a trick of the light : a place for cinephiles

กลแสงสนทนา: สยามสวนสัตว์ กับ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

PARALYZED CIRCUS คือผลงานหนังยาวเรื่องแรกของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ นักทำหนังสั้น คอลัมนิตส์ คนเขียนหนังสือและอดีตหนุ่มคลีโอ รวมถึงหัวหอกและคนต้นคิด THIRD CLASS CITIZEN กลุ่มคนที่จัดฉายหนังสั้น และออกรายการวิทยุเชิญคนทำหนังสั้นมาร่วมจัดรายการ 

เพื่อเป็นการแนะนำ หนังใฟม่ (ซึ่งที่จริงเป็นภาคขยายของ เพนกวิน ของเขาเอง) กลแสง เลยชวนนวพลมาพูดคุยกันเกี่ยวกับหนังสั้น หนังใหญ่ ความเป็นไทย และลีน่าจัง เชิญทุกท่านอ่านกันอย่างเพิลดเพลินครับ

ติดต่อนวพล เชิญที่ http://visuallyyours2.exteen.com

กลแสง : PARALYZED CIRCUS แตกต่างจาก เพนกวิน และหนังสิงห์สาราสัตว์เรื่องอื่นๆที่เคยทำมามากน้อยแค่ไหน

นวพล : จริงๆมันเป็นการคิดต่อยอดออกมาจาก เพนกวิน เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้าและหลังจากนั้น แล้วมาเรียงรวมเป็นเรื่องๆเดียวกัน  คือปกติหนังสัตว์อื่นๆ มันจะเป็นเรื่องสั้นๆจบ พูดเรื่องๆเดียว อย่าง สมเสร็จ ก็พูดเรื่องกนกพงศ์  หรือ  ไฮยีน่า ก็พูดเรื่อง สันติภาพ  แต่ pc *มันพูดเรื่องยาว มีเส้นเรื่องหลักอันนึง แต่ส่งผลกระทบถึงตัวละคร 4 คู่ และผมคิดว่าตอนนี้เพนกวิน มันไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว เวลามาวางคู่กับเรื่องอื่น ยีราฟ ผมก็ถ่ายใหม่มันจะมีตอน ลิง นกกระจอกเทศ เพนกวิน ยีราฟ   คือ สรุปแล้ว ถ่ายใหม่หมด ยกเว้น เพนกวิน

*pc = paralyzed circus

 

ลแสง : ทำไมถึงเลือกทำเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ (และมักเป็นสัตว์หายาก หรือสัตว์ชื่อแปลก)

นวพล : พวกสัตว์ต่างๆ ทำให้เราค้นพบสัจธรรมและความเรียบง่าย (อันนี้ในแง่ว่าทำไมมาสนใจเรื่องสัตว์นะ) คือ มันทำให้เราพบว่าบางที โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ มันก็ง่ายๆแบบนี้แหละ ความต้องการที่แท้จริงของการเกิดมามันก็มีแค่นี้แหละ  คือ ปกติคนเรามันยุ่งยาก รกรุงรังน่ะ ไม่ใช่กินอิ่มนอนหลับแล้วจะพอ  อีกอย่างมันทำให้เรารู้สึกว่า เราก็ไม่ได้ไปกว่าหนอน ไส้เดือน และ กบไม่ได้ใหญ่

 

กลแสง : อธิบายเพิ่มหน่อย

นวพล :  คือ สมมติพี่เป็นหมา พี่ก็หาข้าวกิน แล้วก็นอน จบ อาจจะหาพื้นที่ฉี่นิดหน่อย แต่ก็เพื่อการระบายออก แต่คนมันแบบ อยากได้อำนาจ ชื่อเสียง อยากให้เพื่อนรัก มีความเหงา  และอะไรอื่นๆที่แบบเป็นส่วนเกินกว่าสัตว์อื่นๆ แต่ผมว่ามันก็เป็นความต้องการของอวัยวะที่ชื่อว่า สมอง  มันก็ทำให้เรารู้ว่า อารมณ์ต่างๆในมนุษย์ มันก็เรื่องธรรมดา  เวลาโกรธก็อย่าไปอินมาก หรือเวลารักก็อย่าไปอินมากเช่นกัน  ไม่งั้นก็ทุกข์เหมือน เข้าหาศาสนาด้วยวิทยาศาสตร์ 55

 

กลแสง : เสมือนว่าสัตว์ในเรื่องต่างๆสะท้อนภาพบางอย่างของตัวละคร?  หรือเป็นสิ่งที่ตัวละครตามหา?

