a trick of the light : a place for cinephiles

Posts tagged “sholay

Sholay : บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องทบต้นทบดอก !!

 โดย : Jesse James

ในประวัติศาสตร์หนังคาวบอย  เราอาจแบ่งกลุ่มหนังคาวบอยออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ตามถิ่นฐานและองค์ประกอบหลัก ๆ ในแต่ละประเภท ได้แก่ ภาพยนตร์คาวบอยอเมริกัน และภาพยนตร์คาวบอยอิตาเลียน

  ภาพยนตร์คาวบอยอเมริกัน ยึดมั่นที่คุณธรรมน้ำมิตรระหว่างลูกผู้ชาย , การเผชิญโชคและเหล่าวายร้ายด้วยความกล้าหาญตามแบบฉบับวีรบุรุษ  ตัวละครหลักมักเป็นนายอำเภอผู้ยึดมั่นในคุณธรรม (My Darling Clementine)  , คนเลี้ยงม้าผู้ถูกกดขี่ข่มเหง (The Man from Laramie) หรือกระทั่งชายหนุ่มพเนจร ผู้เปรียบประดุจเทวทูตที่ลงมายังดินแดนมนุษย์เพื่อกวาดล้างเหล่าร้ายด้วยกระสุนปืน (Shane) ภาพยนตร์คาวบอยอเมริกัน จึงมักมีสูตรสำเร็จให้ดำเนินไปตามครรลองอยู่ไม่กี่แบบ พระเอกเผชิญปัญหา – ประสบความสิ้นหวัง – ได้รับแรงกระตุ้นจากคนรอบข้างหรือการกระทำอันเลวร้ายของวายร้าย – ลุกขึ้นสู้กับปัญหา  – ประสบชัยชนะในท้ายที่สุด

ทว่าก็มีภาพยนตร์คาวบอยอเมริกันแท้ ๆ ที่เลือกจะแหกกรอบการเล่าเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน ในกลุ่มนี้ได้แก่ High Noon (นายอำเภอผู้แสดงความหวาดกลัว) กระทั่ง The Man Who shot Liberty Valance (เจมส์ สจ๊วต เลือกจะต่อสู้กับเหล่าร้ายด้วยกฎหมายในมือ ทว่า จอห์น เวย์น กลับเป็นผู้พิชิตเหล่าร้ายด้วยกระบอกปืน) หนังยังแสดงให้เห็นถึงการประทะกันระหว่างแนวทางการยืนหยัดต่อความอยุติธรรมแบบ “อเมริกัน” ระหว่าง ยุคสมัยใหม่ (ด้วยการใช้กฎหมาย) และ ยุคตะวันตก (ด้วยการใช้ปืน)

 ขณะที่ภาพยนตร์คาวบอยอิตาเลียน (หรือที่รู้จักกันว่า “Spaghetti Western”) ซึ่งแตกหน่อออกมาจากรูปแบบของกลุ่มภาพยนตร์คาวบอยอเมริกันอีกที หากการแตกหน่อครั้งนี้ เป็นการสร้างแนวทางใหม่ของรูปแบบภาพยนตร์คาวบอย ด้วยการนำเสนอภาพความรุนแรงในหนังอย่างถึงเลือดถึงเนื้อ , การละกรอบที่ พระเอกต้องเป็นนายอำเภอ , คนเลี้ยงม้าผู้ถูกรังแก หรือ อาจถึงขั้นการละ “จิตใจอันงดงาม” ของตัวละครเอกในภาพยนตร์คาวบอยอเมริกันแท้ ๆ เลือกจะใส่ความ “สมจริง” ของมนุษย์ นั่นคือ อารมณ์ ดี – ชั่ว , โลภ – หลง เข้ามาแทน ทำให้ตัวละครในภาพยนตร์คาวบอย

อิตาเลียน สร้างกระแสในด้านความรุนแรงต่อแวดวงภาพยนตร์แนวคาวบอยในช่วงต้นทศวรรษที่ 60 จวบจนถึงกลางศตวรรษที่ 70 ได้อย่างต่อเนื่อง

