a trick of the light : a place for cinephiles

MARGUERITE DURAS : เรื่องของเสียงเล่า

 

เขียนโดย  FILMSICK   https://atrickofthelight.wordpress.com

 

ใครต่อใครอาจรู้จักเธอผ่านภาพร่างเปลือยของเด็กสาวแรกรุ่นที่มีชู้รักเป็นหนุ่มใหญ่ชาวจีน จากหนังอีโรติค ย่าง THE LOVER ภาพลักษณ์ exotic ของเวียดนาม กลายเป็นภาพจำที่เรามีต่อ มาร์เกอริต ดูราส (MARGUERITE DURAS)

หากในหนังเรื่องนั้นเลือกหยิบเพียงส่วนเดียวจากชีวิตของเธอมาเล่า  แล้วขยายภาพฉากรักเสียจนเลิศเลอ ทั้งๆ ที่จริงเธอคือเด็กสาวชาวฝรั่งเศสที่เกิดในเวียดนาม พ่อกับแม่ของเธอ เดินทางมาอาศัยที่เวียดนามตามโครงการของรัฐที่ให้คนฝรั่งเศสเข้าไปอาศัยในดินแดนอาณานิคมได้  หลังจากใช้ชีวิตวัยเด็กและแรกรุ่นใน ประเทศแถบอินโดจีน  ดูราส และครอบครัวย้ายกลับมาฝรั่งเศส เธอเข้าเรียนสาขารัฐศาสตร์ กฎหมาย ฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์   และในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเธอเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านนาซี 

                เธอเป็นทั้งนักเขียนนิยาย บทละคร ผู้กำกับหนัง และเป็นนักคิดคนสำคัญที่ไม่เคยเข้าพวกกลุ่มใด   แม้เธออาจจะข้องแวะอยู่กับนักเขียนกลุ่ม Nouveau Roman นักเขียนหัวก้าวหน้าที่ขยายขอบเขตของงานวรรณกรรมไปสู่พรมแดนใหม่  หรืองานหนังของเธออาจจัดกลุ่มรวมๆ ไปกับกลุ่ม Left Bank ที่เปิดไวยากรณ์ภาพยนตร์ใหม่อย่างนุ่มนวล  หากเธอคือเธอ  และผลงานของเธอคือเครื่องชี้วัดความเป็น มาร์เกอริต ดูราส ซึ่งไม่อาจจัดกลุ่มได้

                เป็นการยากที่จะพูดถึงงานและชีวิตของเธอในพื้นที่อันจำกัด  ในที่นี้เราจะพูดถึงนิยายเรื่องยาวชิ้นสำคัญของเธอซึ่งได้รับแปลเป็นภาษาไทย และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ (แต่เธอไม่ได้เป็นผู้กำกับ) นั่นคือ  “เขื่อนกั้นแปซิฟิค” (Un Barrage  Contre Le Pacifique)  และ “แรกรัก” L ‘Amant (The Lover) นิยายทั้งสองเรื่องถูกเขียนขึ้นห่างกัน 30 ปี แต่นิยายทั้งสองเรื่องล้วนเล่าเรื่องของสาวผิวขาว และครอบครัวอันยากจนของเธอ ในอินโดจีน กลางที่ดินสัมปทานอันไร้ประโยชน์  การสูญเสียความบริสุทธิ์ ความพังพินาศ และความตาย

                เขื่อนกั้นแปซิฟิค เล่าเรื่องครอบครัวชาวผิวขาวที่ประกอบด้วยแม่ และลูกชายกับลูกสาว อาศัยอยู่ในบังกะโลบนเนินสูงซึ่งสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์  แม่ของพวกเขาหมกมุ่นกับการสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลจากมหาสมุทรที่กำลังจะมาท่วมที่ดินสัมปทานของเธอจนทำอะไรไม่ได้  พี่ชายของเธอฉุนเฉียว และเอาแต่ใฝ่ฝันถึงการไปจากสถานที่ซึ่งตายแล้วนี้  ขณะที่เธอพบพานกับชายผิวขาวจากทางเหนือ  ลูกคนรวยที่ทำอะไรไม่เป็น  นอกจาการเทียวไล้เทียวขื่อพยายามจะขอดูร่างเปลือยของเธอ แลกกับทรัพย์สมบัติ   เรื่องราวดำเนินไปด้วยความสิ้นหวังและความพยามยามยืดความหวังลมๆ แล้งๆ ออกไปเพื่อให้พวกเขาไม่คิดตายเสียโดยง่าย  ในขณะที่  “แรกรัก” (L’ Amant) (มีอีกชื่อว่า คนรักจากโคลอง) เล่าเรื่องที่เป็นเหมือนส่วนขยายของ เขื่อนกั้นแปซิฟิค  โดยหันมาเน้นที่ความสัมพันธ์ (ที่ไม่อาจเรียกได้ว่าความรักตั้งแต่เริ่มแรก) ของเด็กสาววัย 15 กับหนุ่มใหญ่ลูกคนมีเงินชาวจีน ภาพสัมพันธ์ทางเพศอันหมิ่นเหม่ลึกลับและเร่าร้อน  ความรู้สึกอันยากจะอธิบายของความอ่อนแอของผู้ชาย  ความบ้าคลั่งของแม่ และความต้องการฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งของเธอกับพี่ชาย

