a trick of the light : a place for cinephiles

THE LAST SUPPER (MATS BIGERT / LARS BERGSTROM: 2005) มื้อสุดท้าย(ก่อนหายจาก) : อาหารสังหาร

โดย FILMSICK http://filmsick.exteen.com

 

เรากำลังพูดคุยอยู่กับ ไบรอัน ไพรซ์ ชายร่างใหญ่ผมยาวท่าทางเหมือนรอคเกอร์รุ่นใหญ่ท่าทางใจดี เขาไม่ได้มาร้องเพลงร๊อค แต่เขาเป็นพ่อครัว ที่กำลังตระเตรียมเครื่องปรุงสำหรับอาหาร และเขาอาจเป็นพ่อครัวสามัญที่ปรุงอาหารสามัญอย่างปลาทอด ไก่ทอด หรือสลัดผัก ถ้าไม่เพียงแต่ว่าอาหารเหล่านั้นคืออาหารมื้อสุดท้ายของนักโทษประหาร

หากการกินคือรูปแบบการแสดงพลังงานชีวิต การกำเนิดและดำรงคงอยู่ อาหารมื้อสุดท้ายใยมิใช่รูปแบบการยั่วล้อที่รุนแรงและเจ็บปวดของวูบชีวิตสุดท้ายก่อนดับลงเล่า และนี่คือสารคดีที่ว่าด้วยสิ่งนั้น งานสารคดีผสมกับงานศิลปะแบบจัดวาง คอมพิวเตอร์กราฟฟิค และอนิเมชั่น ที่พาคนดูท่องผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานของการประหารชีวิต ความเชื่อ มายาคติ เบื้อหน้าเบื้องหลังของอาหารมื้อสุดท้าย จากภาพเขียนโบราณของญี่ปุ่น ไปจนถึงภาพ THE LAST SUPPER ของลีโอนาโด ดาวินชี จากความตายของพระเยซูไปถึงความตายของนักโทษประหารชีวิต จากปากคำของพ่อครัว เจ้าหน้าที่คุก นักเขียน หรือนักโทษ จากสวีเดน เยอรมัน อเมริกา เคนยา ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ กระทั่งประเทศไทย จากเรื่องของอาหารถึงเรื่องของภูติผี จากความอยุติธรรม ถึงความทุกข์เศร้า จากการเกิดถึงความตาย

ผลงานของคู่หูศิลปินชาวสวีเดน LARS BERGSTROM และ MATS BIGERT โดยหนังเริ่มต้นจากการติดตาม ไบรอัน ไพรซ์ พ่อครัวที่รับหน้าที่ทำอาหารมื้อสุดท้ายสำหรับนักโทษมากกว่าสองร้อยมื้อ หนังติดตามการตระเตรียมอาหารควบคู่ไปกับการสัมภาษณ์เกี่ยวกับงานที่เขาทำ นักโทษที่เขาเคยรู้จักและช่วงเวลาก่อนความตายมาเยือน โดยตัดสลับกับบทสัมภาษณ์กับผู้คุมนักโทษ นักโภชนาการ นักเขียน กระทั่งบรรดานักโทษ จากที่ต่างๆกันทั่วโลก ตั้งแต่ใจกลางอเมริกา สวีเดน แอฟริกาใต้ เคนยา ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ หรือกระทั่งพัสดีชาวไทย

