a trick of the light : a place for cinephiles

LA DROLESSE (JACQUES DOILLON/1979/FR) เขาและเธอหนีโลกไปอยู่ห้องใต้หลังคา


โดย FILMSICK

หนังเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มท่าทางเพี้ยนที่อยู่มาวันหนึ่งล่อลวงเด็กสาว ที่ยังไม่ทันจะวัยรุ่นไปขังไว้ที่บ้าน เรื่องเล่าแทบทั้งหมดเกิดขึ้นในห้องใต้เพดานของโรงนาเน่าๆ ที่ต้องเข้าออกด้วยการปีนบันไดลิง ความผูกพันพิพักพิพ่วนชั่วหนึ่งสัปดาห์ผ่านดาลลั่นช่องประตูที่เอื้อมมือลอด มาเปิดได้ กล้องวงจรปิดเสแสร้ง  และสิวหลังคอของเด็กสาวหน่ายมารดา  เรื่องที่รู้ตั้งแต่ต้นวาคงจะต้องจบลงอย่างเศร้าๆ ซึ่งมันก็เศร้าแบบนั้นนั่นแหละ เพียงแต่นี่คือความเศร้าของความสัมพันธ์ผิดที่ผิดทางของคนที่ไม่อาจจะเข้าใจ โลกในแบบที่มันเป็นได้ ช่วงเวลาพักร้อนเล็กๆจากชีวิตประจำวันของเด็กนักเรียนกับไอ้หนุ่มคนงานไร่  โลกเนิบเงียบเศร้าที่ส่องสว่างเพียงชั่วครู่แล้วค่อยๆสลัวลง

 

เริ่ม จากที่โรงเรียน เด็กสาวเหม่อจ้องมองคนงานทุบทำลายตุ๊กตาหน้าหลุมศพ ครูให้เด็กๆเขียนบทกวีถึงแม่  แม่เหรอ หนูไม่อยากมีแม่ นั่นคือบทกวีของเธอ  ที่บ้าน แม่ไม่ชอบให้เธอมายุ่มย่าม เธอแกล้งทำเป็นหลับแอบดูแม่ พยายามจะช่วยแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าแต่แม่ไล่เธอไปนอน แม่เธอรู้จักไอ้หมอนั่น เด็กหนุ่มกระทงท่าทางโง่เซอะ เขามาก้อร่อก้อติกกับแม่จนแม่ไล่ตะเพิดไป เขาบอกว่าเขามีมนต์วิเศษที่จะรักษาสิวของเธอได้ แต่แม่คิดว่าเขาเป็นไอ้ลามก วันต่อมาเขาไปดักรอเธอที่พุ่มไม้ บอกว่าจะพาเธอไปดูทีวีที่บ้าน จะรักษาสิวให้เธอ เธอเลยขึ้นกระบะที่พ่วงกับมอเตอร์ไซค์ของเขา ซ่อนตัวในลังกระดาษ ตามเด็กหนุ่มไปที่บ้านที่อาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง เด็กหนุ่มขังเธอไว้ในบ้านบอกว่าพ่อเลี้ยงของเขาเป็นไอ้โหด เขาต้องหลอกเธอมาสังเวย เขาขอให้เธออยุ่เฉยๆในห้องเขาจะหาอะไรมาให้เธอกิน แล้วเขาจะพาเธอหนีไป  ความสัมพันธ์มันก็เดินไปแบบนี้ เด็กสาวออกจะกลัว แต่เธอก็อาจจะรู้ก็ได้ว่าเขาโกหก เช่นกันเขาก็คิดว่าแค่หลอกเธอมาเล่นสนุก แต่ทั้งคู่ไม่ได้มีเซกส์กัน เธอยังเด็กอยู่มาก และเขาก็เคอะเขิน ทั้งคู่นอนร่วมเตียงกัน คุยกันไว้ใจแต่กันและกัน ในโลกที่ไม่มีใครยึดเกาะมีแต่พวกเขาเอง

 

หนังเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา ไต่ไปบนความสัมพันธ์หมิ่นเหม่ของเด็กหนุ่มสาวทั้งคู่ แรกทีเดียวเราอาจไพล่นึกไปถึงหนังวัยรุ่นวาบหวามที่เล่นเถิดเจ้าล่อกับความ รู้สึกของแรกหนุ่มแรกสาว แต่เอาเข้าจริงมันกลับเป็นเรื่องของเด็กวัยรุ่น (อีกคนยังไม่ทันวัยรุ่นด้วยซ้ำ) ที่หน่ายโลก  ท่ามกลางชีวิตซึ่งไม่มีอะไรให้ยึดเกาะพวกเขาหันมาเกาะเกี่ยวกันและกัน เด็กสาวนอนเขลงอ่านการ์ตูน กินอาหารที่เขาหามาได้ ประหนึ่งว่ามันเป็นวันพักร้อนของเธอ พักร้อนจากชีวิตที่ยังไม่ได้เริ่มต้นซึ่งเธอก็หน่ายมันเสียแล้ว เช่นกันสำหรับเด็กหนุ่ม เด็กสาวกลายเป็นจักรวาลส่วนบุคคลที่เขาใช้หลบหนีจากครอบครัวที่เขาเข้าไม่ ได้ (เป็นไปได้ว่าครอบครัวของเขาเป็นพวกเจ้าระเบียบ เพราะเขาต้องมานั่งหงอในห้องครัวหลังจากออกไปนอกบ้าน แถมความสัมพันธ์กับพี่สาวก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า) พวกเขาสร้างโลกใหม่ที่ตัดขาดจากคนอื่นๆ โลกในห้องใต้หลังคาที่เข้าออกจากการสอดเชือกเข้ามาทางรูเล็กๆที่ผนังแทน สัญญาณ เด็กสาวเรียกเขาเป็นพ่อที่เธอไม่มี และเขาเองก็กอดกับเธอนอนหลับไปในตอนกลางคืน เขาสัมผัสหลังคอของเธอตอนที่ทาโคโลญจน์ฆ่าเชื้อเพื่อรักษาสิวของเธอ (นั่นเวทย์มนต์ของเขา) เขาและเธอกินข้าวร่วมกัน ใช้ชีวิตพิลึกพิลั่นในความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียก ซึ่งถึงอย่างไรก็ต้องถูกทำลายลงอย่างย่อยยับอยู่ดี

หนัง อุทิศเวลาทั้งหมดให้กับเกมของเด็กทั้งสองโดยตัดบริบทอื่นๆออกเกือบหมด ราวกับว่าโลกทั้งโลกหดตัวลง ในขณะที่หนังเพ่งมองไปยังความสงบสุขของมนุษย์สองคนความกระอักกระอ่วนก็ก่อ ตัวขึ้นด้วย ฉากหนึ่งเด็กหนุ่มพาเธอไปทิ้งไว้ในไร่ข้าวโพดขณะเข้าเมือง  เขาทิ้งเธอไว้ตลอดวันราวกับจะจบเกมนี้ลง เธอก็รอเขาอยู่ในดวงข้าวโพดเช่นั้นจนในที่สุกเขาก็ต้องมารับ หรืออีกฉากที่เธอวาดภาพบ้านลงบนพื้นและพยายามจะชวนเขาเล่นเหมว่าด้วยบ้านใน จินตนาการที่ที่เราโญนความทุกข์ทิ้งไปได้ แต่เขาด่าว่าเธองี่เง่าเธอเลยด่าว่าเขาเป็นไอ้เลว เธอจะไม่เล่นกับเขาอีกแล้ว จากนั้นเธอก็หนีเขาไปในทุ่งเพื่อที่จะกลับมาอีกครั้ง ความสัมพันธ์ที่ครึ่งๆกลางๆระหว่างการเล่นสนุกและการลักพาตัวที่จริงจัง การเกลียดชังกันในฐานะของเหยื่อ/ผู้ล่าและความรู้สึกที่ดูเหมือนแต่จะมีแค่ สองคนเท่านั้นที่เข้าใจกันได้ถูกถ่ายทอดลงบนจอโดยกันคนดูให้เป็นเพียงผู้ สังเกตการณ์ ก่อนที่หนังจะจบลงเมื่อสิวที่หลังคอของเธอหาย และเขาต้องส่งเธอคืนแม่ของเธอ ในขณะเดียวกันมันก็ดูราวกับว่าโลกข้างนอกค่อยๆคืบคลานมาทำลายโลกในห้องใต้เพ ดานี้ สิวเธอหาย เขาอาจจะต้องติดคุกด้วยหนี้ที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ และฉากสุดท้ายของหนัง เหตุการณ์ปรากฏซ้ำเพียงชั่ววูบเดียวที่มีโลกภายนอกมากำกับอยู่ ก็ทำให้หัวใจของตัวละคร และผู้ชมแหลกสลาย

 

โดยส่วนตัวหนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับการอ่าน THE CATCHER IN THE RYE และ การดู THE DEVIL , PROBABLY ของBRESSON เพราะมันค่อยๆคลี่ขยายความไม่สัมพันธ์ ของคนที่เข้ากันไม่ได้กับโลก ถ่ายทอดช่วงเวลาที่เขาและเธอพยายามดิ้นหนีไปจากโลก แน่นอนทุกเรื่องจบลงอย่างเศร้าสร้อย และยอมจำนน การดิ้นหนีของพวกเขาไม่ใช่เรื่องโรแมนติก มันคือการต่อสู้แบบที่รู้ว่าต้องแพ้ตั้งแต่ต้น

 

หมายเหตุ หนังหลายเรื่องอ ของ Jacques Doillon จะฉายในงานเทศกาล World film ปีนี้ พร้อมพบกับตัวจริงของJacques Doillon ด้วยครับ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

http://www.worldfilmbkk.com/news/36/Retrospective:-Jacques-Doillon-at-8th-WFFBKK.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s