นวพล : อันนี้ในหนังเรื่องไหนครับ

 

กลแสง: ในpc

นวพล : คือ วิธีคิดของหนังเรื่องนี้ มันจะแบบเหมือนเซ็ตแกนเรื่องขึ้นมาก่อน  ว่าสตอรี่คือ เออ มีคนอยากดูเพนกวิน มันก็เลยเอาเพนกวินมาไว้ในสวน แล้วหลังจากนั้น บลาๆๆ แต่ด้วยสตอรี่นี้ มันจะเล่าผ่าน คน 4 คู่  ซึ่งคน 4 คู่นี้มันก็มีชีวิตของมันเองนิดหน่อยด้วยเหมือนเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร และ เล่า 4 ชีวิตในคืนนั้น ทำนองนี้ครับส่วนเรื่องสัตว์ในแกนหลักเนี่ย มันก็ต่อยอดจากเพนกวินคิดถึง เรื่องราวก่อนหน้านั้น และ หลังจากนั้น มันคือความชิบหาย จากการทีเราไปยุ่งกับธรรมชาติมากเกิน คือ ผมอ่านเจอว่า ใครเขียนไม่รู้ คนไทยนี่แหละ พี่ทินกรมั้งไม่แน่ใจว่า ‘คนเป็นส่วนเกินของธรรมชาติ’ แบบ ไม่มีคน โลกเราก็จะดำเนินต่อไปได้ และอาจจะไม่ชิบหายด้วย(มั้ง)แต่ในอีกทางนึงอ่ะครับ ผมก็อยากให้เรื่องนี้เป็นนิทานส่วนตัวของผมด้วยแหละ  มันก็จะเซอร์ได้อย่างที่เราอยากให้เป็น แต่ก็อย่างที่เคยว่า ตั้งแต่ผมเจอลีน่า จัง ผมก็คิดว่าหนังผมไม่เซอร์เท่าไรแล้วล่ะ มันมีทางเป็นไปได้ 555

 

กลแสง : คุณธรณีสิเซอร์แท้

 นวพล : เออ นั่นด้วยอีกคน 55 คือ คนไทยเซอร์ได้ไม่มีขีดจำกัด เราเลยคิดว่า เราควรทำหนังเซอร์กัน  ผมชอบ และ คิดว่า ณ ที่นี้ ประเทศไทย ทุกอย่างเป็นไปได้ เนื้อเรื่องของผมเกิดในประเทศไทยหมดนะ

 

ลแสง : แล้วคิดว่าความเป็นไทยคือสิ่งใด (คำถามนางงามมากๆ)

นวพล : นี่คำถาม ถามอภิชาติพงศ์เลยนะเนี่ย 55 และวิศิษฎ์ ถ้าตอบตามสูตรก็ต้องตอบว่า ‘ผมก็ไม่รู้’ ใช่ไหม

 

กลแสง : สังเกตจากวิธีคิดบางอย่าง โดยเฉพาะ snapshot ในบลอก* เป็นต้น เราว่ามันน่าสนใจดี 

นวพล : 555 ผมว่าคือ ความมั่ว อ่ะ  อีกอย่างคือความตรงไปตรงมา ถ้าในกรณีป้ายต่างๆ มันเหมือนการบอกความในใจว่าจะเอาอะไร  ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เขียนออกมาเลย  เช่นเดียวกับการรับวัฒนธรรมต่างๆ เราก็รับมาตรงๆ  แล้วเราก็ทำให้มันเพี้ยน ด้วยความตรงๆ นี่แหละ  แบบ เออๆๆๆๆ เอานี่แปะกับไอ้นี่ดิวะ เอานี่ผสมกับไอ้นี่เลยไม่ประยุกต์อะไรเลย

*ดูรูปเหล่านี้ได้ที่  http://visuallyyours2.exteen.com

 

กลแสง : เหมือนกับการเอาทุกสรรพสิ่งในโลกมาทำให้เป็นแบบเวรี่ไทย ?

