a trick of the light : a place for cinephiles

จดหมายเปิดผนึกถึงผู้สนใจที่อยากจะควบคุมอะไรๆทางวัฒนธรรม

โดยไพสิฐ  พันธุ์พฤกษชาติ

 

เราทุกคนเป็นคนหนึ่งผู้สร้างผลงาน

เป็นคนหนึ่งในหลายๆคนที่เก็บเกี่ยวรายละเอียดต่างๆ ในยุคสมัย ในที่ๆตนเองใช้ชีวิตอยู่

ที่ซึ่งใครจะคิดทำอะไรแตกต่างกันแม้เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกผู้มีอำนาจวุฒิภาวะเด็กโข่ง เจ้ายศเจ้าอย่างแถมแยกแยะสิ่งต่างๆ ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาบนโลกไม่เป็น มัวแต่จ้องจัดการคนอื่นให้หลาบจำ

อยู่ร่ำไป คนพวกนี้ไม่รู้จักแยกแยะผลประโยชน์ที่แท้จริงของสังคม

จะเอาคนพวกนี้เอามาสร้างบ้านแปงเมืองและดูแลงานทางวัฒนธรรมไม่ได้  

  

เขาไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ว่าเราทุกคนใช้ศักยภาพในความเป็นคนธรรมดาๆ อีกคนหนึ่งที่เกิดมา

บนโลกใบนี้มาใช้อย่างคุ้มค่า ไม่เสียเวลามากนักที่เกิดมาเป็นคน

คนพวกนี้เพิกเฉยในความมีตัวตนจริงๆ มีเลือด มีเนื้อ ของมนุษย์

แต่ชอบพ่นพล่ามศีลธรรมจรรยาแบบกระป๋องอัดเม็ด

 

   คนเหล่านี้เกิดมาไม่เคยสร้างสรรค์อะไรที่เกิดมาจากสติปัญญาของตนเอง หรืออาจจะสร้างเองได้แต่นำเสนอไม่ถูกที่และไม่เป็น เป็นผู้เสพที่(ทำเป็น)ไม่เข้าใจรสนิยมของตนเองและผู้อื่น

ชอบทำเป็นรู้มาก แต่ความรู้มากแทนที่จะให้ประโยชน์ต่อสังคมกลับเป็นเครื่องอวดอีโก้ของตัวเองผ่านอำนาจที่มีอยู่ในมือ  

รู้ความเป็นไปในโลกแบบแยกส่วน หรือไม่ได้รู้ความเป็นไปในโลกเลย

ทำตัวเป็นผู้อภิบาลปกป้องปวงประชาและเยาวชนผู้บริสุทธิ์

แต่จริงๆตนเองมีความคิดเท่าเด็กน้อยหอยสังข์คอยเฝ้าระวังภัยจากสิ่งที่เป็นธรรมดาโลก แทนที่จะส่งเสริมให้คนรู้ทัน กลัวในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่รู้ ถึงคนทั่วไปรู้มากกว่าก็ทำเป็นไม่สนใจ แถมยังจะมาบอกให้คนที่รู้มากกว่าอยู่แล้ว ทำเป็นรู้น้อยกว่าตัวเองอีกด้วย

 เมื่อเห็นภาพสะท้อนแปลกๆ บางด้านของสังคมที่ตัวเองอยู่ก็ไม่ชอบใจ ตีโพยตีพายด้วยจริตจก้านราวกับเป็นครูสาวแก่ทึนทึกในโรงเรียนอนุบาล

ยิ่งผู้สร้างงานที่อยู่ในกำพืดเดียวกันกับตัวเองยิ่งไม่ชอบ

เพราะมันไปท้าทายสันดานตัวเองที่เคยโดนคนที่เหนือกว่ากดขี่จนเคยตัว

เลยอยากแสดงความสำคัญและเหนือกว่ากับคนกำพืดเดียวกันกับตนเองบ้าง

คนพวกนี้ภูมิใจที่ตัวเองได้แสดงอำนาจกับคนที่ด้อยกว่า

คนแบบนี้ไม่ใช่ผู้สร้างและขับเคลื่อนพลังทางสังคม

แต่เป็นแค่คนเก็บกดปากมากจิตหยาบใจเล็กที่อยู่ผิดที่ผิดทาง

คนพวกนี้ปฎิเสธจู๋และจิ๋ม

คนพวกนี้ไม่อยากให้คนมีเพศอะไรทั้งนั้น

คนพวกนี้ไม่ใช่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

อีกทั้งไม่ใช่เกย์และเลสเบี้ยนอีกด้วย

ไบเซ็กช่วลก็ไม่ได้เป็น

แม้แต่พระหรือแม่ชีก็ไม่ไช่ น่าทึ่งมาก!

