a trick of the light : a place for cinephiles

Nights of Cabiria (1957) Federico Fellini

วิจารณ์หนังทั้งน้ำตา # 1

โดย หนุ่มโรงงานน้ำตา Melanchoholics

จาก ประสบการณ์เดินทางไปปารีสอยู่หลายหน ผมพบเรื่องหนึ่งซึ่งน่าแปลกประหลาด (แต่น่าจะมีความจริงอยู่เยอะที เดียว) คือ มีดัชนีชี้วัดความเป็นร้านอาหารอิตาเลียนแท้โดยคนอิตาลีแท้ (ไม่ใช่ปะปนรส ชาติอื่นโดยพ่อครัวยุโรปตะวันออกหรือแอฟริกา) คือ จำนวนรูปขาวดำวัยสาวของโซเฟีย ลอเรนซ์หรือไม่ภาพประกอบฉากของหนังที่กำกับโดยเฟเดอริโก้ เฟลินี่ ถึงขนาดว่ามีร้านอาหารอิตาเลียนร้านหนึ่งใกล้สถานีรถไฟ Gare de Lyon ในใจกลางปารีสที่ตั้งชื่อว่า La Dolce Vita ตามชื่อหนังที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเฟเดอริโก้ เฟลีนี่ (หนังเรื่องนี้ให้กำเนิดศัพท์คำว่า ปาปารัสซี่ ซึ่งชื่อของตัวละครตัวหนึ่งที่เป็นตากล้องหนังสือพิมพ์กอสซิปคอยซอกแซกคนดัง ไปทุกที่)

ภาพยนตร์ของเฟเดอริโก เฟลินี่ แทรกซึมในวิถีชีวิตและทัศนคติของคนอิตาลียุคทศวรรษห้าสิบถึงหกสิบอย่างมีนัย สำคัญ การมองโลกอย่างเย้ยหยัน ความสัมพันธ์ที่โดดเดี่ยวระหว่างแต่ละปัจเจกบุคคล การใช้สัญลักษณ์ซับซ้อนแอบซ่อนทางศาสนาซึ่งมักมีนัยว่าศรัทธาที่มนุษย์มีต่อ พระเจ้ากำลังอ่อนแรงลงทุกที ทุกเรื่องที่เขากำกับจะต้องมีการจำลองฉากชีวิตให้เหมือนหรือคล้ายโรงละคร สัตว์ และมักปิดท้ายด้วยความขื่นขม อาจมีปนซึ้งบ้างก็บางโอกาส นอกจากนี้ ยังมีดนตรีประกอบโดยนักแต่งเพลงคู่บารมีชื่อ นีโน่ โรต้า (ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับความสัมพันธ์ระยะยาวทางอาชีพระหว่างผู้กำกับ อิตาลี จิวเซปเป้ ทอร์นาโทเร (Cinema Paradiso) กับนักประพันธ์เพลงชาวอิตาลี เอนนิโค่ มอริโคเน่)

ในความ ทรงจำของผม หนังที่น่าประทับใจและน่าร้องไห้ตามที่สุดของเฟลีนี่ คือ Nights of Cabiria เรื่องราวของคาบีเรีย สาวโสเภณีกรุงโรมร่างกระทัดรัดผู้ขมขื่น ผู้พบพานการถูกหลอกลวงจากชายคนรักหลายหน้าหลายตา หลายวาระและโอกาส เธอเองก็ไม่ต่างจากนักฝันสามัญชนไอคิวเม็ดถั่วอย่างพวกเราทั้งหลาย เชื่อคนรักง่าย มองโลกเฉพาะด้านที่อยากมอง และโดนลวงรับประทานหัวใจและทรัพย์สินโดยคนที่เธอไว้ใจที่สุด หนังบอกกับทุกคนว่าถึงแม้ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย แต่ทุกรอยแผลเจ็บปวดจะช่วยให้เราจำมันได้ชัดเจนขึ้น เด็กทุกคนอาจจำเป็นต้องโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ขึ้นด้วยการรับประทาน โปรตีนที่เรียกว่าความผิดหวังเสียใจ