นวพล : คือ เวรี่ไทย คือ การเอาทุกอย่างมาผสมอ่ะครับ และบวกด้วยความซื่อๆ แบบไทย

 

กลแสง :  แล้วออย่างนี้จะเรียก ช้าง รำไทย ตลาดน้ำ การไหว้ มวยไทย ว่าอะไร!

นวพล : ไอ้พวกนั้นก็เป็นหนึ่งในความเป็นไทยในกรณีความคิดที่ไม่ยอมประยุกต์อะไรเลย ใช้ตรงๆ มาตลอด

คือ ถ้าเราไม่เป็นคนแบบนี้ เราอาจจะมีหนังเรื่ององค์บากเร็วกว่านี้ 30 ปี

 

กลแสง : แต่ความเป็นไทยเหล่านี้มักยึดกุมวาทกรรมความเป็นไทยอยู่ฝ่ายเดียว แล้วบอกว่าส่วนที่เหลือเป็น การรับเอาวัฒนธรรมตะวันตก

นวพล : simplified หน่อยพี่ 555เห็นไหม มนุษย์มันรกรุงรัง 5555

 

กลแสง : 555555เอาใหม่ๆคือ ความเป็นไทย มารตรฐานนี่มันประกาศตัวว่า กูตือความเป็นไทย ที่เหลือ ไม่ใช่  

นวพล : ออคล้ายๆคนหัวโบราณ

 

กลแสง : เราเลยไม่ค่อยยอมรับว่า รถตุ๊กๆ ตลกคาเฟ่ ละครน้ำเน่า อะไรแบบนี้ว่าเป็นไทย  เวลาเราบอกว่าความเป็นไทยคืออะไรเราจะเลือก ไอ้เรื่องแบบ อะไรนะ ไหว้ รำไทย ประมาณนั้น

นวพล : อ้าว เหรอ ผมยอมรับนะ ไม่รู้ใครไม่ยอมรับบ้าง 55 พวกนั้นผมว่า มันเป็นเรื่องในอดีต ซึ่งคงต้องศึกษาตอบบ่ได้เหมือนกัน

 

กลแสง : ไหนๆพูดเรื่องความเป็นไทยแล้ว แล้วหนังมีชื่อไทยยัง55

 นวพล : ยังเลย ครับ 55  ละทิ้งความเป็นไทย  ตั้งยากอ่ะครับ คิดอยู่เหมือนกัน อยากให้มี เดี๋ยวตั้งคำยากๆสวยๆ ก็จะเป็นหนังพี่อภิชาติไปอีก

 

กลแสง : สวยๆไม่ดีตรงไหน 5555

นวพล : อยากได้คำง่ายๆ ถุยๆ  แบบ เพนกวิน  จบ สมเสร็จ จบ ไรเงี๊ยะ ตลกดี

 

กลแสง : งั้นก็นี่ สวนสัตว์ 55555555

นวพล : อันนี้ก็เรียบไป 55555

 

กลแสง : เราสังเกตเอาจากเพนกวิน (ไปจนถึงหนังสัตว์เรื่องอื่นๆ) ไปจนถึง YOU HAVE TO WAIT ANYWAY? หนังของเต๋อ ส่วนหนึ่ง มักเป็นหนังที่เล่นกับความแอบเสริ์ด ของสถาณการณ์ คิดว่างั้นไหม

