a trick of the light : a place for cinephiles

WAY DOWN EAST (1920)

Way Down East (1920)

By Fancy_joy

 

เคยเห็นโปสเตอร์หนังเรื่องนี้เมื่อสี่ปีที่แล้ว จำได้ว่าสิ่งแรกที่พูดกับตัวเองก็คือ “ยี้ หนังรักเอสกิโมเหรอ ไม่ดูหรอกจ๊ะ” ยิ่งรู้ว่าเป็นหนังเงียบขาวดำ จากยุค 20 ด้วย โอ คงมีแต่ฉากคนเดินดุ๊กดิ๊กๆ เอามือบิดหนวดเป็นเกลียวกันใหญ่ ไม่ไหวๆ

แต่อย่างที่เขาว่ากัน เนื้อคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วคลาด ปีที่แล้วจอยก็ได้พบรักกับหนังเรื่อง Sunrise: A Song of Two Humans (1927 / F.W. Murnau) ซึ่งเปิดประตูสู่โลกใหม่ในหนังเก่า จากที่เคยร้องยี้ ก็กลายเป็นร้องเยสค่ะ

 

                                               

Sunrise: A Song of Two Humans

เสน่ห์ของหนังเงียบขาวดำก็คือ การที่ไม่มีบทพูด ทำให้เราประสาทตาของเราจดจ่อกับภาพที่เราเห็นตรงหน้า ในขณะที่ประสาทหูก็รับรู้แต่เสียงเพลงออสเคสตร้าที่ประกอบกับซีนนั้น มีคั่นบางตอนด้วยบทสนทนาที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ ให้เราเข้าใจว่าเรื่องราวกำลังจะไปในทิศทางใด

 

ความงดงามอีกอย่างหนึ่งของหนังเงียบก็คือ (อันนี้ส่วนตัว) คือการได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในอดีต เมื่อ 80-90 ปีมาแล้ว อ๋อ สมัยก่อนนี่เค้าใส่เสื้อผ้ากันอย่างนี้เหรอ เอ้อ เค้ากินอะไรกันเนี่ย แล้วไม่มีทีวีคอมพิวเตอร์นี่เค้าใช้เวลาว่างทำอะไรกัน มันน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

 

เรากลับมาที่หนังเอสกิโมของเราดีกว่า หลังจากได้มารู้จักมักจี่กับหนังเก่ามากขึ้น ถึงได้มาค้นพบว่า นี่มันหนังของ D. W. Griffith และมี Lilian Gish แสดงนำด้วยนี่ (หว่า) แล้วมันก็ไม่ใช่หนังเอสกิโมด้วยนะจ๊ะ แค่ตอนจบมีฉากตื่นเต้นท่ามกลางหิมะ และบนแผ่นน้ำแข็งเท่านั้นเอง

 

ในยุค 20 นั้น อุตสาหกรรมหนังเงียบนั้นก้าวหน้ามากในยุโรป ที่เยอรมันก็มีหนังของผู้กำกับ F. W. Murnau เช่น Nosferatu, Faust ส่วนฝรั่งเศสก็มี Louis Feuillade ที่ทำหนังหัวขโมยเทคนิคแพรวพราว อย่าง The Vampires หรือ Fantomas ทางด้านอเมริกานั้นเทคนิคในการทำหนังยังล้าหลังอยู่ แต่ถ้าหากพูดถึงผู้กำกับที่เป็นตัวแทนของฝั่งตะวันตกแล้ว ก็คงจะต้องเป็น D. W. Griffith แน่นอน

 

ผู้อ่านคงอาจจะเคยได้ยินชื่อของ D. W. Griffith กันมาบ้างนะคะ เค้าโด่งดังเหลือเกินกับหนังเรื่อง The Birth of a Nation (1915) ที่คนในปัจจุบันมักจะกล่าวถึงหนังเรื่องนี้ว่า เป็นหนังปลุกผีกลุ่ม Klu Klux Klan ที่เคยถูกกำจัดไปก่อนหน้านี้ ให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เป้าหมายหลักของกลุ่มคือ กำจัดคนผิวดำค่ะ (ว้าย ไม่รักโอบาม่าเหรอ)