จิวเลียตต้า แมสซิน่า (ภรรยาในชีวิตจริงของเฟลีนี่) ผู้รับบทเป็นคาบีเรีย ถือเป็นศูนย์กลางของความบันเทิงและรันทดในเรื่อง เธอเป็นตัวตลก เธอเป็นแม่พระ เธอเป็นนางมาร เธอเป็นคนบาป เธอตีสีหน้าเป็น เธอตีสีหน้าตาย เธอเข้มแข็งต่อชีวิตตัวเองพอๆกับที่คนรอบข้างมองเธอว่าอ่อนแอ นั่นทำให้หนังเรื่องนี้ช่างหวานปนขมเหลือเกิน

คาบีเรีย เป็นตัวละครที่เฟลีนี่เคยให้สัมภาษณ์รู้สึกผูกพันและเป็นห่วงที่สุด อาจเพราะคาบีเรียดูจะเป็นผู้หญิงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้เสียเท่าไร เธอเป็นคนที่แข็งนอกอ่อนใน พยายามระวังป้องกันตัวเองเหลือเกิน แต่ก็กลับอยากเป็นที่รักที่เข้าถึงได้ของใครสักคน มีฉากหนึ่งที่เธออาสาเป็นหนูทดลองให้กับนักมายากล และโดนสะกดจิตเข้าจริง ภาพลักษณ์ก้าวร้าวแนวชวนทะเลาะกับหนุ่มที่คอยข่มเหงพูดจาเหน็บแนมเธอ ในยามที่เธอรู้สึกตัวดี ช่างต่างจากตัวตนภายในที่แสนเปราะบางช่างฝัน และความบริสุทธิ์ที่ถูกค้นพบนั้นนั้น กลับถูกหัวเราะหยันโดยผู้ชมการแสดงมายากลนั้น ช่างเป็นการตบหน้าเด็กน้อยในตัวเธอจนเสียงดังกึกก้องกรุงโรม

ผู้คน แปลกหน้ามากมายผ่านเข้ามาในชีวิตของคาบีเรีย ไม่ว่าจะเป็น มิตรแท้ ลูกค้า เพื่อนร่วมวงการ นักบวช หนุ่มใจบุญ ชายใจหยาบ อาจเป็นไปได้ว่าคาบีเรียเหมาะที่วางใจที่เปราะบางของเธอให้อยู่ห่างๆกับ บุคคลรอบข้าง เพราะหญิงช่างฝันเช่นเธอไม่มีภูมิคุ้มกันแยกแยะถูกผิดระหว่างไมตรีหรือคำลวง ทำให้เครื่องมือที่ใช้จัดการกับชีวิตคือ การไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด และการศรัทธาอย่างสนิทใจ และนั่นนำโศกนาฏกรรมมาสู่สิบนาทีสุดท้ายของภาพยนตร์

ฉากจบของ Nights of Cabiria อ้อยอิ่งและตราตรึง หญิงสาวสะบักสะบอมไร้เรี่ยวแรงกำลังประคองหัวใจที่แตกละเอียดเป็นเศษลงมาจาก ยอดเขาแห่งอดีตอันลวงหลอก เธอค้นพบกลุ่มหนุ่มสาวกำลังเต้นรำทำเพลงครื้นเครงไปตามถนน พวกเขายิ้มแย้ม กระเซ้าเย้าแหย่ให้กำลังใจหญิงสาวหน้าอมทุกข์ผู้มีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูง ที่สุดในกรุงโรม (ในขณะนั้น) สิ่งที่หญิงสาวตอบแทนต่อผู้ที่ยิ้มให้เธอ คือ การยิ้มตอบแก่พวกเขา และยิ้มตอบต่อพวกเราผู้ชมภาพยนตร์ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ความรู้สึกของผมเอ่อล้น อาจไม่มีสถานการณ์ในชีวิตจริงที่ใครสักคนให้กำลังใจผมด้วยรอยยิ้มผสมน้ำตา นั่นทำให้ผมรู้สึกตัวได้ว่า ชีวิตนี้ช่างมีค่าเสียจริง

การยิ้มให้แก่ อดีตอันทุกข์โศก ถือเป็นการเฉลิมฉลองต่อการมีชีวิตอยู่ และ Nights of Cabiria คือยังคงเป็นอีกหนึ่งบทแห่งการเฉลิมฉลองต่อจิตวิญญาณของประวัติ ศาสตร์โลกภาพยนตร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s