นวพล : ออ ใช่ครับ เล่นกับความแอบเสิร์ด ชอบเรื่องแอบเสิร์ด เพราะเราเป็นคนไทย  55

 

กลแสง :  ถามเรื่องlandscapeบ้าง สังเกตจากหนังที่ได้ดู โดยเฉพาะเพนกวิน  ชอบถ่ายภาพกว้างๆเน้น ‘ทัศนียภาพ’หรือเปล่า

นวพล : ใช่ๆ แต่มันพอดีกับเรื่องที่อยากจะบอกด้วยน่ะครับ  คือ มันเป็นความชอบส่วนตัวอยู่ด้วย แต่เอามาใช้พอดีกับเพนกวิน  ผมเริ่มถ่ายรูปแบบนี้มาพักนึงแล้วค่อยทำเพนกวินแต่ก่อนไม่เป็น จนสังเกตตัวเองว่า เราชอบ extreme long shot จากการดูหนัง  แบบ ชอบมอง เออ ไกลๆแล้วสวยดี

 

 

กลแสง : เรื่องภาพกว้างๆนี่มันโยงไปถึงหนังเรื่องก่อนๆของเต๋ออย่าง บ้านหด หรือ bangkok tanks มาจนถึงหนังชุดสัตว์ ซึ่งมันมักจะมีมนุษย์อยู่ในระยะไกลมาก หรือใกล้มาก อันนี้ตั้งใจไหม หรือแค่เพียงชอบภาพระยะไกลเฉยๆ สังเกตเอาว่าตัวละครของลูกพี่มักจะ ไม่เห็นหน้าชัดๆ

นวพล : เออ มันเริ่มแรกๆจาก see ด้วย แล้วก็มาอีกทีก็ ยุเรียม แต่นั่นเหมือนกับทดลองใช้อ่ะครับ แต่กับชุดสัตว์เนี่ย ผมว่ามันเข้ากับคอนเทนท์ที่จะบอก ส่วนสมัยบ้านหด นั่นอาจจะยังไม่รู้ประสีประสามากเรื่องหน้าอาจจะไม่ extreme ทั้งเรื่องแล้วครับ แล้วแต่เรื่อง ก็อยากลองไรใหม่ๆด้วย คืออาจมีส่วนหนึ่ง แต่อาจไม่ใช่ทั้งหมด

 

กลแสง : ชอบกำกับนักแสดงไหม

นวพล : ชอบกำกับ แต่ไม่รู้ที่ทำอยู่นี่เรียกว่ากำกับรึเปล่า คือ ด้วยความที่ถ่ายไกลมาก เวลาเรากำกับ เรากำกับ movement ของตัวละคร และ กำกับ เสียง ของตัวละครอ่ะพี่ ได้แค่สองอย่างจะดูว่า เคลื่อนแบบนี้ถูกรึเปล่า เดินไปทางนั้นได้รึเปล่า และ ฟังว่า บทสนทนาที่คุยกันน่ะ เวิร์ครึยัง

 

กลแสง : แล้วปกติมีบทไหม

นวพล : มีๆ เขียนเลย เป็นบทสนทนาเลย แต่แก้ได้ตลอด เพิ่มลดได้ตลอด แล้วแต่ นักแสดง มันจะมีประโยคคีย์อยู่นิดๆหน่อยๆ แบบว่าต้องพูดอันนี้ๆๆ นะ  แต่ที่เหลือ ก็สะบัดได้

 

กลแสง : ปกติเวลาทำหนังคิดถึงเรื่องก่อน หรือคิดถึงภาพก่อน หรือคิดถึงประเด็นหลักก่อน

นวพล : อันนี้ตอบไม่ได้อ่ะพี่ แล้วแต่ แล้วแต่เลยจริงๆ  ส่วนใหญ่จะประเด็น แต่บางตอนใน pc ก็เรื่องบางไป พาไป บางทีไปเห็นสถานที่ แล้วก็คิดได้ แต่มันจะคิดได้แค่พล็อต หรือไรเทือกนี้ สุดท้ายพอจะทำไม่ทำ ก็คิดว่าจะสร้างทำไมเรื่องนี้อยู่ดี