                นิยายทั้งสองเรื่องล้วนถ่ายทอดจากประสบการณ์ของเธอ  ดูราส นำมันมาเคี่ยวจนข้น  แล้วรีดเค้นมันออกมาในรูปแบบที่เสมือนกระแสสำนึกอันไม่ปะติดปะต่อ  ในนิยายทั้งคู่  ดูราส จะรำลึกถึงเสี้ยวเหตุการณ์เล็กๆ บรรยายเกี่ยวกับมันกลับไปกลับมา ใน L’ Amant ถึงกับ สลับเสียงของผู้เล่า แบบไร้จังหวะ  ย่อหน้าหนึ่งมันเป็น เรื่องเล่าจากปากของเด็กสาว  แต่ย่อหน้าถัดมา มันอาจคือเสียงเล่าของแม่ หรือเสียงเล่าของคนเขียน เด็กสาวเปลี่ยนสรรพนามจากฉันเป็นเธอหรือหล่อน  ทุกเหตุการณ์ถูกคนให้กลายเป็นเนื้อเดียวปรากฏเหลี่ยมมุมแพรวพราวในเนื้อหนังสือ  โดยให้ผู้อ่านประกอบสร้างบรรยากาศ  เหตุการณ์ขึ้นมาเอง ผู้อ่านจะสำนึกถึงลักษณะบุคลิกของตัวละคร ไม่ใช่จากเสียงเล่า แต่จากวิธีการที่ตัวละครพูดถึงเหตุการณ์หนึ่งๆ คำบุพบทที่ตัวละครใช้ วิธีการที่ตัวละครกล่าวถึงสิ่งหนึ่ง  ล้วนสะท้อนความรู้สึกภายในโดยไม่จำเป็นต้องเล่าอย่างตรงไปตรงมาตามขนบ

                งานเขียนของ ดูราส จึงอ่านยาก เช่นเดียวกับหนัง INDIA SONG ที่เธอกำกับ และ HIROSHIMA MON AMOUR หนังที่เธอเขียนบท  มันคือเรื่องของเสียงเล่า มากกว่าเหตุการณ์ คนดูอาจสับสนมึนงงกับเรื่องที่เขากำลังดู  บางครั้งตัวละครไม่เปิดปากพูดแต่กลับมีเสียง อาจเป็นเสียงของตัวละคร หรือคนเล่าสักคนที่เกลียดตัวละครจนนินทาออกมาให้คนดูฟัง

                “แรกรัก” นั้นถูกสร้างเป็นหนังอย่างวิจิตร โดย Jean – Jacques Annaud ในชื่อ THE LOVER  แต่ดูราส เกลียดหนังเรื่องนี้มาก  เพราะหนังตัดเสียงเล่าอันซับซ้อนของเธอและเลือกเล่าตรงไปตรงมา  ขับเน้นความสัมพันธ์ทางเพศของเด็กสาว (ที่แสดงโดยนางแบบหน้าใหม่ JANE MARCH ) และชายหนุ่ม (รับบทโดยเหลียงเจียฮุย) จนกลายเป็นหนังอีโรติคถ่ายสวยที่มีขายตามห้างทั่วไป  โดยแทบไม่มีอะไรคล้ายคลึงกับสิ่ง ดูราส เขียนไว้เลยก็ตาม  ในขณะเดียวกัน “เขื่อนกั้น” เองก็เคยถูกสร้างเป็นหนังเมื่อ 50 ปีก่อน ในชื่อ THE ANGRY AGE ถ่ายทำที่กรุงเทพ ฯ และนครปฐม  นำแสดงโดย แอนโธนี่ เปอร์กิ้นส์ พระเอกจากหนังคลาสสิก PSYCHO  และกำกับโดย RENE CLEMENT คนทำหนังฝรั่งเศสซึ่งเคยได้ออสการ์จาก FORBIDDEN GAMES  แต่น่าเสียดายที่มันเป็นหนังรวมดาราข้ามชาติแบบร่วมทุนสร้างระหว่างอเมริกากับยุโรป  ที่นอกจากจะบีบให้ดาราหลายเชื้อพันธุ์พูดภาษาอังกฤษสำเนียงประหลาดแล้ว ยังสนใจแค่เล่าเรื่องตรงไปตรงมา ไม่มีรสชาติแบบงานประพันธ์เชิงทดลองของดูราส (อ่านเพิ่มได้ที่ BOOKVIRUS เล่ม1)  อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ เขื่อนกั้นแปซิฟิค กำลังถูกนำมาสร้างอีกครั้งโดยฝีมือของ ฤทธี ปาห์น (Rith Panh) ผู้กำกับคนสำคัญของกัมพูชาที่อพยพไปอยู่ในฝรั่งเศส  หนังจะถ่ายทำในสถานที่จริง  และได้นักแสดงเจ้าแม่ระดับ อิซาเบลล์ อูแปรต์ มารับบทแม่  และ กัสปาร์ อุลลิเอย์ (หนุ่มฮันนิบาลคนล่าสุด) มารับบทพี่ชาย  หนังน่าจะสร้างเสร็จในปีนี้และเป็นหนังเรื่องสำคัญที่โลกต้องจับตามอง!

                น่าเสียดายที่หนังที่ ดูราส กำกับเองนั้นแทบไม่มีการผลิตเป็นดีวีดีเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ผู้กำกับหญิงคนสำคัญของโลกคนนี้ จึงรอดพ้นจากการจ้องมองของคนดูหนังไปอีกนาน

 

(ตีพิมพ์ที่คอลัมน์ ฟิล์มไวรัส ใน นิตยสาร Vote คนมีสี รายปักษ์วิจารณ์ ปีที่ 3 ฉบับที่ 72 ปักษ์แรก มิถุนายน 2551)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s