สงสัยชาติก่อนคงเกิดเป็นพระปิดทวาร

เลยพยายามจะทำให้คนไม่รู้จักอะไรเลย

ต้องการให้คนทั่วไปกลายเป็นเดะน้อยใสซื่อบริสุทธิ์

และผู้ใหญ่ไร้เดียงสา

เอากันจนบ่มิไก๊ทางเพศไปเลย(ฮัลเลลูยาห์ๆ)

ทำคนธรรมดาๆให้เป็นพันธุ์ด้อยซะ(สร้อย ทำคนธรรมดาๆให้เป็นพันธุ์ด้อยซะ)

เพื่อที่จะได้มานั่งดูถูกความไร้น้ำยากันเองแบบสาแก่ใจตามประสาโคตรไพร่-โคตรทาสนิยม

ความคิดแบบนางร้าย+ลิ่วล้อตัวอิจฉากำลังระบาดนอกจอทีวี  

จริงๆ แล้วคนเหล่านี้มีค่าเป็นเพียงตัวประกอบตื่นตูมทางวัฒนธรรมเท่านั้น

ถึงเป็นผู้ชายก็ทำตัวเหมือนกับนางอิจฉาในละครทีวี

แหยกับคนมีอำนาจ กร่างกับคนทั่วไป

นินทา ว่าร้าย มือไม่พายเอาตีนราน้ำ เอาเครื่องมือส่วนรวมมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว

แม้จะมีเครื่องมือกับอำนาจแต่ทำเองไม่เป็น สร้างสรรค์ไม่ได้ ถึงทำเองก็ไม่ดี แต่พอเห็นคนอื่นทำอะไรที่ดูมีปากเสียงขึ้นมาหน่อยก็ทนไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะทำได้โดยไม่ต้องพึ่งใบบุญของใคร

ก็ยังเอาตีนไปขัดขาเขาอีก แม่วีนแตก

     ผู้มีอำนาจและมีวิสัยทัศน์ทางวัฒนธรรมควรพิจารณาว่า

จะเอาคนพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีอำนาจในตัดสินงานศิลปะไม่ได้

ขายหน้าไปทั้งโลกตั้งแต่ยังไม่ทันออกตัว แค่คิดก็แพ้แล้ว

เราต้องร่วมด้วยช่วยกันให้ถูกที่ถูกเวลาและถูกคน

ผู้มีแนวทางเชิงป้องกัน ปราบปราม ตักเตือนให้รู้สำนึก ลงโทษ ควรไปทำงาน

ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินความคิดสร้างสรรค์และนวตกรรมทางสติปัญญาของมนุษย์ เช่น

สตง.(ดูแลเงินของแผ่นดินไม่ให้หายไปไหนแม้เพียงบาทเดียว)

ตำรวจทหาร(ตรวจตราและเฝ้าระวังผู้ประพฤติผิดและมีความประพฤติเยี่ยงโจร)

ยามเฝ้าห้างร้านและธนาคาร(ดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับผู้คน) 

พนักงานเก็บเงิน,พนักงานติดตามหนี้ (ดูแลลูกหนี้ให้จ่ายเงินตรงเวลาเก็บเงินได้ถ้วนถี่ไม่มีหาย)

พนักงานตรวจตั๋วรถเมล์และตั๋วหนัง(คอยดูแลไม่ให้คนนั่งผิดที่และแอบเข้ามาโดยไม่ซื้อตั๋ว)

นายท่ารถ เรือ มอเตอร์ไซค์(ดูแลไม่ให้สลับและแซงคิวในการให้บริการ)