 

กลแสง  : โดยส่วนตัวเรามักรู้สึกว่าหนังเต๋อมีกลิ่นของพี่ไฉ้* 1 ในแง่ความนิ่ง นาน และ อารมณ์ขัน แต่ก็อย่ากรู้ว่าคิดยังไง หรือว่ามีใครที่อยากพูดถึงเป็นพิเศษมีผู้กำกับที่เป็นแรงบันดาลใจไหม

นวพล : ก็คงไฉ้ กับ รอย*2 มั้งครับ ชอบอ่ะพี่ ผมคงชอบมองอะไรนิ่งๆนานๆด้วยมั้ง มันเลยเก็ทกัน  เหมือน กับดูหนังเขา ทำให้เรารู้ว่าเราชอบอะไรน่ะครับ ได้อิทธิพลนี่ไม่เถียง แต่ผมว่าพอทำๆไป มันก็ออกมาไม่เหมือนกับหนังเขาเท่าไร (รึเปล่าพี่ ผมไม่แน่ใจ 555) หนังผมมันพูดมากนะ ที่จริง 55ก็รอเวลาคลี่คลายไปเรื่อยๆคือ มันดูแล้วมันรู้สึกว่า

*1 ไฉ้ = ไฉ้หมิงเลี่ยง ผู้กำกับชาวไต้หวันที่นิยมทำหนังนิ่งแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันขมขื่น

*2 รอย = ROY ANDERSON ผู้กำกับชาวสวีเดน ซึ่งชอบทำหนังนิ่งๆเป็นฉากๆเหมือนภาพเขียนเพื่อ เสียดสีมนุษย์

 

กลแสง: รู้สึกเยี่ยงไรบ้างที่ในที่สุดก็ได้ทำหนังยาวแล้ว

นวพล : มันไม่ใช่ความรู้สึกของ oh this is my first feature มันเป็นความรู้แบบ เอ้า ชิบ 75 นาที ต่อไปต่อมา เพิ่มไปเพิ่มมา เวลาทำหนังไม่เคยกำหนดปลายปิดเลยพี่  จริงๆเพนกวินคิดไว้ทีแรก 20 นาทีเองนะ สุดท้าย ล่อไป 40 pc ตอนแรกประมาณว่า 60 ล่อไป 75 จะให้ฉายมั๊ยเนี่ย

 

กลแสง : มีความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการหนังสั้น /หนังอินดี้ในบ้านเราเยี่ยงไรบ้าง

นวพล: คงคล้ายๆในฟิ้วอ่ะพี่  ก็อยากให้มีประกวดหลายๆ เวที ที่เน้นความสำคัญของหนังแต่ละแบบ มันจะได้สนับสนุนหนังสั้นทุกๆแบบ ( จริงๆพวกเราก็มีเวทีของตัวเองนะ หมายถึง พี่ ผม ฯลฯ ไม่งั้นเราจะไม่มีงานวีระศักดิ์เลย)เท่าที่ทำอยู่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าดีนะ หมายถึงรอบๆตัวผมนะ ตั้งแต่มาทำ third class ก็ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ หลายคนด้วย สนุกดี  อยากให้รักกันแบบ ต้องไปเห็นตอนไอ้ธัญ*1 มันไปเคารพพี่วีระศักดิ์*2 นี้ 55สรุปแล้ว วงการหนังสั้นเนี่ย  โคตรน่าประทับใจ 55 อ่ะ สรุปแล้ว วงการหนังสั้นนี่ ก็จะดำเนินต่อไป แต่ขอให้มีเวทีเยอะๆ  อยากให้มีเทศกาลหนังสั้นตลกมากๆเลยนะพี่ แต่เอาให้มันขำจริงๆนะ  ประกวดกันไปเลย ยังไงก็ได้ขอให้ตลก

*1 ธัญ = ธัญ เปลวเทียนยิ่งทวี ผู้กำกับจากกลุ่ม ยอดเซียนซักแห้ง เจ้าขชองหนังอย่าง คนตัดหญ้า รู้จักพวกเขาเพิ่มเติม ที่ http://prodry.blog.com/885243/

 *2 วีระศักดิ์ = วีระศักดิ์ สุยะลา นายตำรวจนักทำหนังสั้นสุดคัลท์ ชาวอุบลราชธานี

 

กลแสง: แล้วคุณภาพ หรือความหลากหลายโดยรวมของหนัง?

