a trick of the light : a place for cinephiles

L’ARGENT (ROBERT BRESSON / 1983 ) : อำนาจเงิน

โดย FILMSICK

เงินปลอมระบาดเป็นข่าวดังในช่วงนี้  ขาวนี้ทำให้นึกถึงผลพวงของเงินปลอมในหนังเรื่องนี้เลยหยิบมาฝากกันครับ

………………………..

เด็กหนุ่มกำลังจะไปโรงเรียน เขาขอเงินค่าขนมเพิ่มจากพ่อ อ้างว่าเขาติดเงินเพอื่นที่โรงเรียน  แต่พ่อปฏิเสธ เขาจึงแวะไปขอให้เพื่อนช่วย  เจ้าหนุ่มหยิบธนบัตรปลอมส่งให้ แล้วเรื่องทั้งหมดก็เริ่มจากตรงนี้

พวกเขาเอาแบงค์ปลอมไปแลกเป็นเงินย่อยด้วยการแวะซื้อกรอบรูปจากร้านถ่ายรูป จากนั้นพนักงานขายสาว ก็รวมหัวกับ ช่างล้างอัดรู)และเจ้าของร้านส่งต่อธนบัตรนั้นให้กับพนักงานหนุ่มที่มาขนถ่ายน้ำยา เขาเอามันไปจ่ายค่าอาหาร และโดนจับข้อหาใช้ธนบัตรปลอม จากนั้น ก็มีแต่เรื่องยุ่งยากมากขึ้นทุกที ลงเอยด้วยการติดคุก (จากการถูกหักหลังโดยเหล่าผู้คนข้างต้นที่ไม่ยอมรับการมีอยู่ของเงินปลอมใบนั้น) และนั่นยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุด เพราะกระบวนการแห่งความเลวร้ายเพียงแค่กำลังเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

ผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นสุดท้ายของ ROBERT BRESSON ผู้กำกับระดับ ปรมาจารย์ชาวฝรั่งเศส ต้นแบบของนักทำหนังตบกะโหลกคนดู ผู้นิยมทอดสายตาเย็นชาจ้องมองชะตากรรมของมนุษย์ ที่มักตกต่ำลงในทางดำมืด และชั่วช้า  สำหรับเขาผู้ซึ่งไม่สามารถอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิดได้ด้วยวิธีอื่นนอกจากการทำหนัง  เขามองนักแสดงในฐานะของ – แบบจำลอง- ( MODEL )  เขามักคัดเลือกนักแสดงจากคนธรรมดา หลายครั้งไม่ด้คำนึงถึงทักษษะการแสดง หากสนใจที่ท่าทางรูปร่าง กระทั้งน้ำเสียง เพื่อให้ใกล้เคียงการเป็นแบบจำลองของเขาที่สุด  เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้อง เขาจะเคี่ยวกรำนักแสดงของตนเองอย่างหนัก เขาจะให้นักแสดงซ้อมแล้วซ้อมอีก  จนถึงจุดที่นักแสดงไม่อาจทำการแสดงได้อีกต่อไป ช่วงเวลาที่พวกเขาอ่อนล้าจนทำเพียง เอ่ยบทสนทนาออกมาโดยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ตอนนั้นเองที่พวกเขากลายเป็นแบบจำลองอันเย็นชาอย่างสมบูรณ์สำหรับการสื่อสารสิ่งที่ผู้กำกับต้องการ 

และเนื่องจาก BRESSON มีพื้นฐานมาจากการเป็นจิตรกร ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับองค์ประกอบภาพมากกว่าสิ่งอื่น ซึ่งในที่นี้หมายถึงเขาไม่ได้สนใจความงดงามของภูมิทัศน์ หรือการจัดแสงอันมลังเมลือง  แต่ยิ่งไปกว่านั้นเขามุ่งสนใจองค์ประกอบภาพ ตำแกน่งการจัดวาง ความสามัญดาษดื่นในภาพของเขาล้วนผ่านการคิดมาแล้ว และมีขึ้นเพื่อรับใช้สารสำคัญของหนังทั้งสิ้น

ใน L’ARGENT BRESSON เล่าเรื่องด้วยวิธีการที่ธรรมดาที่สุด เขาตั้งกล้องในระยะกลางๆ ไม่มีการเคลื่อนกล้องโดยไม่จำเป็น เมื่อต้องการฉายภาพเหตุการณ์ เขาจะใช้วิธี ตัดรับเข้าออก ตามปกติสามัญ  ในแต่ละฉาก ตัวละครอยู่ในตำแหน่งกลางจอ เล่าเรื่องอย่าสามัญ รวบรัดตัดความ จนมองเพียงผาดเผินมันช่างดูสามัญจนน่าเบื่อหน่าย  ไร้เทคนิคทางภาพ เล่าเรื่องราวกับรายงานข่าว ชุดภาพใน L’ARGENT มักเต็มไปด้วยภาพ กิจกรรมที่ถ้ายให้เห็นเฉพาะ แขนขา หรือลำตัว โดยไม่ถ่ายหน้าตัวละคร  พวกเขาเป็นแบบจำลองของกิจกรรม ที่ดูกลางๆ และไร้อารมณ์  แต่ด้วยวิธีการนี้เอง เขากลับ เล่าเรื่องชะตากรรมของชีวิตในมุมมองพระเจ้าได้อย่างเย้ยหยันยิ่งทรงพลังยิ่ง และเย็นชายิ่ง

หนังดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น THE FALSE COUPON ของ TOLSTOY (ซึ่งBRESSON เคยนำ CRIME AND PUNISHMENT มาทำเป็นPICKPOCKET มาแล้วก่อนหน้า ) หากจะพูดกันในเชิงเรื่องเล่า L’ARGENT เล่าเรื่องผ่านมุมมองของพระ ที่เขม้นมองชะตากรรมของมนุษยืที่ร่วงต่ำลงเรื่อยๆ ผ่านทางการกระทำของตนเอง โดยมี – เงิน – ทำหน้าที่ดุจเดียวกับซาตาน ที่ทำให้อาดัมกับอีฟ ถูกขับออกจากสวนอีเดน   หนังเปิดฉากแรกด้วยภาพของตู้เอทีเอ็ม ขณะตัวหนังสือขึ้นคำ MONEY (อันเป็นชื่อเรื่อง)และจากนั้นนั้นหนังเล่าเรื่อง ด้วยมุมมองของเงิน ซึ่งมันอาจเริ่มต้นจาดเพียงความคะนองโง่ๆของเด็กหนุ่ม แต่ชักนำขยายผลให้เห็นความละโมบเห็นแก่ตัวของผู้คนที่เงินนั้นผ่านมือ  จนทั้งหมดน่ามาแตกออกผลที่ YVON ชายหนุ่มพนักงานขับรถธรรมดาๆ ที่มีครอบครัวเล็กๆน่ารักแต่ กลับต้องผเชิญ ชะตากรรมชั่วช้า โดยหมดหนทางตอบโต้ และทำให้ชีวิตของเขาพังครืนลงไป

 

แต่แตกต่างไปจากหนังจำพวกชีวิตบัดซบ สายตาของROBERT BRESSON ไม่ได้จับจ้องมองชะตากรรมนี้ด้วยความฟูมฟาย หรือเสียดสี หากแต่มองมันอย่างเย็นชา (  ผ่านทางการจัดวางกรอบภาพและการตัดต่อ ที่ ทำน้อยได้มาก)  ชีวิตของใครคนหนึ่งพังลงไป เพราะผู้คนที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เขากลายเป็นฆาตกรไปในที่สุด แต่แล้วไง มันคือฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผูกพ่วงกับบทเรียนสอนใจ อย่างง่าย เราไม่มีทางสรุปชีวิตของใครผ่านทางเรื่องเล่านี้ได้ แต่สิ่งที่ชุดของเหตุการณ์นี้เผยโฉมแก่เรากลับคือการทอดตามอง ความขลาดเขลาของมนุษย์โดยองค์รวม

 

หากเราจะแบ่งตัวละครของหนังออกเป็นสองชุด เราจะเห็นว่า เด็กหนุ่ม(ที่ดูเหมือนจะเป็นลูกคนรวย ) พ่อแม่ของเขา เจ้าของร้านถ่ายรูป และพนักงานสาว นั้นอยู่ในชุดหนึ่ง ส่วน YVON ภรรยา และลูกของเขา เพื่อนนักโทษ  รวมไปถึงหญิงชราใจดี ที่ให้ที่พักกับYVON นั้นเป็นอีกชุดหนึ่ง เราจะเห็นว่า ตัวละครในชุดที่หนึ่ง ก่อปัญหาขึ้นด้วยความคะนองอย่างโง่ และแก้ปัญหาให้พอพ้นตัวอย่างขลาดเขลา เด็กหนุ่มอาจไม่รู้ว่าการกระทำของเขาส่งผลต่อ YVON ขนาดไหน แต่การที่แม่ของเขา ไป -จ่ายเพื่อปกปิดความผิด – ให้ลูกชายนั้น แสดงท่าที แก้ปัญหาแบบชนชั้นกลางอย่างยิ่ง

 

เช่นเดียวกับชายเจ้าของร้านถ่ายรูป และพนักงานสาว เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจใช้ธนบัตรใบนั้นออกไปทั้งรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นของปลอม เพียงเพราะต้องการปัดเงินนั้นให้พ้นตัว  และเมื่อกรรมนั้นย้อนกลับมาหาพวกเขาก็พร้อมจะเพิกเฉย พร้อมที่จะโกหก เพียงเพราะกลัวความจริงจะเปิดเผย

