a trick of the light : a place for cinephiles

BAGHDAD IN NO PARTICULAR ORDER (PAUL CHAN/ 2003):ทัศนียภาพภาคประชาชน

 

โดย FILMSICK http://filmsick.exteen.com

 

ด้านล่างนี้คือ สารคดีชิ้เนเล็ฏๆ จาก PAUL CHAN ศิลปินหนุ่มที่เกิดในฮ่องกง  แต่โตและสร้างงานอยู่ในนิวยอร์ค  สารคดีนี้มีชื่อว่า BAGHDAD IN NO PARTICULAR ORDER  ซึ่งเป็นตอนสองของTIN DRUM TRILOGY  งานสารคกีไตรภาคที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับปฏิบัติการในอิรัก  ประกอบด้วย RE : THE OPERATION งานที่ใช้ภาพสไลด์ประกอบจดหมายปลอมๆที่อุปโลกน์ว่าเป็นนักการเมืองสหรัฐเขียนหาครอบครัว เพื่อตอบโต้ความจริงที่ว่าทางการปลอมจดหมายส่งกลับไปให้ครอบครัวของทหารอิรักที่ไปรบ ส่วนตอนที่2 คือ BAGHDAD IN NO PARTICULARY ORDER นี้  ในขณะทีภาคสุดท้ายคือ NOW PROMISE NOW THREAT ซึ่งเป็นการตัดตอนบทสัมภาษณ์ของคนสามคนมารวมกันซึ่งมีทั้งบาทหลวงที่คัดค้านการใช้โบสถ์ร่วมกัน หญิงที่คัดค้านการทำแท้ง และชายที่อยากไปรบในอิรัก เพื่อรับใช้ชาติ

 

สำหรับBAGDAD IN NO PARTICULAR ORDER เป็นงานวิดีโอที่ PAUL CHAN ถ่ายไว้ขณะไปอิรักในปี 2002 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าที่แมริกาจะส่งทหราเข้าไปบุกยึด  ภาพที่เห็นคือภาพประกอบของเหล่าคนเล็กคนน้อยในแบกแดด ภาพ ของเด็กผู้หญิงที่เต้นรำ  ชายชราที่ร้องเพลงฝรั่ง  ผู้คนที่ร่วมกันสวดสรรเสริญพระเจ้า  คนซื้อขยหนังสือในตลาด  ภาพผู้คนในร้านน้ำชา เด็กสาวที่คลั่งบริทนีย์ สเปียร์    เด็กๆในงานแต่งงาน  ไปจนถึงขบวนทหารหญิงที่ออกมาร้องเพลงเชิดชู ซัดดัม  ฮุสเซน  หรือกระทั่งเพลงI WILL ALWAYS LOVES YOU เวอร์ชั่นอาหรับทางวิทยุ (ที่ร้องได้อย่างงดงามและโหยให้ชวนขนลุกกว่าต้นฉบับ ทั้งสองเวอร์ชั่นรวมกันเสียอีก)  ภาพเล็กน้อยๆ ของทัศนียภาพภาคประชาชนในแบกแดด ฉายความสามัญในฐานะเพื่อนมนุษย์ของผู้คนที่ถูกวาดภาพให้กลายเป็นตัวร้ายของโลกปัจจุบัน

 ภายใต้โลกของภาพลักษณ์เหมารวม ผู้คนถูกลดทอนให้ฉายภาพเพียงคนมุสลิมหัวรุนแรง  คนผิววขาวฮีโร่กู้โลก คนผิวสีผู้ต่ำต้อยไร้การศึกษา  กระทั่งไอ้พวกผิวเหลืองขี้โกง  การยุบย่อ ตัดทอน เหมารวม ทำให้มนุษย์ถูกแบ่งแยกจัดกลุ่ม ทั้งจากลักษณะทางการยภาพ  ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ทำให้คนหลายพันล้านคน   ควบรวมเป้นคนคนเดียว  คนที่รับบทบาทในเวทีละครโลก ซึ่งเขาไม่ได้เขียนบทเอง  หากถูกกำหนดโดยชาติมหาอำนาจ  ซึ่งในยี่สิบปีมานี้ชี้มือมายงชาวอาหรับ แล้วประกาศก้องว่า -เจ้าคือตัวร้าย-

 

สารคดีชิ้นนี้ไม่ได้มุ่งวิพากษ์การณ์นั้น หากการพาคนดูลงไปสำรวจตรวจสอบเหล่าชีวิตคนเล็กคนน้อย ที่ถูกลืม หรือาจถูกทำลายลงไปในท่ามกลางหล่มหลุมของประวัติศาสตร์สงคราม  คนที่ตอนนี้อาจไม่ได้มีชีวิตอยู่  หรือหากมีอยู่ก็แร้นแค้นยากลำบากอย่างยิ่ง  ภาพชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหล่านี้จึงสำคัญอย่างยิ่งในฐานะ จดหมายเหตุแห่งคนเล็กคนน้อย ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ที่อิ่ม หิว รัก เกลียด รู้ร้อน  รู้หนาว เท่าๆกับเราทุกคนที่อุ่นสบายอยู่ในห้องหับแห่งตน

 