 

แต่จริงๆ แล้ว ความสำคัญของหนังเรื่อง The Birth of a Nation นั้นมันมีมากกว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกที่สามารถเรียกได้ว่า “หนังบล็อคบัสเตอร์” ของอเมริกา เป็นหนังเรื่องแรกที่ฉายตามโรงหนังหลายๆ เดือน คนอเมริกันหลายล้านคนได้ดูหนังเรื่องนี้ ชาวบ้าน ชาวนาต่างจังหวัดก็ยกขบวนเข้ากรุงมาเพื่อดูหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ ดูจบแล้วก็ดูซ้ำอีก เป็นหนังเรื่องแรกที่มีการประพันธ์ดนตรีประกอบโดยเฉพาะ เป็นหนังเรื่องแรกด้วยที่ได้ฉายในทำเนียบขาวด้วย และว่ากันว่าถ้าปรับค่าเงินเฟ้อแล้ว สามารถถือได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทำกำไรมากที่สุดในสมัยนั้นอีกด้วยนะ (ก่อนที่จะถูกทำลายสถิติด้วย Gone With The Wind)

 

ทำไมหนังเรื่อง The Birth of a Nation ถึงได้มีผลกระทบต่ออเมริกันชนได้ขนาดนี้ สาเหตุหนึ่งนั้นก็มาจากที่ว่า ในยุคนั้น ผู้ผลิตหนังส่วนใหญ่จะทำหนังม้วนเดียว มีความยาวสูงสุดประมาณ 15 นาที หนังพวกนี้ จะถูกฉายตามโรงละครหรือสถานบันเทิงต่างๆ เพื่อแก้ขัดเวลาเปลี่ยนฉาก หรือเป็นแค่โปรแกรมเสริมคั่นกับการแสดงอื่นๆ เนื่องด้วยความยาวจำกัด เนื้อเรื่องของหนังก็จึงเป็นแค่ฉากสถานการณ์สั้นๆ ไม่ลึกซึ้ง แต่สำหรับ The Birth of a Nation เป็นหนังยาวถึงสามชั่วโมง (ก็ถือว่ายาวสำหรับสมัยนี้เหมือนกัน) จึงถือว่าเป็นของแปลกใหม่ ที่คนต้องจ่ายเงินเข้าไปดูหนังทั้งเรื่อง

แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญกว่า ที่ทำให้หนังประสพความสำเร็จนั้น เพราะหนังมีฉากฆาตกรรมประธานาธิบดีลินคอล์นในโรงละคร ที่ทำได้อย่างเหมือนเหตุการณ์จริงมาก แม้แต่นักแสดงที่เล่นเป็นลินคอล์นและมือสังหาร จอห์น บูธ ก็หน้าตาละม้ายคล้ายเจ้าตัว คนดูไม่ได้เพียงแต่เห็นว่าลินคอล์นถูกยิง กริฟฟิธยังโชว์ฉากเบื้องหลังการวางแผนลอบฆ่าของนายจอห์น บูธ อย่างละเอียด แม้แต่ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ก็ใส่เข้าไปด้วย เช่น เค้ารอให้ละครถึงฉากที่ตลกๆ ก่อนจึงลงมือลั่นไก เพื่อให้เสียงหัวเราะของคนดูกลบเสียงปืน สำหรับคนดูสมัยนั้น เหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีลินคอล์น ที่เป็นที่รักของชาวอเมริกันทุกคน เพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เพียงแค่ 40 ปีก่อนหน้า คนดูส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น  บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลินคอล์นหน้าตาเป็นยังไง (เห็นแต่ภาพวาด) ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เรารับรู้ข่าวสารได้อย่างรวดเร็วในรูปแบบภาพและเสียง

 

