a trick of the light : a place for cinephiles

WFFBKK wish list 1: IN COMPARISON + INTRODUCTION TO HARUN FAROCKI

โดย FILMSICK

HARUN FAROCKI เป็นผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน อินเดีย ที่ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960 หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ และอื่นๆ เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า essay film

บาง คนเรียกเขาว่า the best known-unknown director เพราะแม้เขาจะดังมากในทั่วโลก (CAHIER du CINEMA เคยเขียนบทความถึงเขาโดยใช้ชื่อว่า who is farocki ? ) อต่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักนักในเยอรมัน

นอกจากการเป็นผู้กำกับเขายังทำหนังสือ filmtrik หนังสือหนังในเยอรมันอีกดัวย

และนี่คือบางส่วนที่ผมหาดูหนังของเขาได้

1. AN IMAGE

นี่คือสารคดีความยาว 25นาที ที่ถ่ายทำเสร็จในสี่วัน โดยหนังเป็นการติดตามการถ่ายภาพนางแบบของนิตยสารPLAYBOY !

ใช่แล้ว นิตยสาร PLAYBOY!

หนัง ให้เราดูตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างฉาก เตาผิงจากไม้อัด ไปจนถึงการจัดวางท่าทางของนางแบบ การถ่ายรูป การตรวจสอบ แล้วถ่ายซ้ำ ตลอดทั้ง 25 นาทีเราจะได้เห็นว่ากว่าจะเป็นรูปถ่ายโป๊เปลือยหนึ่งรูป มันยากลำบากขนาดไหน หนังให้เราเห็นถึงการเสียเวลากับเพียงแค่องศาการไขว้ขา การวางสะโพกของนางแบบ และการตรวจสอบรูปถ่ายซ้ำไปซ้ำมา

แต่ ในอีกทางหนึ่ง หนังได้แสดงให้เห็นถึง การเป็นวัตถุ การกลายเป็นวัตถุ ตั้งแต่ฉากแรกเมื่อไม้กระดานถูกนำมาทำเป็นฉาก เตาผิง(ฉากหลังเดิมเป็นทะเล) ต่อมาเมื่อมีนาแบบเปลือยเข้ามาในฉาก เธอก็ได้กลายเป็นวัตถุ การสั่งให้เธอขยับซ้ายขวา ทำใหเธอเป็นวัตถุ ทั้งสำหรับการจ้องมองเพื่อบันทึกภาพ และสำหรับการจ้องมองของผู้มีรูปภาพในครอบครอง

และ ในอีกทางหนึ่งหนังเรื่องนี้ก็คือวัตถุที่กำลังถูกจับจ้องมอง (ซึ่งเชื่อแน่ว่าหลายคนคาดหวังจะจ้องมองภาพเปลือยจากในหนัง) ดังนั้น โดยตัวของมัน ได้ให้ภาพ นอกเหนือจากสิ่งที่มันเป็น (สารคดีการถ่ายรูปโป๊) ไปสะท้อนความคิดของโลกวัตถุนิยมที่น่าสนใจไม่น้อย

2.Die Worte des Vorsitzenden (1967)

หนัง ยาวสองนาทีเรื่องนี้เท่ เปรี้ยวเยี่ยวราด และสะท้อนแนวคิดทางการเมืองได้อย่างสะใจไม่น้อย เมื่อหนังเปิดด้วยภาพของใครคนหนึ่งที่ปกปิดใบหน้ากำลังอ่าหนนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นหนังสือ สรรนิพนธ์ของประธานเหมา จากนั้น เธอฉีกหนังสืออกพับเป็นจรวดแล้วขว้างไม่ไปทิ่มโดนประธานาธิบดีอเมริกันที่ นั่งกินอาหารเช้า โดยมีเสียงบรรยายเป็นเสียงอ่านข้อความในหนังสือเล่มนั้นประกอบตลอดเรื่อง

ใช่ แล้วนี่คือการตอบโต้โลกเสรีนิยมที่มีอเมริกาเป็นเจ้าพ่อ โดยลัทธิคอมมิวนิสต์ และแน่นนอนสิ่งซึ่งเป้นอาวุธที่ดีที่สุดไม่ใช่ปืน หากแต่เป็นหนังสือนั่นเอง!

เพราะมีแต่หนังสือ จึงพลิกความคิดผู้คนได้ !

