a trick of the light : a place for cinephiles

Lost Souls (1980, Mou Tun-Fei)

โดย  คุณ AR  http://mihk2002.wordpress.com

หลังจากปฏิวัติทางวัฒนธรรมในจีนแผ่นดินใหญ่ เกิดการหลั่งไหลของประชากรชาวจีน สู่ฮ่องกงในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง จำนวนมากมายมหาศาล ที่เดินทางมาด้วยเรือลอบเข้าทางชายฝั่ง ลอดรั่วลวดหนาม หลบหนีการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ การเดินทางอันยากเย็นแสนเข็นเพียงเพื่อไปถึงดินแดนในฝันอย่างฮ่องกง

ผู้กำกับจอมฮือฉาว Mou Tun-Fei เจ้าของหนังสงครามโลกครั้งที่สองที่ที่ชื่อว่า “จับคนมาทำเชื่อโรค” หนังที่ถ้าใครได้ผ่านตาแล้วก็คงไม่มีวันลบออกจากความทรงจำไปได้ Lost Souls ผลงานสุดฮือฉาวลำดับแรกของเขาที่สร้างภายใต้ชื่อบริษัทชอว์บราเดอร์ ในปี 1980 ที่เล่าเรื่องคราวเคราะห์ของชาวจีนอพยพ ที่หนีเสือปะจระเข้ หนีความลำบากเพื่อมาเจอความตกต่ำของความเป็นมนุษย์

ฉากหลังของเรื่องนั้นเกิดขึ้นที่เขตชานเมืองของฮ่องกง Mou Tun-Fei ทำลายล้างภาพชนบลอันเงียบสงบ ภาพของทุ่งนา กระท่อมอิฐ และถนนดินลูกรัง ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแว้งว้าง ห่างไกลจากกฏหมาย ความช่วยเหลือ และศีลธรรม

เรื่องราวเริ่มต้นที่พี่น้องสองหนุ่มหนึ่งสาวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ หนึ่งในจำนวนผู้ลี้ภัยจำนวนมาก ที่เดินทางถูลู่ถูกังจนมาถึงฮ่องกงจนได้ แต่ร่างกายก็อ่อนเพลียหมดเรี่ยวหมดแรง จากความเหนื่อยอ่อน และหิวโซ เป็นเคราะห์ดี ที่ทั้งสามได้พบกับชายชราในกระท่อมปลายนาที่ หยิบยื่นความช่วยเหลือ อาหาร และที่พักให้ระหว่างตามหาญาติที่อาศัยอยู่ยังฮ่องกง แต่ทุกอย่างดูเหมือนว่ามันง่ายเกินไปรึเปล่า?

แท้จริงแล้วตาเฒ่าเป็นหัวหน้าแก๊งของพวกลักพาตัว ที่นำเหล่าคนอพยพมากังขังทุบตี เพื่อเอาเบอร์โทรศัพย์ติดต่อญาติที่ฮ่องกง เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นคน 5,000 เหรียญต่อคน การไถ่ตัวเกิดความผิดพลาดเมื่อจำนวนเงิน ไม่เพียงพอกับจำนวนคน สองคนเป็นอิสระแต่อีกหนึ่งต้องรอไปก่อน แต่ฝ่ายเหยื่อไม่ยอมทำตาม จนกระทั่งเกิดยื่อยุดฉุดกระชาก ทั้งสามจนหลบหนีมาได้สำเร็จ แต่ไปๆ มาๆ กลับต้องมาตกอยู่ใต้เงื่อมมือของพวกลักพาคนอพยพอีกแก๊ง ที่โหดยิ่งกว่า เถื่อนยิ่งกว่า

กลุ่มชายหนุ่มกลัดมัน ที่แต่งกายด้วยเสื้อยืด และกางเกงขาสั้นรัดติ้วหลากสี ภายใต้การนำของ เกย์เฒ่าขาพิการ ตระเวณจับคนหนุ่มคนสาวชาวแผ่นดินใหญ่จำนวนมากมายตามตะเข็บชายแดน นำตัวมาขังรวมกันไว้ใน กระท่อมเล็กๆ สกปรกโสโครก ไปด้วยกองฟาง และขี้โคลน ทุกคนถูกจับแก้ผ้าแก้ผ่อนจนเปลื่อยเปล่า เพื่อกันการหลบหนี ส่วนผู้ดื้อด้านก็ต้องพบกับมาตรการลงโทษ เฆี่ยนตี ใครที่มี เบอร์โทราศัพย์ก็รอคอยวันไถ่ตัว ขณะที่ที่เหลือต้องกลายมาเป็นเครื่องบำดับทางเพศ  หญิงสาวรุ่นถูกตีราคาส่งขายต่อให้กับซ่องที่มาคัดเลือกสินค้าถึงที่

ความหวังอันเลือนลางของทุกคน ขณะนี้เหลืออยู่เพียงแค่บนเศษกระดาษหนังสือพิมพ์ ที่พวกเขาใช้ห่อ และห่อหุ้มร่างกายแทนเสื้อผ้า ที่ปรากฏรูปภาพของเมืองฮ่องกงอันทันสมัยบนเศษกระดาษเหล่านั้น ดูจะเป็นความฝันเดียวที่เหลืออยู่ แม้เหมือนว่ามันจะยิ่งห่างไกลความจริงขึ้นไปทุกที