ส่วน Lilian Gish นี่ เธอเป็นดาราขวัญใจของกริฟฟิทธ์ค่ะ เป็นตัวแทนคำนิยามว่า “ปากนิดจมูกหน่อย” ได้ดีจริงๆ เลย จอยเคยสงสัยว่าจริงๆ นี่ปากเธอเล็กอยู่แล้ว หรือว่ามันเป็นแฟชั่นสมัยนั้นที่ว่าต้องทาลิปสติกแบบเกอิชา แต่พอได้ดูหนังเธอตอนแก่ (The Night of the Hunter / 1955) ถึงได้เข้าใจว่าปากเธอนั้นเล็กของจริง

 

เธอกับกริฟฟิทธ์ได้ร่วมทำหนังด้วยกัน 12 เรื่อง บางทีก็มีน้องสาวของเธอที่ชื่อว่า โดโรธี มาร่วมแสดงด้วย โดโรธีนี่ก็สวยพอๆ กับพี่สาว แต่ลิเลียนท่าจะดังกว่า เพราะว่าหน้าตาเธอสวยบริสุทธิ์เหมือนสาวพรหมจรรย์ และมักจะแสดงในหนังเป็นสาวบ้านนอก เข้ามาในกรุง เจอคนหลอกลวง (ในหนังทุกเรื่องเธอจะถูกข่มขืน หรือไม่ก็เกือบๆ) แต่เธอก็สู้ไม่ยอมแพ้ สุดท้ายเจอผู้ชายดีๆ แฮปปี้เอ็นดิ้ง (เอ๊ะนี่มันเหมือนบ้านทรายทองเลยนี่)

 

ในหนังเรื่อง Way Down East นี่ก็เช่นกัน ตัวละครของเธอบ่ายหน้าเข้ากรุง เพื่อมาขอยืมเงินจากญาติที่ร่ำรวยกว่า ระหว่างนั้นเธอก็ถูกหลอกจากเสือผู้หญิงที่หวังครอบครองเธอโดยจัดงานแต่งงานปลอมๆ และเขี่ยเธอทิ้งเมื่อเธอท้องขึ้นมา นี่แค่ช่วงต้นๆ ของหนังนะจ๊ะ วิบากกรรมเธอยังมีมากกว่านี้ เพราะในเมื่อเธอเป็นผู้หญิงมีรอยบาปแล้ว จะไปที่ไหนสังคมก็รังเกียจ โดยที่ไม่มีคนคิดจะหยุดถามเธอเลย ว่าเพราะอะไรเธอถึงกลายมาเป็นผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อ

 

แต่ว่าสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่จดจำ ก็คือฉากตอนจบที่ทั้งงดงามและตื่นเต้น ร่างไร้สติของลิเลียน กิช บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่กำลังเคลื่อนไปสู่น้ำตกเบื้องหน้า เป็นฉากที่ลุ้นระทึกขวัญไม่แพ้หนังยุคใหม่ และก็ทำให้คนดูรู้สึกหนาวเหมือนกับอยู่ในสถานที่ถ่ายทำจริงเลย ลิเลียน กิช เล่าว่าหลังจากถ่ายทำหนังเรื่องนี้ มือซ้ายของเธอนั้นสูญเสียความรู้สึกไปเลยตลอดชีวิต เนื่องจากแช่ในน้ำแข็งนานเกินไป (เป็นนางเอกเรา ต้องอดทน!)

 

ถึงเนื้อเรื่องจะดูเมโลดราม่า แต่ว่าผู้กำกับกริฟฟิทธ์ก็ตั้งใจจะสอนคนดูอยู่แล้ว เพราะว่าตอนต้นเรื่องเขาก็ขึ้นคำนำไว้เต็มจอ ใจความว่า “ความทุกข์ของผู้หญิง เกิดจากผู้ชายหลายใจ ขอให้ผู้ชายทุกคนที่ดู รักเดียวใจเดียวเถิด” น่ารักจริงๆ เลยคุณกริฟฟิทธ์

 

ผู้ที่สนใจ สามารถดูหนังทั้งเรื่องได้ใน Youtube จ๊ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s