คนขับรถบรรทุกและรถประจำทาง(แน่ใจได้ว่าปลอดภัย ถูกกฏจราจรและถึงที่หมาย)

พนักงานเสิร์ฟ(บริการเสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารรวดเร็วแม่นยำ ไม่ผิดโต๊ะ น่าสรรเสริญยิ่งนัก)

พนักงานจัดเรียงสินค้า(สินค้าจะเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในศีลธรรมอันดี การจัดเรียงไม่ก้าวร้าวต่อลูกค้า)

ช่างทาสีและเครื่องหมายจราจรบนถนน(ตีเส้นถนนได้อย่างเที่ยงตรงดุจดั่งไม้บรรทัด)

พนักงานทำความสะอาด(สังคมจะสะอาดได้ด้วยการเช็ดล้าง)

แมงดา(คอยดูแลไม่ให้ผู้ขายบริการใต้อาณัติโดนเอาเปรียบ)

นายสิบในกรมรักษาดินแดน(ดูแลเฝ้าระวังมิให้นักศึกษาวิชาทหารแตกแถว)

เพชรฆาตประหารชีวิตนักโทษ(สังหารนักโทษให้ตายตกไปตามๆกัน)

เจ้าพ่อและลิ่วล้อ(คอยดูแลคนที่อยู่ในอาณัติไม่ให้แตกแถวและเเปรพักตร์) 

ผู้คุมและพัสดี(ดูแลนักโทษไม่ให้ออกนอกคุก)

แผนกตรวจสอบภายใน(สังเกตเฝ้าระวังวัฒนธรรมการทุจริตในองค์กร)

นักสืบ(คอยสะกดรอยติดตามเป้าหมายและแจ้งข้อมูลให้ผู้ว่าจ้าง)

นายหน้าและหัวคิวทุกประเภท(ดูแลการติดสินบนทั้งต้นน้ำและปลายน้ำให้สะดวกโยธิน)

เจ้ามือหวยใต้ดิน(จ่ายเงินให้ลูกค้าที่แทงได้ ไม่โกงลูกค้า)

เป็นต้น

 

อาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพขั้นเริ่มต้นที่คนทั่วๆไปก็สามารถทำได้ สามารถดูแลผลประโยชน์ให้กับประชาชนได้ท่านเองก็เช่นกัน หากท่านที่มีจิตใจ ป้องปราม และกำจัดอย่างที่เสนอหน้าต่อสังคมจริงๆ

หากได้ทำงานเหล่านี้แล้ว จะเป็นคุณูปการต่อสังคมเป็นอย่างมาก

ดีทั้งตนเอง ดีทั้งผู้อื่น ถูกที่ถูกทางและถูกเวลา

หากทนทำงานดังกล่าวไม่ไหว เพราะไม่ได้แสดงตนต่อสังคมได้ดั่งใจ

ทางเลือกก็คือควรจะไปหางานอะไรก็ได้ แล้วสร้างผลงานหรือนวตกรรมที่คิดว่าดีกว่า

ขอย้ำว่าอะไรก็ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นหนังและงานศิลปะ

หรือหากจะเป็นศิลปะเชิดชูศีลธรรม-คุณธรรมก็ทำได้ หากมีความสามารถ และทำเป็น

หากคนไม่ยอมรับ ไม่ประสบความสำเร็จ ก็จงอย่าตีโพยตีพายไปว่าถูกแกล้ง สังคมมันเลวที่ไม่ใส่ใจ งบไม่พอ เทคโนโลยีไม่ถึง

 

    เมื่อพิสูจน์ตัวเองได้แน่นอนแล้วว่าสร้างผลงานให้กับสังคมได้ดีกว่า คนทั่วๆไปก็จะเห็นได้เอง

ว่าผลงานและประดิษฐกรรมของท่านนี้ดีและมีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์จริงๆ ตัวอย่างเช่น

 ยาแก้ใจง่าย (บรรเทาอาการใจง่ายสามเวลาหลังอาหาร)

 ยาลดการเลียในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชา (ลดน้ำลายในกลุ่มคนไข้ที่มีความสามารถต่ำ แต่พลังในการป้อยอสูง ช่วยให้ผู้บังคับบัญชาเห็นเนื้อแท้ของงานโดยไม่ต้องพะวงกับน้ำลายที่เปื้อนตีน)

 ยาแก้มั่วเซ็กส์ในหญิงชาย เกย์และเลลเบี้ยน(ใช้กินหรือทา ใช้แล้วไม่มีความต้องการทางเพศ

หรือไม่มีเพศ หมดกำหนัดโดยสิ้นเชิง มีสองขนาน ชั่วคราวกับถาวร)

 ยาเสพไม่ติด(เสพอะไรก็ไม่ติดและไม่ลงแดงง่ายๆ)

 ยาเปี่ยมศีลธรรมหรือยาอรหันต์ (มีสามขนาน ศีลห้า ศีลแปด ศีลอรหันต์ กินแล้วถือศีลครบทุกข้อ บันลุโสดาบัน ไม่ต้องสร้างอะไรอีกแล้วในโลกนี้ และไม่ต้องกลับชาติมาเกิดอีกเลย)

 เครื่องสร้างผลบุญเอาไว้ใช้ในชาติหน้า มีสองเวลาคือ ตอนสายๆ และตอนบ่ายๆ

 อุปกรณ์ตรวจจับและกำจัดความคิดลามก

 เครื่องควบคุมจริยธรรมนักการเมือง เป็นต้น

 

เราขอภาวนาให้ท่านทำได้ สาธุ

 

หรือถ้าหากทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ก็ควรไปบวช

(บาทหลวง พระ หรือแม่ชี มีหน้าที่สั่งสอนศีลธรรมให้ปวงประชา เป็นพ่อและแม่ของทุกสถาบัน)

หากบวชไม่ได้ ควรไปทำหมัน

 

ด้วยความรักและความนับถือ

ไพสิฐ  พันธุ์พฤกษชาติ (ตัวแสดงแทนท่านผู้ชม)

24/05/2551

 

Advertisements

10 responses

  1. O

    เอาแบบนี้เลยเหรอ?

    เข้าใจว่าทุกๆิ คนโดยพื้นฐานแล้วคงมีเจตนาดี

    เราคงไปเปลี่ยนความคิดของเขาไม่ได้

    และเขาก็คงไม่เข้าใจความหมายของเราเหมือนกัน

    เอาเป็นว่า ปล่อยให้งานมันพิสูจน์ตัวเองเถอะครับ

    หากคุณไปตีโพยตีพาย ไปปกป้องหรือพูดแทนมัน

    ก็จะกลายเป็นการกระทำแบบ hysterical เปล่าๆ

    เป็นการกระทำที่ไม่ต่างไปจากสิ่งที่คนผู้มีอำนาจเหนือคุณกำลังกระทำกับคุณเลย

    ว่าไหม?

    พฤษภาคม 24, 2008 ที่ 10:57 am

  2. MdS

    กรี๊ด ขอก็อปปี้ไปแปะในบล็อกของหนูด้วยนะคะ

    พฤษภาคม 25, 2008 ที่ 1:42 am

  3. A++++++++

    พฤษภาคม 25, 2008 ที่ 8:49 am

  4. pc

    ผมไม่ค่อยเข้าใจที่คุณ O มองว่า การตอบโต้อันเนื่องมาจากการถูกริดรอนสิทธิ์การนำเสนอ (สำหรับผู้สร้าง) และสิทธิ์การรับรู้รับชม (สำหรับผู้ชม) กลายเป็นการตีโพยตีพาย หรือเป็นการกระทำแบบ hysterical ไปได้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะเราไม่รู้จักตีโพยตีพายหรือปกป้องสิทธิ์กันมากพอหรือเปล่า สิทธิ์การรับรู้และเสรีภาพมันถึงได้ถูกคุกคามหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