นวพล : ผมว่ามันค่อยๆโผล่มาแบบ ปีที่แล้ว เราค้นพบปราบต์ บุนปาน *1 ปีนี้ เรามี โมโฟ *2  มีเมธัส *3 มีพี่วีระศักดิ์คือ นับว่าดีอ่ะพี่ โผล่มาทีละคนแต่ทั้งนี้ผมเชื่อว่า มันอาศัยการโบลว์จากพวกที่ไปดูมาราธอนนี่แหละแม่งมีผลมากแต่ก็ดี ถือเป็นมาตรฐานที่สอง รองจากของมูลนิธิ*4 ก็ช่วยกันโบลว์ไป ซึ่งนี่ก็คือ หลากหลายเวที นั่นแหละแต่เวทีพวกเราไม่มีอะไรให้นอกจากเกรด 5555และนอกจาก ฉายหนังให้อีกรอบ ส่วนวงการหนังอินดี้ไทยเนี่ยก็… ต้องรวย 55หมายถึงไซส์แบบพี่จุ๊ก *5นะครับลงว่า ต้องมีฐานะประมาณนึงก็พอ 5555ถ้าแบบพี่จุ๊กเนี่ย ผมเห็นว่าถ่ายฉากนี้เสียเงิน 5 หมื่น ผมก็ไม่เอาแล้วอ่ะแค่ 5 หมื่นผมก็ไม่เอาแล้วพี่ไม่กล้าเลย เสี่ยงเกินไปทำแบบโมห์เซ็น*6ไม่ได้ขายบ้านเนี่ยไม่พร้อมเสี่ยงเวลาเราทำหนัง เราจะกะงบในใจอยู่แล้ว

*1ปราปต์ บุนปาน =คนทำหนังสันไทยที่มักทำหนังเพื่อบันทึกความเห็นเกี่ยวกับการเมืองไทยในขณะนั้นผู้กำกับ คามลักลั่นในงานรื่นเริง

*2 โมโฟ =หนังสั้น โมโฟ สิ้นชีวีอีดอกทอง หนังโป๊บาร์บี้สุดฮือฮาจากเทศกาลหนังสั้น โดย อัลวา ริตศิลา และ คมวิช ซาลลี  ดูหนังของพวกเขาที่ http://www.youtube.com/user/madmadmaniv

 *3 เมธัส = เมธัส ศิรินาวิน เจ้าของหนัง หล่อสัตว์สตัว์ อีพลอยของกู ที่เป็นที่ฮือฮาในเทศาลหนังสั้นครังที่ผ่านมา  ดูหนังของเมธัสได้ที่ http://www.youtube.com/user/Meathuz

*4มูลนิธิ = มูลนิธิหนังไทย

*5พี่จุ๊ก = อาทิตย์ อัสสรัตน์ ผู้กำกับ wonderful town หนังยาวนอกกระแสของไทย

*6 โมห์เซ็น = โมห์เซ็น มัคมัลบลัฟ ผู้กำกับชาวอิหร่าน

 