กระแสความนิยมของภาพยนตร์คาวบอยทั้งสองประเภท (โดยเฉพาะภาพยนตร์คาวบอยอิตาเลียน) ได้สร้างกระแสการดัดแปลงภาพยนตร์คาวบอยลูกผสมขึ้นในหลายประเทศ ลูกผสมในที่นี้คือการสร้างหนังคาวบอยขึ้นด้วยรากฐานของวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เป็นหลัก โดยปรับแต่งให้ “รสชาติและกลิ่น” ของหนังคาวบอยถูกคอผู้ชมในประเทศดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยเองช่วงยุค พุทธศักราช 2500 – 2520 มีการสร้างภาพยนตร์ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหนังคาวบอยเป็นอย่างมาก (หนังดังอย่าง “ชุมแพ” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน) เราเรียกกลุ่มภาพยนตร์ไทยแนวคาวบอยนี้ว่า “หนังบู๊ภูธร” มักจะมีตัวละครแต่งกายคล้ายคลึงกับคาวบอย คือ สวมกางเกงยีนส์ , เสื้อหนัง , ร้องเท้าบู๊ธ บ้างถึงขั้นติดสปอร์ที่ข้อเท้า ขณะเดียวกันการดวลปืนในเรื่องก็เป็นไปตามขนบหนังคาวบอยอเมริกัน ทั้งสองฝ่ายต้องออกมายืนกลางแจ้ง ประจันหน้ากัน ก่อนจะนับถอยหลังถึงเวลาดวลซึ่งต่างต้องชักปืนให้ไวกว่ากันเพื่อปลิดชีวิตอีกคนให้ได้  

 ขณะเดียวกัน แม้จะยึดมั่นในความถูกต้อง , ยุติธรรม ทว่าหนังคาวบอยลูกผสมเหล่านี้ เน้นการนำเสนอในเรื่องความรุนแรงไม่แพ้ภาพยนตร์คาวบอยอิตาเลียนแม้แต่น้อย พระเอกไม่ยึดวิธีตายตัวใด ขอเพียงให้ได้มาซึ่งผลที่ต้องการ วิถีทางเช่นนี้อาจทำให้พระเอกไม่ต่างอะไรกับผู้ร้าย แม้กระทั่งการปลอมตัวเพื่อลอบสังหารเหล่าร้าย (ชัดเจนในเรื่อง “ชุมแพ” )

 เมื่อกระแสความนิยมของหนังคาวบอยแพร่สะพัดไปทั่วโลกเช่นนี้ การสร้างหนังคาวบอย (หรือหนังที่ปรับเอารูปแบบของหนังคาวบอยมานำเสนอใหม่ เช่น เรื่อง “โยยิมโบ” ของ อากิระ

 คุโรซาว่า)  จึงเกิดขึ้นมากมายเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่หนังจากดินแดนภารตะ ประเทศอินเดีย

ความโด่งดังของวงการภาพยนตร์อินเดีย คือ การตั้งธงตามกระแสภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่างเต็มตัว (กระทั่งชื่อวงการหนังอินเดียยังเป็น Bollywood) หนังอินเดียนิยมสร้างตามโครงเรื่อง ,

แบบแผน ของภาพยนตร์ฮอลลีวูดเป็นหลัก แต่นำเสนอในกลิ่นอายวัฒนธรรมของอินเดียเป็นสำคัญ หนังจึงออกมากล่มกล่อมในหมู่คนดูชาวอินเดียเป็นอย่างมาก หนังฮอลลีวูดน้อยเรื่องที่จะสามารถตีตลาดหนังอินเดียได้ เพราะพวกเขาเอง ไม่จำเป็นต้องง้อหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูดแต่อย่างใด 

การสร้างหนังคาวบอยแบบอินเดียจึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อกระแสความนิยมของหนังคาวบอยแพร่สะพัดไปทั่วโลก หนังคาวบอยอินเดียมีชื่อเรียกเช่นกันว่า “Curry Western” ส่วนเรื่องที่โด่งดังที่สุดและเป็นตำนานของหนังคาวบอยอินเดียตลอดกาล ..

ย่อมหนีไม่พ้นเรื่อง “Sholay”

(เพิ่มเติม…)

Advertisements