ภาพกระจัดกระจายในหนังถูกร้อยเรียงเข้าหากันอย่างคร่าวๆด้วยเสีรยงบรรยายของสตรีผู้หนึ่ง   คำบรรยายบางครั้งคล้ายคำถาม  บางทีเพียงแต่ผุดบังเกิดขึ้นโดยไม่ประสงค์สิ่งใดเป็นพิเศษ  เสียงบรรยายนั้นเปลี่ยนภาษาไปเรื่อย ๆ จากฝรั่งเศส ไปเป็นอังกฤษ  จนในฉากสุดท้าย กลายเป็นภาษาจีน  ราวกับคือเสียงจากพี่น้องร่วมโลก  ที่มองผู้คนบนจอในฐานะเพื่อนมนุษย์

งานชิ้นนี้ชวนให้คิดถึง หนังESSAY FILM ของ CHRIS MARKER  คนทำหนังชาวฝรั่งเศส ที่เป็น activistเหมือนPAUL CHAN เขาเดินทางไปรอบๆโลก  เก็บfootage จากที่ต่างๆ แล้วร้อยเรียงมันเข้าให้กลายเป็นหนังที่มีภาพพิเศษเจือไปพร้อมกับเสียงเล่า หนังอย่างSUNLESS ของMARKERนั้น ใช้ภาพจากทั้งในญี่ปุ่น  ไปจนถึงแอฟริกา  โดยเสียงเล่าเป็นการอ่านจดหมายที่เขาเขียนถึงเพื่อนสาวนางหนึ่ง  BAGHDAD IN NO PARTICULAR ORDER ดูเหมือนจะรับวิธีการเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างน่าสนใจ

 

อย่างไรก็ดี เมื่อพินิจแต่ละภาพอย่างใกล้ชิด  กลับเกิดข้อสงสัยบางประการที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนัก  หากอดคิดต่อไม่ได้  เพราะหากเราจะแบ่งภาพบนจอนั้น ออกมาตรวจตรา  เราอาจแบ่งได้เป็นส่วนของภาพที่มาจาก ชีวิตของชาวอาหรับ  บทเพลง เสียงสวด พิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งฝังรากอยู่ในแผ่นดิน   ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งเป็นภาพฉาย ความสวยงาของชีวิตเล็กๆของคนอาหรับภายใต้การถาโถมของวัฒนธรรมตะวันตก หนังให้เวลากว่าครึ่งกับภาพ บทสัมภาษณ์เด็กสาวที่หลงรัก WESTLIFE หรือ BRITNEY SPEARS ชายชาวอาหรับที่ร้องพลง๊อบ  หรือเพลงI WILL ALWAYS LOVE YOU ฉบับภาษาอาหรับ ไล่เรื่อยไปจนถึงภาพในตลาดหนังสือที่ชายคนหนึ่งพูดถึงหนังสือของ นักเขียนอเมริกัน  ด้วยว่าท่าทีของภาพเหล่านี้ในทางหนึ่งอาจเป็นเพียงภารฉายภาพว่าคนอาหรับก็หลากไหล และหลากหลายไปกับโลก  แต่บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า นี่อาจคือการพยายามแสดงภาพว่าคนอาหรับนั้นก็ศิวิไลซ์ และความศิวิไลซ์วัดจากการรับรู้โลกตะวันตกเหมือนคนชนชาติอื่นๆ  คนในแบกแดดไม่ได้ถูกปิดกั้นอย่างที่เข้าใจ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น มันก็อดตะขิดตะขวงใจอยู่เล้กน้อยไม่ได้ ที่ความศิวิวไลซ์ น่ารัน่าใคร่ต้องถูกเชื่อมโยงกัยการรับรู้ตะวันตก  แต่อย่างที่กล่าวนี่เป็นเพียงแต่ข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆจากผู้เขียนเท่านั้น

แบกแดดวันนี้  แตกต่างไปจากวันนั้นโดยสิ้นเชิง   จนถึงตอนนี้ ซัดดัม ฮุสเซนถุกประหารชีวิต จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่พบอาวถธร้ายแรงในอิรัก  แม้รัฐบาลสหรัฐจะบอกว่า อิรักกำลังฟื้นฟูประเทศ   แต่ก็อดคิดไม่ได้ ว่าตอนนี้เด็กหญิงฝาแฝดที่เต้นระบำนั้นไปอยู่ที่ไหนเสียแล้ว  แล้วชายคนที่สวดมนต์อย่างไพเราะนั่นเล่า หรือกระทั่ง หน้าหนังสือที่ต้องลมสะบัดไหวอยู่บนพื้นราวกับปกหนังสือร้องเพลง  ตอนนี้เป็นอย่างไรไปแล้ว 

 

วีดีโอชิ้นนี้ และ วิดีโอชิ้นอื่นของPAUL CHAN เคยมาฉายที่CONFERENCE OF BIRDS GALLERY ในกรุงเทพ เมื่อไม่กี่เดือนมานี้

 อ่านเกี่ยวกับงานART AND ACTIVISM ของ PAUL CHAN ได้ที่นี่

http://www.conferenceofbirds.com/Paul.html

อ่านบทความเกี่ยวกับงานชุดนี้ได้ที่นี่ครับ

http://www.conferenceofbirds.com/FineArtsPaul.html

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s