a trick of the light : a place for cinephiles

ATOL&gt : WISHLIST FOR BKIFF :10. เรือนแพ

แนะนำโดย JESSE JAMES

ในบรรดาลิสท์รายการหนังไทยที่จะนำมาฉายในงานบางกอกฟิล์มครั้งนี้ ผมตั้งตารอดู “เรือนแพ” ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล อย่างใจจดจ่อ (เหนือกว่า “ปืนใหญ่จอมสลัด” เสียอีก)

หนังฉบับบูรณะสมบูรณ์นี้ แว่วว่าเทคนิคคัลเลอร์ทุ่มทุนในการบูรณะฟิล์มเรื่องนี้หมดไปกว่า สามแสนเหรียญสหรัฐฯ

เรียกว่ากลับมาคราวนี้ ตระการตาทั้งภาพและเสียงแน่นอน เรื่องดูไปฝนตกไปคงไม่มีให้รำคาญตากัน          

ต้องบอกกันเลยว่า มิตรรักหนังไทย ห้ามพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง

นอกจากจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ของบางกอกเราเมื่อเกือบห้าสิบปีก่อนแล้ว เรายังจะได้ชมฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยมของ ไชยา สุริยันต์ กันอย่างเต็มตา เพราะเรื่องนี้ส่งเจ้าตัวให้คว้ารางวัลตุ๊กตาทองตัวแรกในชีวิต ก่อนจะทำแฮททริคคว้าสามตัวซ้อนในสามปีติดกัน

และอย่าเพิ่งเอียนหน้าหนีว่านี่จะเป็นหนังไทยน้ำเน่าเคล้าน้ำตา เพราะชีวิตของสามหนุ่มกับหนึ่งหญิงใน “เรือนแพ” นั้น พูดถึงจุดร่วมเดียวกันที่ผู้คนทุกยุคสมัยต่างถวิลหา

นั่นคือ ความฝัน และการทำตามความฝันนั้นให้เป็นจริง

บางคนอาจได้เพียงครึ่ง บางคนอาจไปไม่ถึงดวงดาว แต่น้อยคนที่ไปถึงนั้นจะรู้ตัวหรือไม่ว่า ได้ทิ้งร่องรอยและบาดแผลไว้ให้แก่คนข้างหลังระหว่างทางมากเพียงใด ..

แถมด้วยเพลง “เรือนแพ” สุดอมตะ ที่มีให้ฟังกันเต็มอิ่ม และจะทึ่งเมื่อเพลง ๆ เดียวกันนี้กลับต่างอารมณ์โดยสิ้นเชิงเมื่อปรากฏบนจอเงินในวาระที่แตกต่างกันไป…

 เห็นทั้งดารา เห็นทั้งชีวิตเมื่อซักห้าสิบปีก่อน ชีวิตที่การแข่งขันยังบางเบา แต่มิตรภาพระหว่างเพื่อนมนุษย์นั้นหนักแน่นยิ่ง ..

 แค่นี้ก็คุ้มค่าสำหรับการไปได้ชม “เรือนแพ” บนจอเงินอีกครั้งแล้ว ..

 

เรื่อนแพ บนวิกิพีเดีย

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E

2 responses

  1. หนังเรื่องนี้น่าดูมากครับ ผมเคยดูนานมาแล้ว และยังชอบฟังเพลงเรือนแพมาจนถึงทุกวันนี้

    ตุลาคม 3, 2008 ที่ 3:46 am

  2. jesse james

    ไปดูมาแล้ว

    ทั้งโรงมีร้อยคน (จากคำให้การของพี่โดม สุขวงศ์ ฮ่า ๆ )

    ภาพเสียงคมชัดเหมือนหนังใหม่

    ตื่นเต้นสุดขีดฉากไชยาขึ้นชกมวยครั้งแรก เจอยอดแชมป์ไร้พ่ายคนนั้น ..(จำชื่อไม่ได้)

    ทึ่งสุดขีดฉากป๋า ส. อาสนจินดา เปลี่ยนแววตาจากโกรธแค้นสุดชีวิตเป็นปั้นหน้ายิ้มได้ในเพียงสองพริบตา (ป๋า ส. กระพริบตาปริบ ๆ สองหน สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นคนละคน !!)

    “กันซื้อแหวนมาให้แกเป็นของขวัญ กันดีใจด้วยที่แกกับเพ็ญรักกัน”

    เกือบเสียน้ำตาให้กับริน เมื่อหนุ่มผู้อาภัพตายในอ้อมกอดของเพื่อนรัก (เจน) จากความเข้าใจผิดของเพื่อนรักอีกคน (แก้ว) (ที่ไม่เสียเพราะเคยดูมาแล้วรอบนึง ฮ่าๆ)

    หนังจบ คนปรบมือเกรียวทั้งโรง ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะฉากท้ายเรื่องที่”เรือนแพ” ฝรั่งนั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากมาค่อนเรื่อง พอถึงฉากนี้ทั้งโรงเงียบกริบ .. ได้ยินแต่เสียงพายุคลั่ง , เพ็ญกรีดร้อง และเพลงเรือนแพทำนองโหยเศร้าของชรินทร์ นันทนาคร ..

    ปล. เห็นบ้านเมืองเมื่อซักห้าสิบปีก่อนแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก สถานีรถไฟบางซื่อตอนนั้น บ้านเรือนน้อยนิด เห็นแต่ทิวต้นไม้สูงยาวเหยียดไปจนสุดสายตา
    หันไปมองตอนนี้ มุมเดียวกัน เจอแต่อาคารพาณิชย์ ๕๕๕

    ตุลาคม 3, 2008 ที่ 8:10 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s