    ที่คุณบอกว่า ถ้าตอบโต้จนดูเป็นการกระทำแบบ hysterical มันจะไม่ต่างจากสิ่งที่ผู้มีอำนาจทำเลย ผมแค่สงสัยว่า ทำไมถึงมองว่ามันไม่ต่างล่ะครับ ขณะที่อีกฝ่ายริดรอนเสรีภาพของทุกคน แต่ผู้ที่เรียกร้องเสรีภาพล้วนแต่ไม่เคยไปรุกล้ำเสรีภาพของใครทั้งสิ้น (ใครไม่อยากดูก็ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องดูไม่ใช่เหรอครับ) เพียงแค่ไม่ยอมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เพียงแค่ปกป้องโอกาสของตัวเองที่จะต้องสูญเสียจากการริดรอนสิทธิ์การรับรู้ (โอกาสที่จะได้รับแรงบันดาลใจ โอกาสที่จะได้เก็บเกี่ยวประสพการณ์และความทรงจำด้านศิลปะ ในชั่วเวลาอันจำกัดของชีวิต) มันเลวร้ายพอกับสิ่งที่พวกมีอำนาจพวกนั้นทำเลยเหรอครับ

    คุณบอกว่าปล่อยให้ผลงานพิสูจน์ตัวมันเอง ผมในฐานะผู้ชมจะพิสูจน์มันได้ยังไงล่ะครับ ถ้าแม้แต่สิทธิ์ในการได้ชมอย่างที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เป็นมันยังไม่มีเลย ตรรกของคุณนี่ดูแปลกๆนะครับ

    อย่างนี้ใช่ไหมครับที่มันควรจะเป็น ทุกคนจะต้องถูกลดฐานะให้มีเสรีภาพอย่างจำกัด เพียงเพราะมีคนคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าจะยอมๆกันได้

    พฤษภาคม 25, 2008 ที่ 1:25 pm

  5. BOrn

    ผมก็ไม่ชอบเหมือนกันครับ แต่ผมปลงแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่อยากสู้นะครับ
    แต่แม้ว่าเราจะไม่ชอบ หรือ เกลียดอะไรก็ตาม สุดท้ายเราก็ต้องจากเขาไปอยู่ดีครับ

    พฤษภาคม 25, 2008 ที่ 2:18 pm

  6. ดีแล้วครับ
    นี่เบาไปด้วยซ้ำ

    พฤษภาคม 26, 2008 ที่ 10:40 am

  7. สุดยอดดดดด…

    พฤษภาคม 27, 2008 ที่ 6:45 am

  8. ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ

    ตอบความเห็นของคุณหมายเลข1ครับ

    ความอยู่รอดของสังคมมนุษย์โดยรวม
    คือการได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยเปิดเผย
    จากคนทุกๆระดับ
    ไม่ว่ามันจะดีจะเลวขนาดไหน
    ช่วยกันคิดช่วยกันทำ หาข้อตกลงที่ดีกว่า
    สังคมจะได้ไม่ตายไงครับ
    จะได้ข้อตกลงแสวงหาทางออกกันได้เรื่อยๆ
    ไม่ใช่แสดงการจำนน
    แล้วบอกว่า

    เอาแบบนี้เลยเหรอ?
    เข้าใจว่าทุกๆิ คนโดยพื้นฐานแล้วคงมีเจตนาดี
    เราคงไปเปลี่ยนความคิดของเขาไม่ได้
    และเขาก็คงไม่เข้าใจความหมายของเราเหมือนกัน

    ดูเหมือนกับความคิดของคุณเป็นความคิดของผู้มีจิตใจสูง
    แต่ผมว่าลึกๆ ผมเข้าใจว่าคุณก็คงทั้งปลงทั้งหดหู่ใจไม่ใช่เล่น
    กับความเคยชินในการแสดงสปิริตแห่งความรู้ทันตนเอง

    เราต่างก็กระเเนะกระเเหนโลกพอเป็นกษัยยา
    แต่ไม่ได้เสนอความเห็นอะไรเลยนอกจากเสพสุดยอด
    แถมความรู้ที่สร้างสมมากลับใช้อะไรไม่ได้เลยต่างหาก
    นี่น่ะมันน่าเศร้ามากกว่าอีกครับ

