a trick of the light : a place for cinephiles

VIDEOGRAM OF A REVOLUTION : เนตรวิถี ทางประวัติศาสตร์

 

โดย FILMSICK   http://filmsick.exteen.com

HARUN FAROCKI คือใคร เขาคือคนที่เคยได้ฉายาว่า GODARD แห่งหนังเยอรมัน หรือ บางคนใน CAHIER du CINEMA เรียกเขาว่า คนทำหนังที่ดังที่สุดที่ไม่มีใครรู้จัก ผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน เชค คนนี้ จบการศึกษาจากวิทยาลัยศิลปะเป็นทั้งศิลปิน ผู้กำกับภาพยนตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย บรรณาธิการ และนักเขียน ผู้ก่อตั้ง นิตยสาร FILMKRITIK  นิตยสารหนังของเยอรมัน

 

HARUN FAROCKI ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960  หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ  และอื่นๆ  เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า ESSAY FILM

 

และใน  VIDEOGRAM OF REVOLUTION   HARUN FAROCKI สร้างหนังยาวอันทรงพลังเรื่องหนึ่งเรื่องโดยไม่ต้องถ่ายหนังเลยแม้แต่ชอตเดียว เพราะหนังทั้งเรื่องที่อาศัยการตัดต่อ ฟุตเตจภาพข่าวทางทีวีตอลดระยะเวลาภายในหนึ่งสัปดาห์

 

หนึ่งสัปดาห์อะไรน่ะหรือ มันคือหนึ่งสัปดาห์ในเดือนธันวาคมปี 1989 เมื่อความอดอยากยากแค้นของมหาประชาชนในโรมาเนียถึงขีดสุด  พวกเขาออกมาเดินขบวนกันบนท้องถนน ต่อต้านนโยบายการเมืองแบบกึ่งผเด็จการของ นิโคไล เชาเชสกู อดีตนายหทารที่ปลดปล่อยประเทศจากรัสเซีย แต่บังคับให้ประชาชนมีชีวิตอย่างยากแค้นเป็นระยะเวลาหลายสิบปี  เริ่มจากการเดินขบวนบนถนน การปราศรัยครั้งสุดท้ายของเชาเชสกู ไปจนถึงการบุกยึดสถานีโทรทัศน์ การระดมยิงจากรถถัง การหลบหนีของของเชาเชสกู การติดต่อในทางลับของกลุ่มอำนาจใหม่ ไปจนถึงการจับกุม นิโคไล และ เอลีน่า เชาเชสกู

 

หนังอาศัยภาพข่าว ภาพจากกล้องของช่างภาพสมัครเล่น ภาพจากบางมุมที่ไม่ได้ออกในทีวี ไปจนกระทั่งภาพการติดต่อระหว่างคนระดับนายพล ทั้งหมดนี้ FAROCKI ร่วมมือกับ ANDRE UJICA ชาวโรมาเนียที่มีเส้นสายกับคนระดับบิ๊กเนม  จึงได้ภาพเด็ดๆ เช่นภาพ การโทรศัพท์ติดต่อในทางลับ มาใช้ในหนัง

 

แม้หนังจะถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นรูปแบบ สารคดี  แต่ดูเหมือนสิ่งที่ FAROCKI ต้องการให้สัมผัสไม่ใช่การขุดค้นประวัติศาสตร์จากทุกแง่มุม เขาไม่ได้ต้องการสร้างความเข้าใจถึงที่มาที่ไปหรือสรุปบทเรียนสั่งสอนว่าด้วยการปฏิวัติ ตามแบบสารคดีพิมพ์นิยม หนังจึงปราศจาก การสอบถามข้อมูล บทสัมภาษณ์ผู้รู้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์จากหลายมุมมอง  หรือบทวิเคราะห์จากนักประวัติศาสตร์ 

 

ดังนั้นที่หนังเรื่องนี้ต้องการคือการ รื้อสร้างภาพของช่วงเวลานั้นขึ้นมาใหม่ หนังต้องการแสดงให้เห็นถึงภาพประวัติศาสตร์ ผ่านเนตรวิถีของกล้องจากหลากหลายชีวิต ให้ภาพเป็นผู้เล่าเรื่องออกมา  โดยมุ่งสนใจไปยัง ความเข้มข้นของผู้คน การก่อจราจล  การบาดเจ้บล้มตาย การประหัตประหาร การแย่งชิงพื้นที่สื่ออย่างน่าขัน  พลังของภาพสร้างเหตุการณ์ณืเหล่านั้มาปรากฏตรงหน้าโดยไม่จำเป้นต้องรู้ปูมหลังเหตุการณ์ใดๆ

 