3. VIDEOGRAM OF A REVOLUTION

น VIDEOGRAMS OF REVOLUTION HARUN FAROCKI สร้าง หนังยาวอันทรงพลังเรื่องหนึ่งเรื่องโดยไม่ต้องถ่ายหนังเลยแม้แต่ชอตเดียว เพราะหนังทั้งเรื่องที่อาศัยการตัดต่อ ฟุตเตจภาพข่าวทางทีวีตอลดระยะเวลาภายในหนึ่งสัปดาห์

หนึ่งสัปดาห์อะไรน่ะหรือ มันคือหนึ่งสัปดาห์ในเดือนธันวาคมปี 1989 เมื่อความอดอยากยากแค้นของมหาประชาชนในโรมาเนียถึงขีดสุด พวก เขาออกมาเดินขบวนกันบนท้องถนน ต่อต้านนโยบายการเมืองแบบกึ่งผเด็จการของ นิโคไล เชาเชสกู อดีตนายหทารที่ปลดปล่อยประเทศจากรัสเซีย แต่บังคับให้ประชาชนมีชีวิตอย่างยากแค้นเป็นระยะเวลาหลายสิบปี เริ่ม จากการเดินขบวนบนถนน การปราศรัยครั้งสุดท้ายของเชาเชสกู ไปจนถึงการบุกยึดสถานีโทรทัศน์ การระดมยิงจากรถถัง การหลบหนีของของเชาเชสกู การติดต่อในทางลับของกลุ่มอำนาจใหม่ ไปจนถึงการจับกุม นิโคไล และ เอลีน่า เชาเชสกู

หนัง อาศัยภาพข่าว ภาพจากกล้องของช่างภาพสมัครเล่น ภาพจากบางมุมที่ไม่ได้ออกในทีวี ไปจนกระทั่งภาพการติดต่อระหว่างคนระดับนายพล ทั้งหมดนี้ FAROCKI ร่วมมือกับ ANDRE UJICA ชาวโรมาเนียที่มีเส้นสายกับคนระดับบิ๊กเนม จึงได้ภาพเด็ดๆ เช่นภาพ การโทรศัพท์ติดต่อในทางลับ มาใช้ในหนัง

แม้หนังจะถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นรูปแบบ สารคดี แต่ดูเหมือนสิ่งที่ FAROCKI ต้อง การให้สัมผัสไม่ใช่การขุดค้นประวัติศาสตร์จากทุกแง่มุม เขาไม่ได้ต้องการสร้างความเข้าใจถึงที่มาที่ไปหรือสรุปบทเรียนสั่งสอนว่า ด้วยการปฏิวัติ ตามแบบสารคดีพิมพ์นิยม หนังจึงปราศจาก การสอบถามข้อมูล บทสัมภาษณ์ผู้รู้ ผู้อยู่ในเหตุการณ์จากหลายมุมมอง หรือบทวิเคราะห์จากนักประวัติศาสตร์

ดัง นั้นที่หนังเรื่องนี้ต้องการคือการ รื้อสร้างภาพของช่วงเวลานั้นขึ้นมาใหม่ หนังต้องการแสดงให้เห็นถึงภาพประวัติศาสตร์ ผ่านเนตรวิถีของกล้องจากหลากหลายชีวิต ให้ภาพเป็นผู้เล่าเรื่องออกมา โดยมุ่งสนใจไปยัง ความเข้มข้นของผู้คน การก่อจราจล การบาดเจ้บล้มตาย การประหัตประหาร การแย่งชิงพื้นที่สื่ออย่างน่าขัน พลังของภาพสร้างเหตุการณ์ณืเหล่านั้มาปรากฏตรงหน้าโดยไม่จำเป้นต้องรู้ปูมหลังเหตุการณ์ใดๆ

หนัง เล่นสนุกกับสื่อทีวีได้น่าสนใจ โดยที่หนังไม่ต้องให้เหตุการณ์แสดงความเลวร้ายของ เชาเชลกูออกมา ในฉากปราศรัยครั้งสุดท้าย เราจะมองเห็นภาพกรอบเล็กเป็นการตัดภาพไปสู่กราฟฟิคสถานี ทันทีที่ประชาชนลุกฮือ โดยในกรอบใหญ่ กล้องของช่างภาพถูกสั่งให้ฉายจับท้องฟ้า ได้ยินเพียงเสียงโห่ร้องขับไล่ ในขณะที่เมื่อเหตุการณ์เดิมถูกฉายซ้ำจากกล้องของคนที่อยู่ในที่ชุมนุม เราจึงเห็นความโกลาหลบ้าคลั่ง

หรือ เมื่อหลังจากบุกยึดสถานีโทรทัศน์ได้ เราเห็น เหล่าประชาชนที่เป้นผู้นำออกทีวีแถลงการณ์โดยมีทหารตามประกบ มีคนเดินเข้าเดินออกจากฉากตลอดเวลา ดูราวกับไม่มีความพร้อมใดๆในการปฏิวัติ ครั้งนี้ เมื่อจับพวกตรงข้ามได้ ก็เอามาออกทีวีทั้งที่เลือดอาบหัวอยู่