ชื่อของ Mou Tun-Fei นั้นผูกขาดอยู่กับ ความเป็นคนทำหนังสุดขั่ว ที่หากินอยู่กับการขายความโหดเหี้ยมทารุณ หรือไม่ก็ฉากโป๊เปลือย อันหวุดหวิดจะเป็นความลามกอนาจารมาโดยตลอดชีวิตการทำหนัง อย่างไรก็ตามเขาก็สมควรได้รับการพูดถึงเช่นกัน ในฐานะคนทำหนังที่พูดเรื่องการเมืองแบบเต็มเสียง มาตลอดชีวิตการเป็นคนทำหนัง

เขามีพื้นแพเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ มีบ้านเดิมอยู่ที่ชานตง ต่อมาไม่นานได้ย้ายตามครอบครัวไปตั้งรกรากที่ไต้หวัน ชีวิตการทำหนังของเขาเริ่มต้นที่นั้นในฐานะผู้ดู จนกระทั่งได้เริ่มต้นงานในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับในหนังโฆษณาชวนเชื่อ ต่อต้านคอมมินนิสท์เรื่อง “เอาประเทศกูคืนมา” (Give Back My Country) ต่อมาจึงได้ไต้เต้าจนกลายเป็นผู้กำกับที่ไต้หวัน และได้เซ็นสัญญากับชอว์บราเดอร์ ทำหนังทั้งอาชญากรรม กำลังภายใน โดยมี Lost Souls เป็นหนังที่น่าจดจำที่สุด  เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักทำหนังจอมฮื่อฉาวของเขา

Lost Souls แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลต่างๆ ของผู้กำกับที่ชัดเจนที่สุดก็คือ หนังอิตาลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังฉาวระดับตำนานเรื่อง Salo ของผู้กำกับ ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี่ Mou Tun-Fei แสดงความเกรี้ยวกราดต่อ อารยะธรรมอันเสื่อมทราม เป็นเรื่องของยุคสมัยแห่งความตกต่ำของมนุษยชาติ ผู้คนได้สูญเสียความเป็นมนุษย์กันไปจนหมดสิ้น ทั้งทางศีลธรรม และเนื้อหนัง คนกลุ่มหนึ่งปล่อยให้ความต้องการด้านต่ำเข้าครอบงำจนมิด ขณะที่อีกกลุ่มก็ไร้ความหวังแทบไม่ต่างอะไรจากสัตว์

ความรุนแรงถูกถาโทมใส่คนดูแบบไม่บันยะบันยัง ผู้กำกับเล่าเรื่องโดยไม่ได้ใส่ใจ และให้ความสำคัญในพล็อต การดำเนินเรื่อง หรือรายละเอียดอันลึกซึ้งของตัวละคร แต่ทุ่มแทให้กับ การสรรค์หากลวิธีในการกลั่นแกล้งตัวละคร ให้พบกับชตากรรมอันเลวร้าย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แม้หนังจะสามารถเดินทางไปสู่ความสุดโต่งได้พอสมควร (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหนังฮ่องกงโดยทั่วไป) แต่ก็มีความเห็นของนักดูหนังบางท่านว่า อาจไม่สามารถนับว่า Lost Souls เป็นความสำเร็จโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมาตราฐานงานชิ้นต่อมาของ Mou Tun-Fei อย่าง Men Behind the Sun หรือ The Trilogy of Lust ที่สามารถสร้างความรู้สึก ผอืดผอม กระอักกระอ่วน และมวลท้องได้มากกว่า ด้วยภาพความรุนแรงและทางเพศอันสุดขั่ว ที่ได้รับอิทธิพลมาจากหนัง Neo Realism ของอิตาลี

หากแต่การที่ Lost Souls หยิบยืมลีลาการนำเสนอมาจากหนัง Pink Film ของญี่ปุ่น ที่เน้นหนักในการขายบันเทิงแบบ Sexploitation อันได้แก่ภาพความรุนแรง การข่มขืน ทารุณกรรม แบบเหนือจริง และในบางฉากก็เจืออารมณ์ตลกร้ายลงไป มีผลทำให้หนังดูจะมีส่วนของ “ความบันเทิง” หลงเหลืออยู่พอสมควร ซึ่งไม่น่าจะใช่จุดประสงค์หลักของ Mou Tun-Fei แต่อย่างใด

ถ้าจะมองกันในอีกมุม ความบันเทิง ในหนังกลายเป็นสิ่งที่ผลักดัน คนดูอย่างเรา ต้องกลายไปอยู่ในฝ่ายผู้กระทำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าจะมองกันในจุดนี้ Lost Souls ก็มีพลังในการฉุดลากคนดูให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง

Lost Souls เป็นงานที่อยู่ในหมวดหมู่หนังที่สมควรค่าแก่การจดจำ เนื้อหา และบรรยากาศที่หนักหน่วงนั้น ถือเป็นหลักไมล์สำคัญ ในเรื่องความกล้าหาญ ของทั้งตัวผู้กำกับ และเช่นเดียวกันกับ วงการหนังฮ่องกงเอง

  • Credits
    กำกับ – Mou Tun-Fei
    บทภายพนตร์ – Mou Tun-Fei
    แสดงนำ – Chan Shen, Chow Kin Ping, Hung San Nam, Keung Hon, Ngaai Fei, Shum Lo, Wan Seung Lam, Wong Ching Ho, Jenny Leung Jan Lei, Moo Yuk Fan
  • Rating – 4/5

One response

  1. Pingback: MY WISH LIST FOR HONG KONG DVDS « Limitless Cinema in Broken English

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s