหนังที่ต้องเอาใจใส่ตัวละครได้ดีไม่แพ้การสร้างความตื่นระทึกทางสถานการณ์กันเลย Never on Sunday เล่าเรื่องราวโรแมนติกเกี่ยวกับ Homer (รับบทโดย Jules Dassin เอง) นักปรัชญาหนุ่มอเมริกันที่ตั้งใจเดินทางมาสัมผัสร่องรอยอารยธรรมกรีกที่ยังหลงเหลือในปัจจุบันในประเทศกรีซ ณ ที่แห่งนี้เองที่ Homer ได้พบกับ Ilya (แสดงโดย Melina Mercouri ดาราสาวที่จะกลายมาเป็นภรรยาของ Jules Dassin ในเวลาต่อมา) โสเภณีใจงามที่จะหยุดกิจกรรมอย่างว่าในทุก ๆ วันอาทิตย์ พฤติกรรมปล่อยเนื้อปล่อยตัวของ Ilya นี้เองที่ทำให้ Homer คิดว่าเป็นสาเหตุให้อารยธรรมกรีกต้องล่มสลาย เขาจึงพยายามเปลี่ยนบุคลิกให้ Ilya กลับกลายมาเป็นกุลสตรีมีชาติตระกูลแบบเดียวกับที่ศาสตราจารย์ Higgins เคยทำกับยายปากตลาด Doolittle ในบทละครเรื่อง Pygmalion ของ George Bernard Shaw อย่างไรอย่างนั้น นอกเหนือจากเรื่องราวความสัมพันธ์อันชวนให้ติดตามของตัวละครต่างพื้นเพทั้งสองนี้แล้ว Never on Sunday ยังเป็นหนังที่สามารถถ่ายทอดทัศนียภาพของประเทศกรีซได้อย่างสวยงาม ราวกำลังนำพาผู้ชมไปร่วมสัมผัสกับบรรยากาศอันชวนหฤหรรษ์ต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับตัวละครกันเลย

Topkapi (1964) เรื่องนี้ผู้เขียนก็ได้ดูจาก DVD เช่นเดียวกัน แต่เป็น DVD ชุดหนังอเมริกันคลาสสิกที่ผลิตออกวางจำหน่ายกันแบบราคาถูกในสิงคโปร์ ซึ่งถึงแม้ว่าคุณภาพของมันจะอยู่ในระดับเพียงแค่ ‘พอดูได้’ แต่มันก็ย่อมดีกว่าจะไม่มีให้ดูเอาเสียเลย สิ่งที่น่าประทับใจจากการชมหนังเรื่องนี้ก็คือ ไม่ว่าคุณภาพของภาพจาก DVD แผ่นนี้จะยังไม่ได้มาตรฐานขนาดไหน แต่เรื่องราวที่ต้องอนุญาตบอกว่า ‘สนุกบรรลัย’ ก็สามารถทำให้ผู้เขียนละลืมความอ่อนด้อยของภาพลงไปได้โดยปลิดทิ้งเลยทีเดียว แม้เรื่องราวของ Topkapi จะยังข้องแวะอยู่กับการจารกรรมเพชรพันล้านจากพิพิธภัณฑ์ Topkapi ในเมือง Istabul ประเทศตุรกีที่ไม่น่าจะมีอะไรแปลกใหม่นัก แต่ด้วยวิธีการเล่าและจังหวะจะโคนในการกำกับฉากจารกรรมอันเหนือชั้นของ Jules Dassin ก็ทำให้ Topkapi นั้นอัดแน่นไปด้วยความสนุกบันเทิงแถมยังถึงพร้อมด้วยความละเอียดประณีตในเชิงสร้างสรรค์อย่างที่จะผู้กำกับน้อยรายนักจะสามารถทำออกได้สมบูรณ์ลงตัวถึงขนาดนี้ ดีจริงหรือไม่อย่างไร เห็นทีจะต้องท้าให้ได้ลองพิสูจน์ด้วยตาของคุณเอง . . .

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Rififi และ Never on Sunday รวมทั้งผลงานเรื่องอื่น ๆ สมัยที่เขายังทำงานอยู่ใน Hollywood สามารถหาซื้อได้จากร้านพี่ชายคนนั้น (อืม . . . คนนั้นนะแหละ!) ย่านจตุจักร ส่วน Topkapi นี่รู้สึกว่าจะวนเวียนมาฉายทางช่อง MGM ของ True Visions (UBC) อยู่บ่อยครั้ง ใครที่สตุ้งสตางค์เหลือใช้มีสถานีช่องนี้ติดไว้ก็ลองตรวจสอบตารางกันดูได้ (สำหรับเดือนเมษายน นี้ จะมีฉายอีกทีในวันอาทิตย์ที่ 27 นี้ เวลา 7.15 น.) เผื่อว่าจะมีท่านไหนสนใจอยากจะลองหาผลงานของเขามาชม

ด้วยความอาลัยแด่ . . . JULES DASSIN . . . ขอดวงวิญญาณของเขาจงไปสู่สุคติ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s