    ในฐานะที่ผมเป็นคนทั่วๆไปอีกคนหนึ่ง
    ที่พอจะเข้าใจทั้งความคิดของผู้ชม และผู้ทำ รวมถึงผู้ที่เขียนถึงงานอยู่บ้าง
    โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยมีอุปสรรคในผลงานตัวเองสักเท่าไร
    จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่สุดแล้วผู้สร้างงานนี่แหละที่เป็นเผด็จการตัวจริง
    เราเคยเห็นงานศิลปะที่ดูใช้ได้ที่ไหนบ้างที่มีความคิดเป็นประชาธิปไตยน่ะ
    (ให้เสรีภาพในการเขียนบท ให้เสรีภาพนักแสดง ให้เสรีภาพทีมงาน
    ให้ทำได้ทุกๆอย่าง?)ที่สุดก็ต้องมีคนที่กำหนดทิศทางของมันอยู่ดี

    แต่อย่างว่าแหละครับ
    การพูดแทนผู้ชมและผู้สร้างคนอื่นบางทีมันก็เป็นข้อเสีย
    เพราะบางทีอุปสรรคที่เราพูดถึง เขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะต้องเจออะไรบ้าง
    การโดนจำกัดความสามารถตนเองโดยไม่จำเป็นแบบนั้นมาตลอด
    จนกลายเป็นความเคยชินมันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

    เพราะเขาพอใจที่จะเดินไกลๆแถๆ ไปแบบนั้น
    แทนที่จะเข้าไปชกหน้าอุปสรรคตรงๆ แล้วบอกว่า
    “ไอ้เหี้ย พวกมึงให้กูเดินอ้อมโลกทำไมวะ เหนื่อยชิบหาย”
    ถ้าเราบอกให้เขารู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ
    เขาจะได้รู้ตัวและเตรียมที่เตรียมทางตัวเองให้ถูกไง

    “หากคุณไปตีโพยตีพาย ไปปกป้องหรือพูดแทนมัน
    ก็จะกลายเป็นการกระทำแบบ hysterical เปล่าๆ”

    การเคาะกระโหลกคนให้ได้ใจความที่ดีนั้น
    มันต้องทำการเคาะกระโหลกตัวเองก่อนด้วย
    เพราะว่าคนเราไม่มีใครฉลาดไปกว่าใครหรอก
    สุดแท้แต่ผู้นั้นฝักไฝ่นิยมอะไรมากกว่า
    เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเข้าใจความคิดเขาด้วย
    แจกแจงให้เขารู้ถึงที่มาที่ทำให้เขาต้องฉ้อฉลตัวเอง
    เพราะว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เป็นหรือรู้จักคนเช่นนี้
    เพื่อที่เขาจะได้รู้ไงว่า,

    “เป็นการกระทำที่ไม่ต่างไปจากสิ่งที่คนผู้มีอำนาจเหนือคุณ
    กำลังกระทำกับคุณเลย”

    สิ่งที่คุณพูดมาน่ะถูกต้อง100เปอร์เซนต์เต็ม
    นี่แหละที่เราขาดไป คือการที่คนทั่วๆไปที่มีสติสัมปชัญญะปรกติ
    เตือนสติทำให้ผู้มีอำนาจตระหนักถึงขอบเขตความสามารถ
    และหน้าที่ที่แท้จริงของตนเองได้ไง โดยเทคนิควิธีเดียวกับที่ผู้มีอำนาจใช้
    นั่นแหละ

    แหม,สมองเรามีเต็มร้อย แต่ใช้จริงๆ แค่2-3
    ที่เหลือเป็นการหลบเลี่ยงเพื่อทำเนียนอะไรบางอย่าง
    มันเหนื่อยและน่ารำคาญนะ ที่สุดท้ายเราก็ปลอบใจตัวเองไปวันๆ
    ว่าคนบ้านเราก็อย่างนี้แหละ

    ซึ่งผมว่า ไม่จริงนะ หรือคุณจะว่าไง?

    มิถุนายน 4, 2008 ที่ 8:06 am

  9. Pingback: จดหมายเปิดผนึกถึงผู้สนใจที่อยากจะควบคุมอะไรๆทางวัฒนธรรม « เครือข่ายคนดูหนัง

  10. Somehow i missed the point. Probably lost in translation 🙂 Anyway … nice blog to visit.

    cheers, Secant!!!

    มิถุนายน 19, 2008 ที่ 12:36 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s