แต่ ที่น่าทึ่งมากคือหลังจากจับเชาเชสกูได้ คริสมาสต์ ก็มาถึง ภาพประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไปร้องให้ไป เป็นภาพสามัญที่แทนมวลทุกข์ของมหาประชาชนมากกว่าการสร้างเหตุการณ์เป็นไหนๆ

หนัง แสดงพลังอำนาจของภาพยนตร์ในการเป็น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ภาพเคลื่อนไหวเพียงอย่างเดียวที่ไม่จำเป็น ต้องอาศัยเรื่องเล่าหรือข้อเท็จจริงมาประกอบร่วม สามารถสร้างจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ได้อย่างเข้มข้นถึงเลือดถึงเนื้อผู้ คน ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์ผ่านทาง การตัดต่อภาพเคลื่อนไหว ว่ามวลข้อเท็จจริงในฉากผ่านประวัติศาสตร์นั้น สามารถร้อยรัดไปสู่ความจริงได้หรือไม่ และการตัดต่อข้อเท็จจริงเหล่านั้นสามารถบิดเบือนความจริงไปได้อย่างไร

VIDEOGRAM OF REVOLUTION อาจ ถูกจัดเป็นหนังการเมือง แต่โดยส่วนตัวผมพบว่านี่คือหนังที่เหมาะอย่างยิ่งในการเป็นบทเรียนสำหรับคน ทำหนัง เพื่อให้เห็นถึงพลังบริสุทธิ์ ของภาพเคลื่อนไหว ในการเป็น เนตรวิถีทางประวัติศาสตร์

ฉาก สุดท้ายของหนังจบลงตามความเป็นจริง เราไม่เห็นภาพโรมาเนียอันแสนสงบ แต่ที่เราเห็นคือภาพศพของเชาเชสกูในทีวี ภาพคนตายเหมือน คนชราสามัญ สร้างความหดหู่ใจ สวนทางกับเสียงโห่ร้องของประชาชน ภาพเคลื่อนไหวสองภาพ(ทีวี และ จอหนังที่เราดู) เคลื่อนไหวขัดแย้งสร้างอารมณืกระอักกระอ่วนรุนแรง

ใน 12.08 EAST OF BUCHAREST หนัง โรมาเนียเล็กๆที่หลุดมาฉายในเทศกาลของบ้านเราเมื่อปีก่อน (และไปคว้ารางวัลกล้องทองคำจากคานส์) เล่าเรื่องของผู้ชายสามคนที่ไปออกทีวี และคุยกันเรื่องที่ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในวันขับไล่เชาเชสกู การปฏิวัติเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หนังเรื่องนั้นสะท้อนเรื่องเล่าที่ค่อยๆทำลายความจริงลง แล้วคลี่ให้เห็นมายาคติของมนุษยืที่เอาตัวเองผูพ่วงกับประวัติศาสตร์ หนังจบเรื่องลงด้วยการที่หญิงคนหนึ่งที่สูญเสียลูกไปในครั้งนั้นโทรกลับไป บอกว่า เธอให้อภัยทุกคนแล้ว เราเข้าสู่วันคริสมาสต์ เลยพ้นไปจากจอทีวีในความเป็นจริง ไฟข้างถนนของยามค่ำ ค่อยๆสว่างขึ้นทีละดวงๆ ภาพจากหนังเรื่องนั้น คล้ายจะเป็นบทสรุปที่ไม่มีของหนังเรื่องนี้ เมื่อเวลาผ่านไป ประวัติศาสตร์ก็กลืนกลายตัวเอง

อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ ธันวาคม 1989ได้ที่นี่ครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Romanian_Revolution_of_1989

4. INEXTINGUISHABLE FIRE

5.Bilder der Welt und Inschrift des Krieges (How to Face a Camera)


6.WORKER LEAVING THE FACTORY

IN COMPARISON

นี่คือหนังใหม่ที่จะมาฉายในงานเวริ์ลดฟิล์ม คราวนี้เขาทำหนังจาก ‘อิฐ’!!!!!

หนังว่าด้วยการทำอิฐ ตำแหน่งแห่งที่ของมันในทางสังคม ! อ่านคร่าวๆก่อนชมที่นี่ครับ

http://www.filmlinc.com/views/?p=610

อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับHARUN FAROCKI ได้ที่นี่ครับ!!!

http://www.sensesofcinema.com/contents/02/21/farocki_intro.html

http://netartcommons.walkerart.org/article.pl?sid=02/04/26/1625228

วีดีโออื่นๆที่พอหาดูได้ครับ

http://www.vdb.org/smackn.acgi$artistdetail?FAROCKIH

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s