 

และตัวละครในชุดแรกเหล่านี้ไม่มีใครเลยที่ได้รับผลกรรมอันใด พวกเขา   เป็นเพียงผู้ก่อเหตุ จากนั้นจบมันอย่างง่ายดาย ไม่เหลืออันใดให้เกี่ยวข้องอีกต่อไป  หากแต่ผลลัพธ์กลับมาตกอยู่ที่ตัวละครในชุดที่2 ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วก็พบว่าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำ  คนหนึ่งดีรับเงินมา เอาไปใช้จ่าย มันเป็นเงินปลอมเขาถูกจับ ตามด้วยโศกนาฏกรรมครั้วครั้งเล่า อาชญากรรมครั้งแล้วครั้งเล่า  ในทางหนึ่ง เขาคือตัวปัญหาของสังคม เป็นพวกอาชญากรที่ทำผิดซ้ำซาก และ กลายเป็นคนใจมืดไปจริงๆ เมื่อมีการลงโทษเขาจะถูกสังหารเป็นคนแรก (หนังให้เขาแสดงภาพการสำนีกบาป(ซึ่งคนชุดแรกไม่ทำ) ในฉากจบของหนัง) เขาเป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบที่ในที่สุดตกตายกลายเป็นเหยื่อ และถูกสังคมลงโทษครั้งแล้วครั้งเล่า

 

แต่ตัวละครตัวหนึ่งที่สำคัญที่สุดในหนังคือเสมียนร้านถ่ายรูป ชายผู้ อาจนับเป็นตัวละครชุดที่สองได้ เพราะเจ้าของร้านสั่งให้เขา โกหกว่าไม่เคยเจอYVON และไม่รู้เรื่องเงินปลอม เขาเองอาจตกเป็นเหยื่อ แต่ในอีกทางเขาเองก็กลับกลายเป็นคนชั่วช้า และหลอกล่อผู้อื่นตลอดเวลา เมื่อเขาโกงเจ้าของร้านจนถูกไล่ออก และกลับมาล้างแค้นกันอย่างสาสม จนเราอาจเรียกตัวละครตัวนี้ว่าปีศาจ ได้ (ซึ่งยังคงเกี่ยวพันกับ เงินอยู่ เพราะจะว่าไปด้วยกลโกงเอทีเอ็มมันทำให้เขาเป็นเจ้าของเงินมากที่สุด และแม้เขาจะได้รับโทษ แต่มันก็ถูกนำมาสั่งสอนเจ้าของร้านถ่ายรูปจอมโกงได้ด้วย ) บางที คงมีแต่ปีศาจเท่านั้นที่จะดำรงคงอยู่ในโลกแห่งหารกินกันเองนี้ได้

 

ดังนั้นในทางหนึ่ง L’ARGENT เป็น เสมือนต้นธารของหนังแบบ MICHAEL HANEKE ที่มุ่งหมายให้เห็นความมืดดำของมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชั้นกลาง แต่เช่นเดียวกัน ในตัวของคนชั้นล่างก็มีปีศาจร้ายซุกซ่อนอยู่ (ในที่นี้เราอาจเรียกมันว่าเงิน! ) ดังนั้นในฉากสุดท้ายก่อนการสังหาร YVON จึงร้องถามว่า เงินอยู่ไหน!

หนังแสดงภาพอำนาจเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม และเย็นชามากเกินกว่าที่จะเอาใจช่วยตัวละคร หรือเกลียดตัวละครได้เราได้แต่มองชะตากรรมเหล่านั้น และรู้สึกถึงความเย็นชา ของมวลมนุษย์

 

L’ARGENT เป็นหนังเรื่องสุดท้ายของBRESSON เขาเสียชีวิตในปี 1989  เมื่อมองย้อนไปเราก็พบว่า เขาได้แผ้วถางทางเอาไว้ เรายังคงเห็นลีลา น้อยได้มาก ในหนังของAKI KAURISMAKI และหนังเย็นชาฆ่าความเป็นมนุษย์ในหนังของ MICHAEL HANEKE ไปจนถึง BRUNO DUMONT และไม่ว่าจะมองในทางใด ROBERT BRESSON ถือเป็นผู้กำกับคนสำคัญของโลก ที่ถือว่า พลาดไม่ได้โดยประการทั้งปวง

2 responses

  1. ถามหา

    จะหามาชมได้ที่ไหนครับ

    ธันวาคม 29, 2008 ที่ 2:24 pm

  2. atrickofthelight

    หาซื้อได้ที่ร้านขายดีวีดีที่จตุจักร หรือหาเช่าที่ร้านเฟม ท่าพระจันทร์ก็น่าจะมีครับ

    มกราคม 5, 2009 ที่ 8:52 am

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s