หนังเล่นสนุกกับสื่อทีวีได้น่าสนใจ โดยที่หนังไม่ต้องให้เหตุการณ์แสดงความเลวร้ายของ เชาเชลกูออกมา ในฉากปราศรัยครั้งสุดท้าย เราจะมองเห็นภาพกรอบเล็กเป็นการตัดภาพไปสู่กราฟฟิคสถานี ทันทีที่ประชาชนลุกฮือ โดยในกรอบใหญ่ กล้องของช่างภาพถูกสั่งให้ฉายจับท้องฟ้า  ได้ยินเพียงเสียงโห่ร้องขับไล่ ในขณะที่เมื่อเหตุการณ์เดิมถูกฉายซ้ำจากกล้องของคนที่อยู่ในที่ชุมนุม เราจึงเห็นความโกลาหลบ้าคลั่ง

 

หรือเมื่อหลังจากบุกยึดสถานีโทรทัศน์ได้ เราเห็น เหล่าประชาชนที่เป้นผู้นำออกทีวีแถลงการณ์โดยมีทหารตามประกบ มีคนเดินเข้าเดินออกจากฉากตลอดเวลา ดูราวกับไม่มีความพร้อมใดๆในการปฏิวัติ ครั้งนี้ เมื่อจับพวกตรงข้ามได้ ก็เอามาออกทีวีทั้งที่เลือดอาบหัวอยู่

 

แต่ที่น่าทึ่งมากคือหลังจากจับเชาเชสกูได้ คริสมาสต์ ก็มาถึง ภาพประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไปร้องให้ไป เป็นภาพสามัญที่แทนมวลทุกข์ของมหาประชาชนมากกว่าการสร้างเหตุการณ์เป็นไหนๆ

 

หนังแสดงพลังอำนาจของภาพยนตร์ในการเป็น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ภาพเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียวที่ไม่จำเป็น ต้องอาศัยเรื่องเล่าหรือข้อเท็จจริงมาประกอบร่วม สามารถสร้างจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเข้มข้นถึงเลือดถึงเนื้อผู้คน  ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์ผ่านทางการตัดต่อภาพเคลื่อนไหว ว่ามวลข้อเท็จจริงในฉากผ่านประวัติศาสตร์นั้น สามารถร้อยรัดไปสู่ความจริงได้หรือไม่ และการตัดต่อข้อเท็จจริงเหล่านั้นสามารถบิดเบือนความจริงไปได้อย่างไร

VIDEOGRAM OF REVOLUTION อาจถูกจัดเป็นหนังการเมือง แต่โดยส่วนตัวผมพบว่านี่คือหนังที่เหมาะอย่างยิ่งในการเป็นบทเรียนสำหรับคนทำหนัง เพื่อให้เห็นถึงพลังบริสุทธิ์ ของภาพเคลื่อนไหว ในการเป็น  เนตรวิถีทางประวัติศาสตร์

 

ฉากสุดท้ายของหนังจบลงตามความเป็นจริง เราไม่เห็นภาพโรมาเนียอันแสนสงบ แต่ที่เราเห็นคือภาพศพของเชาเชสกูในทีวี ภาพคนตายเหมือน คนชราสามัญ สร้างความหดหู่ใจ สวนทางกับเสียงโห่ร้องของประชาชน ภาพเคลื่อนไหวสองภาพ(ทีวี และ จอหนังที่เราดู) เคลื่อนไหวขัดแย้งสร้างอารมณืกระอักกระอ่วนรุนแรง

 

ใน 12.08 EAST OF BUCHAREST หนังโรมาเนียเล็กๆที่หลุดมาฉายในเทศกาลของบ้านเราเมื่อปีก่อน (และไปคว้ารางวัลกล้องทองคำจากคานส์) เล่าเรื่องของผู้ชายสามคนที่ไปออกทีวี และคุยกันเรื่องที่ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในวันขับไล่เชาเชสกู การปฏิวัติเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หนังเรื่องนั้นสะท้อนเรื่องเล่าที่ค่อยๆทำลายความจริงลง แล้วคลี่ให้เห็นมายาคติของมนุษยืที่เอาตัวเองผูพ่วงกับประวัติศาสตร์ หนังจบเรื่องลงด้วยการที่หญิงคนหนึ่งที่สูญเสียลูกไปในครั้งนั้นโทรกลับไปบอกว่า เธอให้อภัยทุกคนแล้ว เราเข้าสู่วันคริสมาสต์ เลยพ้นไปจากจอทีวีในความเป็นจริง ไฟข้างถนนของยามค่ำ ค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวงๆ ภาพจากหนังเรื่องนั้น คล้ายจะเป็นบทสรุปที่ไม่มีของหนังเรื่องนี้ เมื่อเวลาผ่านไป  ประวัติศาสตร์ก็กลืนกลายตัวเอง

 

 

อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ ธันวาคม 1989ได้ที่นี่ครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Romanian_Revolution_of_1989

 

ไปดูหนังเก๋ไก๋บางเรื่อง(ดูได้ทั้งเรื่อง) ของHARUN FAROCKI ได้ที่นี่ ครับ

http://www.ubu.com/film/farocki.html

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s