จากบบทสัมภาษณ์ ภาพร่างของการประหารชีวิต ความตาย ค่อยๆปรากฏขึ้น รูปแบบของห้องขัง สถานที่ประหาร วิธีการประหาร และอาหารที่พวกเขากิน ภาพร่างของความเมตตาในการให้นักโทษได้อิ่มหมีพีมันเคียงคู่อยู่กับความเหี้ยมโหดเพราะหลังจากอิ่มพวกเขาจะถูกนำไปฆ่า สองด้านของเหรียญปรากขึ้นพร้อมกันในเวลาอันสั้น จนบางทีชวนให้ตั้งข้อสงสัยว่ามันคือความเอื้ออารีหรือความสมเพชเวทนา เพราะในบางครั้งในบางสถานที่อหารก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสังหาร เมื่อมีการใส่ยาพิษลงไป
นอกเหนือไปจากนั้น หนังยังเสริมทับด้วยการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์และมายาคติของ อาหารมื้อสุดท้าย โดยการเล่าประวัติศาสตร์ ความเชื่อเก่าแก่ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับโลกหลังความตาย หรือเรื่องผีหลอกวิญญาณหลอน ซึ่งผูกพ่วงอยู่กับ การกิน สิ่งที่กิน หรือการไม่ได้กินอาหารมื้อสุดท้าย หนังเล่าเรื่อตั้งแต่ วิญญาณของนักโทษที่ตายไปพร้อมกับความอยากอาหาร หรือตำนานโบราณของญี่ปุ่นเกี่ยวกับภูติผีซึ่งตายโดยไม่มีอาหารตกถึงท้องแล้วกลายเป็นผีหิวโหยไปตลอดกาล ไปจนถึงรูปแบบวิธีการใช้อาหารในการสังหาร ทั้งการฆ่าด้วยการฝังทั้งเป็นแล้วหยดนมลงไปช้าๆจนกว่าคนตายจะเลือกตายไปเอง หรือการใส่ยานอนหลับไว้ในบุหรี่ของนักบินกามิกาเซ่ หรือการให้หญิงที่จะถูกเผาทั้งเป็นดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเพื่อให้จุดติดไฟได้ง่ายขึ้น

ประวัติศาสตร์ความเหี้ยมโหดอันเมตตาปราณีถูกถ่ายทอดออกมาผ่านงานกราฟฟิคสวยๆ หรือบางครั้งในงานศิลปะแบบจัดวาง สะท้อนภาพ และแสดงแบบจำลองที่น่าสนใจ ผ่านภาพของอาหารที่ค่อยๆร่วงหล่นบนโต๊ะ ภาพของเนื้อสเตกที่ถูกหั่นจนกลายเป้นแผนที่ของอเมริกา หรือ ภาพโมบายที่ทำจากบุหรี่ซึ่งถูกจุดแล้วห้อยต่องแต่งราวกับผู้ต้องหาแขวนคอ ก่อน ค่อยๆไหม้ลามจนร่วงหล่นในท้ายที่สุด


THE LAST SUPPER อาจไม่ใช่สารคดีเชิงกวีที่เต็มไปด้วยภาพเชิงสัญลักษณ์ ซ้ำไม่ใช่สารคดีแบบข้อมูลหรือตั้งธงในการเล่า มันเป็นคล้ายๆภาพร่างอันกระจัดกระจายของประวัติศาสตร์ มายาคติ และความจริงเกี่ยวกับเรื่องของอาหารมื้อสุดท้าย ถูกตั้งคำถามเพียงว่า อย่างไร มากกว่าทำไม (หนังเกิดขึ้นหลังจากBIGERT และBERGSTROM ได้อ่านบทความเกี่ยวกับอาหารมื้อสุดท้ายของฆาตกรฆ่าต่อเนื่องชื่อดัง พวกเขาจึงออกค้นหา ประวัติศาสต์ของอหารมื้อสุดท้าย) หนังเป็นเพียงการวบรวมโดยไม่จัดระบบ ไม่พยายามโน้มน้าวผู้ชมไปสู่ข้อสรุปตายตัว ทิ้งไว้เพียงความอิกหลักอิเหลื่อ พิลึกพิลั่น ของพิธีกรรมอันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก การโยนผู้คนลงไปสู่ความตายโดยการให้ชีวิตแก่พวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย คำอธิบายครึ่งๆกลางๆจากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ที่ในทางหนึ่งเป็นเพียงรูปแบบของความเหี้ยมโหดประการหนึ่ง

หนังแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาบางคนปฏิเสธอาหารมื้สุดท้ายเพื่อประท้วงความอยุติธรรมที่พวกเขาได้รับ แต่มันก็ไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดที่จะบอกได้ว่าพวกเขาคือผู้บริสุทธิ์ ขณะเดียวกันหนังก็ตั้งคำถามย้อนกลับไปยังทุกคนเมื่อฉากหนึ่งไบรอันตั้งคำถามว่า เมื่อคุณต่อต้านการประหารชีวิต คุณได้ตระหนักหรือยังว่าคุณมีส่วนร่วมกับมันมาตั้งแต่ต้น เพราะโทษประหารคือการฆาตกรรมที่ชอบธรรมโดยกฏหมายซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ทุกคน
ใน่วงท้ายหนังถึงกับพาคนดูท่องลงไปในทางเดินอาหารของผู้คน เมื่อหนังแสดงภาพการส่องกล้องแทนดวงตาของอาหารจากปากลงไปยังหลอดอาหาร กะเพราะและลำไส้ ภาพภายในคล้ายแสดงว่าแม้เราจะฉาบหน้าด้วยศีลธรรมคุณธธรมหรือความเชื่อใดๆ เราก็ไม่อาจไปพ้นความจริงที่ว่าอาหารคืออาหาร เมื่อมันลงท้องนักโทษและเขาตายไป มัก็ได้กลายเป็นเพียง ‘ของเหลวในทางเดินอาหาร’ (GASTRIC CONTENT ) ภาพชวนขนลุกของกางเกงในเปรอะคราบสลักชื่อนักโทษประหารซึ่งแขวนเรียงรายคล้ายdisplayในห้างสรรพสินค้าแสดงให้เห็นว่า สุดท้ายแม้พวกเขาจะอิ่มท้องหรือหิวโหย มันก็ไม่เคยดับความหวาดกลัว ความเจ็บปวดที่พวกเขาได้รับลงไปได้

ภาพและเรื่องในหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้เข้มข้นทรงพลัง หนังไม่ชี้นำคนดูและในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่เพียงการนำเสนอแกนๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อาหารมื้อสุดท้าย ในทางหนึ่งมันดูเหมือน งานinstallation เก๋ๆ(งานของBIGERT และBERGSTROM โดยมากก็เล่นกับการข้ามสื่อระหว่างinstallation และวีดีโออยู่แล้ว) เกี่ยวกับการแสดงความคิดของศิลปินมากกว่างานสารคดีด้วยซ้ำไป ข้อมูลเป็นเพียงทางเชื่อมให้งานจัดวาง หรือวีดีโออาร์ตนั้นแข็งแกร่งขึ้น THE LAST SUPPER ไม่สารคดีชั้นดี แต่มันคือความแกว่งไกวที่น่าสนใจเมื่อศิลปะพบกับประวัติศาสตร์ สารคดีและภาพเชิงกวี เรื่องเล่าลึกซึ้งกับภาพหวือหวา


THE LAST SUPPER เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ THE BLUE SKY ROOM อันเป็นโครงการที่จะใช้มุมมองเชิงศิลปะ รื้อสร้างภาพจากห้องพยานซึ่งจ้องมองห้องประหารชีวิตนักโทษ และจัดฉายอยู่ที่ CONFERENCE OF BIRDS GALLERY จนถึงวันที่ 3 กันยายนนี้

ขอบคุณ ANDREW LITTLE สำหรับ DVD อนุเคราะห์

รู้จัก CONFERENCE OF BIRDS GALLERY เพิ่มเติม ที่นี่ครับ

http://www.conferenceofbirds.com/

รู้จัก BIGERT และ BERGSTROM เพิ่มเติมได้ ที่นี่ครับ

http://www.bigertbergstrom.com/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s