กลแสง : หลังจากนี้มีโครงการจะทำอไรต่อ

นวพล : 555จริงสารดคี หลังจากช่วงหลังได้ดูสารคดีหลายเรื่อง ก็รู้สึกอยากทำอีกเหมือนกัน  คือนี่ผมทำไอ้ชุดสัตว์ มา 1 ปีเต็มแล้วนะพี่ ตุลา 50-51  บรรจบครบเดือนนี้พอดี ตอนนั้นที่จะมาทำเพนกวิน ก็บอกคนอื่นว่า อยากหยุดสารคดี มาทำฟิคชั่นบ้าง ก็ได้ทำสมใจ แต่เรื่องหน้า อาจจะเป็นสารคดีผสมฟิคชั่น  ลองๆคราวนี้ลูกผสมดู 555 แต่ไม่รู้จะได้เรื่องป่าวนะพี่แต่ตอนนี้อยากทำ remake ของก่อ*1 แล้ว เพราะจะเป็นหนัง relax จะเป็นแนว ฟุตเทจเก่า และ คลิป แบบว่าปลดปล่อย โชคดีทำหนังทศพล*2 เลยแบบ นวพล บุญสินสุข จะระห่ำมาก *1 ก่อ = ชาคร ไชยปรีชา

คอลัมน์นิสต์และคนทำหนังสั้นเจ้าของโปรเจคต์การให้คนทำหนังสั้นมารีเมคหนังกันเองโดยที่เสร็จแล้วคือชาคร รีเมค คืนวันเสาร์ (สารคดีที่ว่าด้วยการไปมอบพันธมิตร) ของวรรณแวว /แวววรรณหงษ์วิวัฒน์ ให้เป็น คืนวันศุกร์ (สารคดีว่าด้วยการไปร้านเหล้า)

*2 ทศพล บุญสิสนสุข ผู้กำกับหนังสั้นเจ้าของหนัง afternoon time

 

กลแสง : สุดท้ายแล้วพูดถึงPARALYZED CIRCUS หน่อย

นวพล: มาดูเถอะครับ ผมจะเลิกทำเรื่องสัตว์แล้ว เพราะเรื่องต่อไปของผมจะเกี่ยวกับ UFO  

  

 A PARALYZED CIRCUS
a film by Nawapol Thamrongrattanarit 
2008 / 75 mins / DV / COLOR / SOUND
Full Cast : Zart Tanchareon , Pichanund Laohapronsvan , Sunisa Thamrongrattanarit , Wanas Kaewdeeasadavudth , Sasapin Siriwanich , Suranya Poonyaphitak , Nakorn Pohpiroj , Buncha Nguanjinda 

A PARALYZED CIRCUS @ The 6th WORLD FILM FESTIVAL of Bangkok
October 25th / 12.00 / PARAGON CINEPLEX
with PAISIT PUNPREUKSACHAT’s MANUS JANYONG

Advertisements

3 responses

  1. visuallyyours

    กราบขอบคุณ ด้วยจิตคารวะครับ 55 สัมภาษณ์สนุกมากครับ

    ตุลาคม 15, 2008 ที่ 5:07 pm

  2. left-side

    คนนี้เองเหรอที่ทำหนังสั้น ที่มีภาพของไฮยีน่า กะพระบรมฉาญาลักษณ์

    ของในหลวงไว้คู่กัน แล้วยังบรรยายได้ชวนคิดมาก (ไม่กล้าเผยแพร่)

    ดูแล้วเซ็งโคดๆอะนะ ตัวเราดูหลายรอบนะ พยามคิดเยอะด้วยแต่คิด

    อย่างอื่นไม่ออกเลยคิดได้อย่างเดียว ไอ้นี่มันจาบจ้วง เบื้องสูงแล้วละ

    ยิ่งไปดูประวัติมาด้วยว่าเรียนกะใครยิ่งแน่จัยอะ

    -นามสกุลยาวๆแล้วไง
    -หน้าตี๋ๆแล้วไง
    -เปนหนุ่มคลีโอแล้วไง

    แย่จิงดันเปนคอลัมนิส ในBio อีกด้วย เฮ้อ ลาป่วยดีก่างี้..

    พฤศจิกายน 4, 2008 ที่ 1:09 pm

  3. ผมชอบเรื่องราวของประเทศไทยมากเลยครับ

    มิถุนายน 22, 2009 ที่ 10:44 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s